มาหาไฟฉาย ให้ลูกหลานของเราส่อง.....เพื่อเดินทางบนถนนแห่งชีวิต....และเมื่อถึงเวลานั้น.... เราจะยิ้มได้และแก่เฒ่ากันอย่างมีความสุข

 

 

ไฟฉาย.....

........สำหรับเด็ก

 

 

"ครูเป็นเพียงผู้จัดหาไฟฉายและแนะนำวิธีใช้ไฟฉายให้กับเด็ก

    และเด็กจะเป็นผู้ส่องแสงสว่าง  เพื่อหาทางเดินของเขาเอง."

 

http://www.motherandcare.in.th/_admin/photo/2470001918.jpg

 

การมอบอนาคตของเด็ก  บางครั้ง เราไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร?  เราในฐานะของคนที่มีวุฒิภาวะ สามารถที่จะมอบอนาคตของเราต่อไปได้   แต่การมอบอนาคตให้กับเด็ก เราอาจต้องมองแล้วมองอีก  เด็กคือตัวแทนของเรา  แล้วเราจะมอบอะไรให้กับเด็ก ๆ ที่เป็นลูกหลานของเรา  เราสามารถเลือกที่จะมอบให้ลูกหลานของเราได้

คำตอบ คือ...ไฟฉาย......สำหรับพวกเขาเหล่านั้น

บันทึกฉบับนี้ ไม่ใช่ส่งเสริม ระบบการเรียนการสอนรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

แต่เห็นว่าได้อ่านผ่านตาแล้ว....สดุด... ในคำหลาย ๆ คำที่เด็กบางคนไม่เคยได้รับ  หรือไม่เคยถูกส่งเสริม

พวกเด็ก ๆ เหล่านี้.... วันหนึ่งข้างหน้า  เขาจะมาแทนที่เรา....แล้วเราจะนั่งเสียดาย...ถ้าสิ่งที่แทนที่เรา ขาดคุณภาพ

มาหาไฟฉาย ให้ลูกหลานของเราส่อง.....เพื่อเดินทางบนถนนแห่งชีวิต....และเมื่อถึงเวลานั้น....  เราจะยิ้มได้และแก่เฒ่ากันอย่างมีความสุข

 

"การศึกษาของเด็กกับโลกทรรศน์อันกว้างไกล"

 

การสอนแบบมอนเตสซอรี่

 

http://www.momypedia.com/elctfl/rlga/imgstk/img4_260.jpg

การสอนแบบมอนเตสซอรี่  มีจุดมุ่งหวังให้เด็กมีวินัยในตัวเอง  รู้จักควบคุมตนเอง ไม่ทำงานเพื่อหวังรางวัล หรือเพื่อไม่ให้ถูกลงโทษ  รางวัลที่เด็กจะได้ คือ  ผลงานของเด็กเอง

 

เด็กจะเรียนรู้มารยาทในการรอ  การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  และมีการใช้กริยาวาจาที่ดีต่อกัน  อุปกรณ์การเรียนรู้ทุกชิ้นในชั้นเรียน จะเป็นของเด็ก  เด็กจะเลือกอุปกรณ์เอง และทำงานตามความต้องการของเด็ก  โดยมีครูเป็นผู้คอยสาธิต

 

การเรียนการสอนแบบนี้ ผู้คิดค้น คือ แพทย์หญิงมาเรีย มอนเตสซอรี่ ชาวอิตาลี(มีอายุอยู่ในช่วง ค.ศ.1870 - 1952)ที่มีโอกาสได้ทำงานกับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา  และเด็กที่เธอดูแลด้วยระบบการดูแลของเธอ สามารถที่จะเรียนร่วมกันกับเด็กปกติได้เป็นอย่างดีทุกคน จนผลงานของเธอแพร่หลายไปทั่วโลก

 

 

http://joker.net84.net/icon/montessori.jpg

ปรัชญาของมอนเตสซอรี่ คือ เด็กเป็นผู้สร้างตนเอง และสองสิ่งสำคัญที่เด็กแต่ละคนที่เกิดมามีอยู่ในตัว คือ

          1.เด็กมีจิตที่ซึมซาบ  นั้นคือ เด็กสามารถเรียนรู้โดยการซึมซาบสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่ง 6 ปี

          2.เด็กมีช่วงวิกฤติ ที่เด็กสามารถเรียนรู้จำเพาะอย่างได้โดยง่าย ดังนี้

             * แรกเกิด - ตลอดชีวิต                     เรียนรู้ด้านภาษา

             * แรกเกิด - 3 ขวบ                           ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส

             * แรกเกิด - 1ขวบครึ่ง                      เรียนรู้การเคลื่อนไหว

             * 1ขวบครึ่ง  - 3 ขวบ                        พัฒนาการทางภาษาพูด

             *  1ขวบครึ่ง  - 4 ขวบ                       พัฒนาการทางกล้ามเนื้อ ประสาทสัมผัส

             *  2 ขวบ - 4 ขวบ                            สนใจเกี่ยวกับระเบียบในสิ่งแวดล้อมและชีวิตประจำวัน

             *   2 ขวบ - 6 ขวบ                           เรียนรู้ทางดนตรี

             *  2 ขวบครึ่ง - 6 ขวบ                      เรียนรู้ความรู้สึกและพฤติกรรมที่ควรมีต่อสังคม

             * 3 ขวบ - 6 ขวบ                             เข้าถึงส่วนเกี่ยวข้องที่ผู้ใหญ่พึงมีต่อเด็ก

             * 3 ขวบครึ่ง - 4 ขวบครึ่ง                  เรียนรู้ด้านการเรียน

             * 4 ขวบ - 4 ขวบครึ่ง                       ประสาทสัมผัสในการจับต้อง

             * 4 ขวบครึ่ง - 5 ขวบครึ่ง                  เรียนรู้ด้านการอ่าน

 

                เมื่อเข้าใจตามนี้แล้ว  พ่อแม่ผู้ปกครองเด็ก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมภาวะแวดล้อม ที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตเด็กในช่วงเวลาที่เหมาะสม  โดยไม่ไปเร่งเด็กก่อนวัย  และพยายามที่จะไม่ไปยับยั้งพัฒนาการทางกายและใจของเด็ก  ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อการเสริมสร้างบุคลิกภาพของเด็กที่จะค่อย ๆ มีขึ้น  เด็กจะต้องได้รับการดูแลอย่างดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ

http://www.palinaschool.com/C_montessori_files/14.gif

 

                พ่อแม่และครูจำนวนไม่น้อย ที่มองข้ามการดูแลทางด้านจิตใจของเด็ก จึงทำให้ในสังคมเราปัจจุบัน เด็กเติบโตมามีความพิการทางใจ  ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูในวัยเด็กนั้นเอง

 

 

                วิธีการของมอนเตสซอรี่ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ในลักษณะที่ดี และง่ายที่สุด คือให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเอง  โดยเด็กสามารถเรียนรู้ และแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเอง และพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง ด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง  และที่สำคัญ คือ เด็กเกิดสมาธิในตัวเอง เพราะเด็กจะไม่สามารถเรียนรู้ได้เลย หากจิตของเด็กวุ่นวาย

                นอกจากนี้แล้ว ระบบมอนเตสซอรี่ ช่วยฝึกให้เด็กมีวินัยในตัวเอง โดยจากการซึบซาบที่เกิดขึ้นในตัวเด็กเอง  เช่น การเก็บของเข้าที่ทุกครั้งที่เด็กหยิบมาใช้  เมื่อเด็กมีวินัย  ความรับผิดชอบของเด็กก็จะตามมา สรุปก็คือ

 

ระบบมอนเตสซอรี่ส่งเสริมให้เด็ก เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีคุณภาพ

http://www.thaicinema.org/images/2008title/dreamteam/pn%2013.jpg

 

ยังคงมีระบบการเรียนการสอนอีกมากมาย...ที่มีจุดดี จุดเด่น.....มอบให้แก่เด็ก

 

แต่สิ่งสำคัญก็คือ การเรียนการสอนในทุกรูปแบบต้องช่วยจรรโลงอนาคตของเด็ก ๆ ได้ เพราะการอยู่ร่วมกันในสังคม พื้นฐานทางร่างกายและจิตใจ สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

 

เด็กวันนี้ คือ อนาคตของชาติ เราต้องปลูกฝังให้เค้าเติบโตขึ้นมาและอยู่ในสังคมได้อย่างสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ  และเมื่อเค้าร่วมรับผิดชอบต่อสังคมได้  และคิดทบทวนกลับมาเมื่อครั้งเยาว์วัย...... เค้าจะยิ้มได้ อย่างเต็มภาคภูมิว่า "พ่อแม่ และครู ส่งเสริมให้เค้าเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีคุณภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ"

และพูดอยู่ในใจ "ขอบคุณ ที่พ่อแม่ ให้โอกาสเค้าเกิดมา และเติบโตด้วย จิตวิญญาณของความสุขทั้งกายและใจ"

วันนี้และวันไหน ๆ โลกก็จะน่าอยู่สำหรับ เขาเสมอ เพราะพ่อแม่ไม่ได้รังแกเขา


 ขอบคุณ หนังสือ ดี ดีเล่มนี้

คู่มือการสอนแบบมอนเตสซอรี่

โดย คำแก้ว ไกรสรพงษ์ หงสประภาส

สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.)

พ.ศ. 2534

ขอบคุณ ดอกไม้ สวย ๆ จากคุณใบไม้ย้อนแสง