สตรีหนึ่งเดียวที่สามารถก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิต

          ถ้าเอ่ยนามของพระนางบูเช็กเทียนคงจพไม่มีใครไม่รู้จัก สตรีที่ครั้งหนึ่งเคยทรงอำนาจสุงสุดทุกอย่างที่มือของพระนาง เรามาลองศึกษาเส้นทางชีวิตและเส้นทางการก้าวสู่อำนาจของพระนางกันดีกว่าค่ะ

 

โดยASTVผู้จัดการออนไลน์19มกราคม2548

  อู่เจ๋อเทียนหรือบูเช็กเทียน (武则天)เป็นฮองเฮาในถังเกาจงหลี่จื้อมีชื่อว่า เจ้า(曌)บิดาเป็นพ่อค้าไม้ ปลายราชวงศ์สุยได้มีการติดต่อกับหลี่ยวนต่อมาเมื่อหลี่ยวนสถาปนาราชวงศ์ถัง ก็ติดตามมาตั้งรกรากที่นครฉางอันเข้ารับราชการต่อมา
   
เมื่อบูเช็กเทียนอายุได้ 14 ปีถูกเรียกตัวเข้าวังเป็นนางสนมรุ่นเยาว์ในรัชกาลถังไท่จงหลี่ซื่อหมินเมื่อถังไท่จงสวรรคตจึงต้องออกบวชเป็นชีตามโบราณราชประเพณี
       
หลังจากถังเกาจงหลี่จื้อขึ้นครองราชย์ก็รับตัวบูเช็กเทียนเข้าวังมาด้วยการสนับสนุนจากหวังฮองเฮาที่กำลังขัดแย้งกับสนมเซียวและต่างฝ่ายต่างคอยให้ร้ายกัน ต่อมาในปี 655 ถังเกาจงคิดจะปลดหวังฮองเฮาและตั้งบูเช็กเทียนขึ้นแทน แต่เสนาบดีเก่าแก่ ฉางซุนอู๋จี้长孙无忌)และฉู่ซุ่ยเหลียง(褚遂良)แสดงท่าทีคัดค้าน ส่วนหลี่อี้ฝู่(李义府)และสี่ว์จิ้งจง许敬宗)แสดงความเห็นคล้อยตามต่อมาเมื่อถังเกาจงปลดหวังฮองเฮา แต่งตั้งบูเช็กเทียนขึ้นเป็นฮองเฮาแทนฉางซุนอู๋จี้ ฉู่ซุ่ยเหลียงและกลุ่มที่คัดค้านต่างทยอยถูกปลดจากตำแหน่งบ้างถูกบีบคั้นให้ฆ่าตัวตาย ส่วนหวังฮองเฮาและสนมเซียวก็ไม่อาจรอดพ้นชะตากรรมได้ภายหลัง ถังเกาจงร่างกายอ่อนแอ ล้มป่วยด้วยโรครุมเร้า ไม่อาจดูแลราชกิจได้บูฮองเฮาเข้าช่วยบริหารราชการแผ่นดิน จึงเริ่มกุมอำนาจในราชสำนักสุดท้ายสามารถรวบอำนาจไว้ทั้งหมด

ปี 683 ถังเกาจงหลี่จื้อสิ้น รัชทายาทหลี่เสี่ยน(李显)โอรสองค์ที่สามของบูฮองเฮาขึ้นครองราชย์ต่อมา พระนามว่าถังจงจง(唐中宗)ปีถัดมา บูเช็กเทียนปลดถังจงจงแล้วตั้งเป็นหลูหลิงหวัง庐陵王)จากนั้นตั้งหลี่ตั้น(李旦)ราชโอรสองค์ที่สี่ขึ้นครองราชย์แทนพระนามว่าถังรุ่ยจง(睿宗)แต่ไม่นานก็ปลดจากบัลลังก์เช่นกัน
       
ระหว่างนี้กลุ่มเชื้อพระวงศ์ตระกูลหลี่และขุนนางเก่าที่ออกมาต่อต้านอำนาจของตระกูลบูล้วนถูกกำจัดกวาดล้างอย่างเหี้ยมโหดฐานอำนาจของกลุ่มตระกูลหลี่อ่อนโทรมลงอย่างมาก กระทั่งปี 690 บูเช็กเทียนประกาศเปลี่ยนราชวงศ์ถังเป็นราชวงศ์โจว(周)หรือในประวัติศาสตร์จีนเรียกว่าราชวงศ์อู่โจว (武周)มีนครหลวงที่ลั่วหยาง ตั้งตนเป็นจักรพรรดินี ทรงอำนาจสูงสุดด้วยวัย 67 ปีถือเป็นจักรพรรดินีองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน
       
แม้ว่าการเข่นฆ่ากวาดล้างศัตรูทางการเมืองขนานใหญ่ส่งผลให้บรรยากาศบ้านเมืองขณะนั้นเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความกลัวแต่โดยทั่วไปแล้ว สภาพเศรษฐกิจและสังคมยังมีความเจริญรุ่งเรืองบูเช็กเทียนได้ปรับปรุงระบบโครงสร้างการปกครองท้องถิ่นการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการและทหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งบ่มเพาะบุคลากรที่มีความสามารถมากมายซึ่งส่งผลให้ในรัชกาลถังเสวียนจงในเวลาต่อมาแวดล้อมด้วยเสนาอำมาตย์ที่ทรงภูมิความรู้และคุณวุฒิเป็นผู้ช่วยเหลือ
       
เมื่อถึงปี 705 ขณะที่พระนางบูเช็กเทียนวัย 82 ปี ล้มป่วยลงด้วยชราภาพเหล่าเสนาบดีที่นำโดยจางเจี่ยนจือ张柬之)ก็ร่วมมือกันก่อการโดยบีบให้บูเช็กเทียนสละราชย์ให้กับโอรสของพระองค์ ถังจงจงหลี่เสี่ยนทั้งรื้อฟื้นราชวงศ์ถังกลับคืนมา ภายหลังเหตุการณ์ไม่นาน บูเช็กเทียนสิ้น

 ดวงตะวันฉายแสง
       
ภายหลังรัชกาลของบูเช็กเทียนสภาพการเมืองภายในราชสำนักปั่นป่วนวุ่นวาย เนื่องจากถังจงจงอ่อนแออำนาจทั้งมวลตกอยู่ในมือของเหวยฮองเฮา韦皇后)ที่คิดจะยิ่งใหญ่ได้เช่นเดียวกับบูเช็กเทียนเหวยฮองเฮาหาเหตุประหารรัชทายาท จากนั้นในปี 710 วางยาพิษสังหารถังจงจงโอรสองค์ที่สามของถังรุ่ยจงนามหลี่หลงจี

(李隆基)ภายใต้การสนับสนุนขององค์หญิงไท่ผิง(太平公主)ชิงนำกำลังทหารบุกเข้าวังหลวงสังหารเหวยฮองเฮาและพวกภายหลังเหตุการณ์องค์หญิงไท่ผิงหนุนถังรุ่ยจงขึ้นครองราชย์แต่งตั้งหลี่หลงจีเป็นรัชทายาท แต่แล้วองค์หญิงไท่ผิงพยายามเข้ากุมอำนาจเบ็ดเสร็จแต่เกิดขัดแย้งกับรัชทายาทหลี่หลงจี ปี 712 ถังรุ่ยจงสละราชย์ให้กับโอรสหลี่หลงจีเมื่อขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า ถังเสวียนจง(唐玄宗)สิ่งแรกที่กระทำคือกวาดล้างขุมกำลังขององค์หญิงไท่ผิงนำพาสันติสุขกลับคืนมาอีกครั้ง
       
"ความเสียหายร้ายแรงที่เกิดจากการกบฏครั้งนี้เป็นเหตุให้ยุคทองของราชวงศ์ถังดับวูบลงอย่างไม่อาจฟื้นคืนกลับคืนมาเช่นเมื่อครั้งก่อนเก่าได้อีก"

อาทิตย์ดับยามเที่ยง
       
ต้นรัชกาลถังเสวียนจงบริหารบ้านเมืองอย่างจริงจังรอบข้างแวดล้อมด้วยขุนนางผู้ทรงความรู้ความสามารถมากมายมีการปฏิรูปการบริหารการปกครองครั้งใหญ่ ตัดทอนรายจ่ายฟุ้งเฟ้อที่เคยมีในรัชกาลก่อนลดขนาดหน่วยงานราชการที่ใหญ่โตเทอะทะกวาดล้างขุนนางฉ้อราษฎร์ที่มาจากการซื้อขายตำแหน่งจัดระเบียบและรวบรวมผลงานวรรณกรรมและวิทยาการต่างๆบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองถึงจุดสูงสุด

แต่แล้วในปลายรัชสมัย เนื่องจากบ้านเมืองสงบสุขเป็นเวลานานถังเสวียนจงค่อยวางมือจากราชกิจ ปี 744 นับแต่รับตัวหยางอวี้หวนเป็นสนมกุ้ยเฟยไว้ข้างกาย ก็ลุ่มหลงกับการเสพสุขในบั้นปลายทอดทิ้งภารกิจบริหารราชการแผ่นดินจนเป็นโอกาสให้เสนาบดีหลี่หลินฝู่(李林甫)เข้ากุมอำนาจ แสวงหาอำนาจส่วนตนคอยกีดกันขุนนางและนายทัพที่มีความดีความชอบริดรอนขุมกำลังจากส่วนกลางในที่ไม่ใช่พรรคพวกตนขณะที่ให้การสนับสนุนแม่ทัพชายแดนที่มาจากกลุ่มชนเผ่าภายนอกเนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดภาวะตึงเครียดตามแนวชายแดนกับทิเบต ทูเจี๋ยว์เกาหลี และน่านเจ้าทางภาคใต้กำลังทหารรับจ้างที่ต้องประจำอยู่ตามแนวพรมแดนมีจำนวนมากขึ้นแม่ทัพชายแดนจึงกุมอำนาจเด็ดขาดทางทหารไว้ได้
       
       
หลังจากหลี่หลินฝู่เสียชีวิตหยางกั๋วจง杨国忠)ญาติผู้พี่ของสนมหยางกุ้ยเฟยได้ขึ้นเป็นเสนาบดีแทนแต่กลับเลวร้ายยิ่งกว่า ด้วยถืออำนาจบาตรใหญ่ ฉ้อราษฎร์บังหลวงการโกงกินของขุนนางทำให้ระบบการจัดสรรที่นาและการเกณฑ์ทหารล้มเหลวกำลังทหารอ่อนโทรมลง ช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเหตุขัดแย้งจากการแย่งชิงอำนาจระหว่างหยางกั๋วจงเสนาบดีคนใหม่กับอันลู่ซัน(安禄山)แม่ทัพชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเหตุให้อันลู่ซันหาเหตุยกกำลังบุกเข้านครฉางอัน

ถังเซวียนจงและหยางกุ้ยเฟยหลบหนีลงใต้ระหว่างทางบรรดานายทหารที่โกรธแค้นพากันจับตัวหยางกั๋วจงสังหารเสียจากนั้นบีบบังคับให้ถังเซวียนจงประหารหยางกุ้ยเฟย จากนั้นเดินทัพต่อไปถึงแดนเสฉวนขณะเดียวกัน รัชทายาทหลี่เฮิง(李亨)หลบหนีไปถึงหลิงอู่(ปัจจุบันอยู่ในมณฑลหนิงเซี่ย)ก็ได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นครองราชย์ต่อมา พระนามว่าถังซู่จง(唐肃宗)
       
       
ฝ่ายกองกำลังกบฏเมื่อได้ชัยก็เข้าปล้นชิงทรัพย์สินราษฎร ปี 757 เกิดการแตกแยกภายในอันลู่ซันถูกชิ่งซี่ว์庆绪)บุตรชายสังหารทัพถังได้โอกาสยกกำลังบุกยึดนครฉางอันและลั่วหยางกลับคืนมา แต่แล้วในปี758 สื่อซือหมิง(史思明)ขุนพลเก่าของอันลู่ซันก่อการอีกครั้ง ที่เมืองฟั่นหยาง(ปักกิ่ง)สังหารอันชิ่งซี่ว์ จากนั้นบุกยึดนครลั่วหยางได้อีกครั้ง ปี 761 ระหว่างยกกำลังบุกฉางอันถูกเฉาอี้(朝义)บุตรชายสังหารเช่นกันเป็นเหตุให้กองกำลังระส่ำระสายทัพถังได้โอกาสร่วมกับกองกำลังของชนเผ่าหุยเหอ(回纥)ตีโต้กลับคืนเฉาอี้พ่ายแพ้ฆ่าตัวตาย เหตุวิกฤตจากกบฏอันลู่ซันและสื่อซือหมิง ตั้งแต่ปี 755 – 763 จึงกล่าวได้ว่าสงบราบคาบลง
       
       
ความเสียหายร้ายแรงที่เกิดจากการกบฏครั้งนี้เป็นเหตุให้ยุคทองของราชวงศ์ถังดับวูบลงอย่างไม่อาจฟื้นคืนกลับคืนมาเช่นเมื่อครั้งก่อนเก่าได้อีก