เมื่อวานเป็นวันที่ฉันต้องทบทวนและดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อเป็นการปรับปรุงสภาพให้พร้อมรับกับการต่อสู้กับการทำงาน หลังจากที่เหนื่อยมา ๓ วัน ๒ คืนและต้องพร้อมรับอีก ๑ กิจกรรม ๓วัน ๒ คืนเช่นกัน
ฉันได้ไปนวดแผนไทย ขณะนั้นมีผู้มารับบริการเพียง ๒ คนคือฉันกับคุณยายเตียงข้าง ๆ และมีผู้ทะยอยเข้ามาเรื่อย ๆ จนเต็มทุกเตียง ครั้งแรกก็เงียบ บรรยากาศดีอยู่แล้วแอร์เย็นและมีเสียงเพลงบรรเลงเบา ๆ เมื่อพนักงานนวดให้ฉันจึงหลับตาและพยายามหายใจเข้าออกแบบฝึกสมาธิช่วย แต่ทำให้รู้สติว่าน่องซ้ายอาการสบายกว่าน่องขวาเพราะฉันมีสมาธิดีกว่า ส่วนอื่น ๆ ฉันก็พยายามฝึกสมาธิไปเรื่อย ๆ แต่ทำได้ไม่ดีกว่าครั้งแรกเริ่ม เพราะฉันหันไปให้ความสนใจกับการสนทนาของคุณยาย
คุณยายท่านนี้ได้คุยกับพนักงานนวดอย่างฟังการสนทนาได้ชัดเจน ทราบว่าคุณยายอายุ ๗๖ ปี อ้วนและเดินไม่ถนัด มีไม้เท้าช่วยเดิน คุณยายขอนวดเพียง ๑ ชั่วโมงเพราะจะต้องรีบไปจัดการกับธุรกิจคือการซื้อขายที่ดิน ขายหิน ทรายและรับเหมาก่อสร้าง ขอเล่าเท่าที่จำได้ต่อไปนี้
คุณยายมีที่ดิน ๒๐๐๐ กว่าไร่ ราคาไร่ละ ๕ ล้านขึ้นไป มีผู้มาติดต่อขอซื้อแล้วแต่ยังไม่ขาย รอให้ราคาดีกว่านี้ มีตึกแถวให้เช่า ๕๕ หน่วย ๆ ละ ๒.๕ แสนต่อปี มีแผงลอย (ให้คนจนเช่า/คำพูดของคุณยาย) ๕ หมื่นต่อปี มีรถตัก รถขุด รถบรรทุกให้เช่า (จำไม่ได้ว่าเท่าไร แต่คุณยายบอกจำนวนด้วย)
คุณยายมีลูกสาว ๒ ลูกชาย ๓ สามีเสียชีวิตตั้งแต่คุณยายอายุ ๓๕ ปี คุณยายบอกว่า.."ลูกของคุณยายทุกคนไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือมากมาย เรียนไปทำไม ยิ่งเรียนสูง ๆ ต้องลงทุนมาก เอาแค่คิดเลขเป็นอ่านออก ลงชื่อในธนาคารได้ก็พอ เป็นคนมีเงินเดือน หรือรับราชการไม่เห็นจะรวยตรงไหน รอรับเงินเดือน ๆละครั้ง จะซื้อบ้าน ซื้อรถก็ต้องผ่อนเป็นงวด ๆ" และ.."คนอย่างยายไปธนาคารมีแต่คนยกมือไหว้เป็นแถว ส่วนคนที่จะไปกู้ธนาคารต้องยกมือไหว้คนในธนาคาร"....ถ้าลูกคนไหนรบเร้าหรืออยากเรียนจะไล่ออกจากบ้านและตัดเป็นตัดตาย
นอกจากนั้นคุณยายเล่าว่า..ลูกชายหรือลูกสาวจะไปแต่งงานกับคนไม่ทำมาหากินหรือเป็นคนจนนั้น คุณยายไม่ยอมรับ ลูกชายคนหนึ่งไม่เชื่อฟังภายหลังที่แต่งงานกับคนจนกว่า ต่อมาไม่นานเขาก็เลิกกันไป ลูกของคุณยายมีบ้านหลังใหญ่โตทุกคน อยู่จังหวัดโน้น จังหวัดนี้ ปัจจุบันมีเพียงลูกสาวที่หย่ากับสามีมาช่วยกิจการของคุณยาย นอกนั้นเขาไปทำมาหากินอยู่จังหวัดอื่น ๆ
อาการที่คุณยายเดินไม่สะดวก เพราะกระดูกเข่ามีปัญหา หมอนัดผ่าตัดแล้ว แต่คุณยายไม่ไปผ่า การเดินทางของคุณยายจะอาศัยรถรับจ้าง รถประจำทางหรือสามล้อ ไม่ชอบใช้รถส่วนตัวเพราะ.."ไม่คุ้มค่าน้ำมัน" และคุณยายไม่ชอบทำครัวหรือปรุงอาหารเอง เปลืองเงิน เปลืองเวลา
ถ้าหากจะวิเคราะห์เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของคุณยาย....เราควรนำส่วนใดมาปรับปรุงใช้กับตัวเราบ้าง ใครมีความเห็นเป็นอย่างไรช่วยที
สวัสดีคะพี่คิม
วิเคราะห์ยากนะคะ
คุณยายรวย ทำมาหากิน
แต่สุดท้ายก็ป่วย ไม่รักษา
ต้องมีคนเข้าใจและทำความเข้าใจกับคุณยายในการดูแลสุขภาพตัวเอง
คนเราก็คิดกันไปนะครับ...
--------------------------------------------------------------
บทนี้ผมเขียนไว้สอนตัวเองนะครับ
เวลาเราเหลือน้อยนิดเดียว จะมุ่งสะสมเงิน สะสมเงินทองไปทำไม
ทำไมไม่สะสมคุณงามความดี..เอาไว้เป็นเสบียงบุญไปในภพชาติต่อไป เงินมีมากมายสุดท้ายลมหายใจหยุด ลงโลงแล้วเอาไปด้วยก็ไม่ได้
คำถามเหล่านี้ ถามผมตัวเองบ่อยๆ นะครับ
คงไม่วิเคราะห์คุณยายท่านนั้นหรอกครับ เพราะความคิดของมนุษย์ คนที่เขาคิดทำอย่างนั้นเขาก็คิดว่าเขาคิดถูก เราไปคิดแทนเขา จะแน่ใจได้อย่างไรว่าคิดถูก มันเป็นความคิดของเราไม่ใช่ของเขา
ผมไม่คิดถึงความร่ำรวยเพราะผมพอใจกับสิ่งที่ผมมี ผมมีความสุขไม่จำกัด แต่ขณะที่ญาติพี่น้องคนอื่นเขาคิดไม่เหมือนผม ทุกวันนี้ทำงานหนักทั้งๆปัจจุบันมีเงินเก็บ มีทรัพย์สินนับล้านๆบาท แต่เขาก็ยังทำงานสร้างทรัพย์สิน เขามีความสุขที่ได้เห็นตัวเงินในบัญชีเยอะมีทรัพย์สินที่ดินบ้านเยอะ แต่เขาอาจจะขาดความสุขด้านอื่น
มีนิทานเล่าว่าเศรษฐีคนหนึ่งไปทำบุญที่วัด หลังจากถวายภัตตาหารเพลแล้วก็เดินมานั่งที่ศาลาท่าน้ำ เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งมองสายน้ำไม่ทำอะไร ด้วยความที่เศรษฐีทำงานหนักมุมานะรู้จักเก็บหอมรอมริบจนร่ำรวย จึงถามชายหนุ่มว่า
เศรษฐี นี่พ่อหนุ่ม ทำมาหากินอะไร
ชายหนุ่ม ไม่ทำอะไรครับ อยู่อย่างนี้สบายดี
เศรษฐี นี่พ่อหนุ่ม เจ้ายังหนุ่มยังแน่น ทำไมไม่รู้จักทำงานหาเงินทองมาเลี้ยงชีวิตให้สุขสบายเล่า
ชายหนุ่ม ผมถามท่านมั่ง ว่าท่านทำงานเพื่ออะไร
เศรษฐี เราทำงาน เพื่อจะได้มีรายได้มาก พอมีรายได้มากเราก็จะซื้อบ้านซื้อที่ดิน มีลูกน้องเยอะแยะ ไปไหนมาไหนก็สบาย อยากทำอะไรก็ได้ อยากซื้ออะไรก็ซื้อ
ชายหนุ่ม แล้วท่านนึกไหมว่าเวลาที่ท่านมีความสุขที่สุดคือตอนไหน
เศรษฐี ตอนที่เรามาที่วัดนี้ นั่งมองสายน้ำเงียบๆ ชีวิตเราเบาสบายมีคามสุขมาก เจ้าจึงเห็นเรามาบ่อยๆไง เราอยากมาเมื่อไหร่ก็มาได้
ชายหนุ่ม ก็ตอนนี้ผมนั่งมองสายน้ำเงียบๆอย่างมีความสุขอยู่แล้วครับท่าน....
ความสุขอยู่ที่ใจ ไม่ใข่อยู่ที่ทรัพย์สมบัติครับ
สวัสดีครับครูคิม
อยากรวยเหมือนคุณยายครับ มีเงินเยอะ ๆ มีความสุขดีครับ ดูคุณยายไม่เดือดร้อนเรื่องเจ็บป่วย
พี่คิมขาน้องกุ้งมารายงานตัวแล้วค่ะ ไม่สบายเป็นไข้หวัดใหญ่ นอนซมอยู่ 3 วันค่ะตอนนี้เริ่มฟื้นแล้วค่ะ อ่านเรื่องราวของคุณยายแล้วก็ใจนึงก็คิดอิจฉาที่เเกมีเงินทองมากมายก่ายกอง เเต่มุมหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยเลยก็คือเเกไมสนับสนุนเรื่องการศึกษาของลูกซึ่งคิดว่าไม่ดีนัก คนเราจะจนจะรวยก็ขอให้ได้มีการศึกษาที่ดีไว้ก่อนอย่างน้อยคนที่เรียนก็มีโลกทัศน์ที่กว้างไกลกว่าคนไม่เรียนนะคะ
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม
ถ้าลูกอ่านชีวิตออก...และเขียนได้
จะจนรวยด้วยทรัพย์จากภายใน
เลือกคู่รักใคร่...รักครอบครัว
อัตคัดคุณธรรมเหมือนน้ำรั่ว
บ้านแตกสาแหรกพัง...ช่างน่ากลัว
ใครบ้างเด็ดบัว...มิเห็นบึง
.
ครูกานท์
ขอแสดงความยินดีกับ
Blogger of the Month
"""
บุญรักษา
อายุบวร
...
ครูกานท์
สวัสดีค่ะพี่คิม
คนที่มีวิสัยทัศน์เช่นคุณยายเยอะเลยค่ะ...
ส่วนตัวคนไม่มีรากมาจากครอบครัวที่ค่อนข้างตามใจลูก กล่าวคือ ใครอยากเรียนก็ให้เรียน ไม่อยากเรียน อยากทำสิ่งที่ชอบก็ให้ทำ ไม่บังคับ แต่ต้องทำสิ่งที่ตัวเองเลือกให้ดีที่สุด...
เลยไม่ทราบจะคอมเม้นท์ความคิดเห็นของคุณยายอย่างไร เพียงแต่เห็นใจคุณยายที่มีเงิน ทรัพย์สินมากมาย แต่ดูเหมือนจะ..."จนและมีชีวิตที่ไม่ค่อยสะดวก" ...เอาเสียเลย
(^___^)
สวัสดีครูคิม
พี่คิมขา..ไม่ขอวิเคราะห์คุณยายนะคะ
แต่ขอยกส่วนดีของคุณยายเพื่อเป็นตัวอย่างให้ตนเอง
เช่น...มานะอดทน..ขยันทำงานสร้างฐานะ ประหยัด อดออม คำนวณถึงความคุ้มค่าเสมอเสมอ
สำหรับส่วนอื่นๆ..ก็แล้วแต่ว่าสมาชิกจะวิเคราะห์เช่นไร..เรื่องนี้คงไม่มีถูกหรือผิดนะคะ
คิดถึงพี่คิมจัง
สวัสดีค่ะ พี่คิม
คนเราความคิด ทัศนคติ แตกต่างกันไป
สุขอยู่ที่ใจ ไม่ใช่วัตถุ
โชคดี มีสุขค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม
สวัสดีค่ะ ครูคิม
ตามมาขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมค่ะ
สวัสดีค่ะ
ต้องบอกว่าทึ่งค่ะ
ทำไมยายเก่งจังเลย...
แต่ถ้าให้ความสำคัญกับการเรียนของลูกก็จะดีนะคะ
และการดำเนินชีวิต...เมื่อลำบากแล้ว ต้องคืนกำไรให้ตัวเองนะคะ
ถ้ามีเงินแล้วแต่ร่างกายไม่แข็งแรงก็...ทุกข์ค่ะ
สวัสดีครับครูคิม แต่งบล็อกซะเสวยเลยนะครับ
จะบอกครูว่า ผมขึ้นเรื่อใหม่อีกเรื่อแล้ว เป็นเรื่องใกล้ตัวเราด้วย ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ
ขอให้สุขภาพดีครับ
รักประเทศไทย ตำรวจเป็นมิตรใกล้ชิดประชาชน