ดิฉันบันทึกเรื่องนี้ไว้เพราะดิฉันศรัทธาในคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ หนังสือเล่มเล็กชื่อ "เหนือวิทยาศาสตร์" เล่มที่ดิฉันคัดลอกมาใส่ใน Blog นี้ เริ่มจะเสื่อมสภาพ กระดาษเปื่อยยุ่ยเป็นสีน้ำตาล เพราะพิมพ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ราคาเล่มละ 3 บาท อีกไม่นานคงจะเสื่อมสลายไปจนไม่สามารถอ่านได้ ดังนั้นคำสอนของท่านพุทธทาสอันทรงคุณค่านี้ ต้องรักษาไว้ให้ถาวรสืบไป

ปกนอก : เหนือวิทยาศาสตร์!   *พุทธทาสภิกขุ*

ปกใน : เล่มนี้จัดอยู่ในชุด....คืออะไร?

เวทนา คืออะไร?

เกี่ยวกับปก :

          ให้ชื่อภาพนี้ว่า "ความสำเร็จของนักวิทยาศาสตร์" ที่ใช้คำว่า "วิทยาศาสตร์" ก็เพราะ ทางใจก็มีหลักเกณฑ์อย่างเดียวกับวิทยาศาสตร์ฝ่ายวัตถุทั่วไป คือ ต้องอาศัยการค้นคว้า พิสูจน์ ทดลอง ด้วยเหมือนกัน 

          ถ้าสิ่งใดเรายังไม่สามารถพิสูจน์  ทดลองได้  แม้จะเข้าข่ายธรรมะ ก็ยังจัดเป็นปรัชญาไป  แต่ถ้าสามารถค้นคว้า พิสูจน์ ทดลอง ได้อย่างประจักษ์ใจ แม้มันไม่เป็นเรื่องวัตถุ แต่ก็แจ่มแจ้งแก่ใจได้ อย่างนี้ก็กลายเป็นวิทยาศาสตร์ไป

          รูปสลักงาช้าง ที่มีชื่อเสียงชิ้นนี้ ส่อแสดงพริ้มพรายแห่งความเป็นผู้อยู่เหนือโลก เหนือเวทนา เสร็จกิจเกี่ยวกับต้องค้นวิทยาศาสตร์อะไรต่อไปแล้ว

          เรื่องอะไรที่พวกเราต้องวนๆ เวียนๆ พยายามพิสูจน์เพราะยังคลุมเครือ ไม่กระจ่างอยู่นั้น สำหรับพระอรหันต์ เรื่องเหล่านั้นมันได้กลายเป็นสิ่งเปิดเผย ประจักษ์แก่ใจของท่านแล้ว  แทนที่จะเป็นเรื่องปรัชญาที่ทำให้รู้อะไรเพียงเงาๆ แต่มันได้เป็นวิทยาศาสตร์สำหรับท่านไปเสียโดยสิ้นเชิงแล้ว


เหนือวิทยาศาสตร์

พุทธทาสภิกขุ

สำนักหนังสือธรรมบูชา

ของคณะเผยแพร่วิธีการดำเนินชีวิตอันประเสริฐ (ผชป.)

๕/๑-๒  ถนนอัษฎางค์  นครหลวงฯ ๒ โทร. ๒๒๓๕๔๙


คำปรารภ

          ในความรู้สึกของคนเราตามธรรมดาสามัญนั้น  จะรู้สึกว่ามี ตัวเรา  เมื่อรู่สึกไปเองอย่างนั้นคราวใด ก็เป็นอันรู้สึกไปในตัวว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้ เป็น เรา ขึ้นมา และยังเหมาเอาเป็น ของเรา ในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อีกด้วย เมื่อตากับรูปเป็นต้น มีการมาเจอะ มาบวกกันเข้าแล้ว ก็ก่อให้เกิดความพอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง เป็นประจำวัน แล้วๆ เล่าๆ

          สำหรับผู้ศึกษาธรรมชาติชีวิตจิตใจตามหลักธรรมในพุทธศาสนา และได้จับหลักพบมาเรื่อยๆ เป็นของเรียนรู้เฉพาะตัวเกี่ยวกับกลไกภายในจิต จะรู้แก่ใจว่าที่แท้ "ตัวเรา" จริงๆ นั้นไม่มี มีแต่ "ตัวเรา" ที่เกิดจากการผสมปรุงแต่ง หลังจากรูปเข้ามาพบกับตาเป็นต้นแล้ว  คราวใดมีการผสมครบองค์มันก็บวกผสมกันเป็นผัสสะ  แล้วแปรไปเองเป็น เวทนา ความพอใจ - ไม่พอใจ เป็นต้น แล้วจากนั้นจึงจะเกิดเป็น "เรา" ขึ้นมา เมื่อ "เรา"เกิด  "เรา" รายนี้แหละจะอยู่ได้เพียงระยะหนึ่ง มันก็จำต้องแปรรูป คือ ดับลง  ประเดี๋ยวก็มีการผสมหรือปรุงบวกกันก่อรูปขึ้นอีกซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นเป็นห้วงๆ : เป็นว่าว่างจากตัวเราห้วงหนึ่ง  วุ่นเป็นตัวเราขึ้นมาห้วงหนึ่ง สลับกันไป ไม่มีจบ

          ปัญหาจะเกิดขึ้นต่อไปว่า  ภาวะที่ว่างจากตัวเรา กับที่วุ่นขึ้นเป็น "ตัวเรา"นั้น ห้วงไหน หรืออย่างไหน เป็นของแท้ถาวร อย่างไหนเป็นของเทียม? จากการที่ได้มองด้านในส่องจิต  ศึกษาจิตมาอย่างถูกต้อง จะพบว่า ภาวะที่ว่างจากตัวตนนั่นแหละเป็นของแท้  ส่วนที่วุ่นด้วยตัวตนนั้นเป็นของเทียม  เพราะมันเป็นของเพิ่งผสมปรุงกัน  หลังจากมีการบวก - การพบกัน ระหว่างรูป กับ ตา เป็นต้น  เหมือนทางวิทยาศาสตร์ เอาไฮโดรเย่น ๒ หน่วย บวกเข้ากับอ๊อกซิเย่น ๑ หน่วย น้ำก็เกิดมีขึ้นหลังจากได้ผสมปรับปรุงตัวถูกส่วนถูกจังหวะ

          คำถามจะเกิดขึ้นต่อไปอีกว่า ทำอย่างไรคนเราจึงจะดำรงจิตให้ว่างจาก "ตัวเรา" ได้? คำตอบก็มีว่า หยุดบวกเสียนั่นเอง เมื่อไม่บวก ไม่ปรุง ไม่เปิดช่วงให้ผสมส่งต่อเป็นทอดๆ ตลอดสาย สิ่งใหม่ที่จะถูกปรุงเป็น "ตัวเรา" อย่างเทียมๆ นั้น มันก็ไม่เกิด

          ถามอีกว่า จะหยุดบวก ได้โดยวิธีใด?  คำตอบก็คือ ขณะมีรูปกับตาเป็นต้น มาพบกัน ให้คุมไม่ปล่อยให้กลไกที่เป็นไปได้องนั้นมันทำหน้าที่อย่างที่เคย ให้เป็นสักแต่ว่ากระทบ ทางตา ให้สักแต่ว่าเห็น ทางหูก็สักแต่ว่าได้ยิน มันก็ไม่เกิดการบวก หรือเท่ากับไม่ปรุงอะไรขึ้นเป็นทอดๆ สิ่งเทียมก็ไม่มี

          เมื่อไม่มีการบวกระหว่างตากับรูป  เช่นเดียวกับไฮโดรเย่นกับอ๊อกซิเย่นไม่ได้ปล่อยให้ผสมกันถูกขนาด ถูกส่วน ถูกจังหวะและอื่นๆ น้ำก็ไม่เกิดขึ้น  สิ่งเทียมที่ปรับปรุงตัวขึ้นมาใหม่ๆ ก็ไม่เกิดมี  นี่แหละ หลักทำกับจิตใจภายในเช่นนี้ ถ้าไม่เรียกว่า "เหนือวิทยาศาสตร์" ก็ไม่ทราบจะเรียกว่าอะไรให้เหมาะกว่า  ดังนั้น หนังสือเล่มนี้จึงให้ชื่อว่า "เหนือวิทยาศาสตร์"

         ฉะนั้น  การดำรงจิตให้ว่างจากตัวเรา - ของเรา หรือว่างจาก โลภะ โทสะ โมหะแล้ว สิ่งที่เรียกชื่อเป็นเวทนาและความรู้สึกต่างๆ ก็จะไม่ก่อตัวเกิดเป็นสิ่งเทียม อันเป็นตัวทำให้ยุ่งยาก และเกิดทุกข์ และนั่นแหละคือเหนือวิทยาศาสตร์ เหนืออาการที่จะต้องเป็นไปตามวิสัยโลก  โลกไม่สามารถครอบงำได้อีกต่อไป

          คณะ ผชป. ขออนุโมทนาแด่ทุกท่าน ที่สามารถดำรงจิตให้อยู่เหนือวิทยาศาสตร์หรือเหนือโลกได้ เป็นอย่างสูง

คณะ ผชป.

๕/๑ - ๒ ถนนอัฐฎางค์ นครหลวง ฯ ๒

โทร. ๒๒๓๕๔๙