ประเพณีไทยภาคใต้
ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า หรือ
ประเพณีลากพระ
ช่วงเวลา
วันลากพระ
จะทำกันในวันออกพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11
โดยตกลงนัดหมายลากพระไปยังจุดศูนย์รวม วันรุ่งขึ้น แรม 2 ค่ำ เดือน 11
จึงลากพระกลับวัด

ความสำคัญ
ประเพณีชักพระหรือลากพระนั้นเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวใต้
ที่ได้มีการสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย
โดยสันนิษฐานว่าได้เกิดมีขึ้นครั้งแรกในประเทศอินเดีย
ซึ่งเป็นประเพณีความเชื่อของพราหมณ์ศาสนิกชนและพุทธศาสนิกชน
มีพุทธตำนานเล่าขานสืบทอดกันมาว่า
หลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงได้ทรงกระทำยมกปาฏิหารย์ปราบเดียรถีย์ ณ
ป่ามะม่วง กรุงสาวัตถี และได้เสด็จไปทรงจำพรรษา ณ ดาวดึงส์
เพื่อทรงโปรดพระพุทธมารดา จนพระพุทธมารดาได้ทรงสิ้นพระชนม์ลง
จึงทรงได้เสด็จกลับมายังโลกมนุษย์
เมื่อพระอินทร์ทรงทราบจึงได้นิมิตบันไดนาค
บันไดแก้วและบันไดเงินทอดลงมาจากสรวงสวรรค์
เมื่อพุทธศาสนิกชนได้ทราบจึงพร้อมใจกันมาเฝ้ารับเสด็จที่หน้าประตูนครสังกัสสะ
ในตอนเช้าของวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11
พร้อมกับได้จัดเตรียมภัตตาหารเพื่อถวายแด่พระพุทธองค์
พิธีกรรม
1.
การแต่งนมพระ
นมพระ
หมายถึงพนมพระเป็นพาหนะที่ใช้บรรทุกพระลาก นิยมทำ 2 แบบ คือ
ลากพระทางบก เรียกว่า นมพระ ลากพระทางน้ำ เรียกว่า "เรือพระ"
นมพระสร้างเป็นร้านม้า มีไม้สองท่อนรองรับข้างล่าง ทำเป็นรูปพญานาค
มีล้อ 4 ล้ออยู่ใต้ตัวพญานาค ร้านม้าใช้ไม้ไผ่สานทำฝาผนัง
ตกแต่งลวดลายระบายสีสวย รอบ ๆ ประดับด้วยผ้าแพรสี ธงริ้ว ธงสามชาย
ธงราว ธงยืนห้อยระยาง ประดับต้นกล้วย ต้นอ้อย ทางมะพร้าว
ดอกไม้สดทำอุบะห้อยระย้า มีต้มห่อด้วยใบพ้อแขวนหน้านมพระ
ตัวพญานาคประดับกระจกแวววาวสีสวย ข้าง ๆ นมพระแขวนโพน กลอง ระฆัง ฆ้อง
ด้านหลังนมพระวางเก้าอี้ เป็นที่นั่งของพระสงฆ์
ยอดนมอยู่บนสุดของนมพระ ได้รับการแต่งอย่างบรรจงดูแลเป็นพิเศษ
เพราะความสง่าได้สัดส่วนของนมพระขึ้นอยู่กับยอดนม
2.
การอัญเชิญพระลากขึ้นประดิษฐานบนนมพระ
พระลาก
คือพระพุทธรูปยืน แต่ที่นิยมคือ พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร
เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 พุทธบริษัทจะสรงน้ำพระลากเปลี่ยนจีวร
แล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนนมพระ
แล้วพระสงฆ์จะเทศนาเรื่องการเสด็จไปดาวดึงส์ของพระพุทธเจ้า
ตอนเช้ามืดในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ชาวบ้านจะมาตักบาตรหน้านมพระ
เรียกว่า ตักบาตรหน้าล้อ
เสร็จแล้วจึงอัญเชิญพระลากขึ้นประดิษฐานบนนมพระ
ในตอนนี้บางวัดจะทำพิธีทางไสยศาสตร์เพื่อให้การลากพระราบรื่น
ปลอดภัย
3.
การลากพระ
ใช้เชือกแบ่งผูกเป็น 2 สาย เป็นสายผู้หญิงและสายผู้ชาย โดยใช้โพน
(ปืด) ฆ้อง ระฆัง เป็นเครื่องตีให้จังหวะเร้าใจในการลากพระ
คนลากจะเบียดเสียดกันสนุกสนานและประสานเสียงร้องบทลากพระเพื่อผ่อนแรง
ตัวอย่าง
บทร้องที่ใช้ลากพระสร้อย :
อี้สาระพา
เฮโล เฮโล
ไอ้ไหรกลมกลม
หัวนมสาวสาว
ไอ้ไหรยาวยาว
สาวสาวชอบใจ
สาระ
ประเพณีลากพระ เป็นการแสดงออกถึงความพร้อมเพรียง
สามัคคีพร้อมใจกันในการทำบุญทำทาน จึงให้สาระและความสำคัญดังนี้
1.
ชาวบ้านเชื่อว่า อานิสงส์ในการลากพระ จะทำให้ฝนตกตามฤดูกาล
เกิดคติความเชื่อว่า "เมื่อพระหลบหลัง ฝนจะตกหนัก"
นมพระจึงสร้างสัญลักษณ์พญานาค เพราะเชื่อว่าให้น้ำ
การลากพระจึงสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนในสังคมเกษตร
2.
เป็นประเพณีที่ปฏิบัติตามความเชื่อว่า ใครได้ลากพระทุกปี จะได้บุญมาก
ส่งผลให้พบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นเมื่อนมพระลากผ่านหน้าบ้านของใคร
คนที่อยู่ในบ้านจะออกมาช่วยลากพระ
และคนบ้านอื่นจะมารับทอดลากพระต่ออย่างไม่ขาดสาย
3.
เกิดแรงบันดาลใจ แต่งบทร้อยกรองสำหรับขับร้องในขณะที่ช่วยกันลากพระ
ซึ่งมักจะเป็นบทกลอนสั้น ๆ ตลก ขบขัน และโต้ตอบกัน
ได้ฝึกทั้งปัญญาและปฏิภาณไหวพริบ
ดีครับ สาธุ
ดีมากกกกกก
หวัดดีจร๊
แล้วมัน จ รัยคะเนี่ย
จังหวัดสุราษฏ์ธานีค่ะ