การบันทึกนี้เกิดจากความเข้าใจส่วนตัวของผู้เขียน
ที่ได้ศึกษาหาความรู้จากโลกออนไลน์ใบนี้
รวมทั้งจากหลักสูตร ของกระทรวงศึกษาธิการ
ดังนั้นผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณให้ถี่ถ้วนมิเช่นนั้น
อาจเป็นภัยแก่ตัวท่านเองได้ อิอิ
เป็นธรรมดาของความไม่รู้ของฉันเองเอง
ที่ต้องดิ้นรนหาโอกาสเติมเต็มให้กับตัวเองถูกผิดก็เชิญท่านผู้รู้ทั้งหลายได้
กรุณาทำให้มัน Full และ delete มันออกไปได้หากมันไม่ถูกต้องนะคะ
การถอดบทเรียนนี้
เกิดจากการเอาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544
มาเปรียบเทียบกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551
พบข้อแตกต่างดังนี้ (อิอิ เลียนแบบวิธีการนำเสนอของผู้รู้เขาใช้กันค่ะ)
1.อันดับแรกดูที่โครงสร้างก่อน
1.1 ในโครงสร้างเดิม
มี 4 ช่วงชั้น คือ ช่วงชั้นที่ 1-4 แต่ละช่วงชั้นมี 3 ชั้นเรียนไล่กันไปตั้งแต่ป1-ม6
1.2 ส่วนโครงสร้างใหม่มี 3 ระดับ
(เห็นว่าใช้คำพูดต่างกันแล้ว จากช่วงชั้นมาเป็นระดับ)
คือ ระดับชั้นประถมศึกษา ป1 ถึง ป6 ,ม.1-ม.3,ม.4-ม6
...............................................................
ต่อมาลองศึกษาดูที่กำหนดเวลา
2.2 โครงสร้างเดิม
กำหนดเวลาเรียนทั้ง 8 สาระการเรียนรู้แบบกว้างๆ
เช่น ช่วงชั้นที่1(ป1-ป3) ทั้ง8กลุ่มสาระ ปีละ 800-1000 ชั่วโมง
โดยสถานศึกษาสามารถกำหนดเองตามใจเธอ
ว่าจะให้แต่ละสาระมีเวลาเท่าไหร่
ตามที่เห็นว่าดีที่สุด
สำหรับความต้องการของสถานศึกษาชั้นอื่นๆ
ใครสนใจไปหาดูเอาเอง นะคะ
2.2 โครงสร้างใหม่
กำหนดเวลาเรียนขั้นต่ำ ของ 8 กลุ่มสาระ
แต่ละชั้นปีกำหนดกรอบแต่ละกลุ่มสาระ
แต่ละชั้นปีมาให้แล้ว
แต่รวมทั้งหมดพบว่าระดับชั้นป1-ป6
มีเวลาเรียนพื้นฐานแต่ละชั้นปี 800 ชั่วโมง
และได้จัดสัดส่วนชั่วโมงเรียนแต่ละสาระมาให้แล้ว เช่น
-ภาษาไทย ป1 -ป3 200ชั่วโมง/ปี แต่ป3-ป6 เหลือ 160 ชั่วโมง
-คณิตศาสตร์ เหมือนกับภาษาไทยทุกชั้นปี
-วิทยาศาสตร์ , สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ,สุขศึกษา พลศึกษา, ศิลปะ
ตั้งแต่ป1-ป6 เรียน 80 ชั่วโมงเท่ากัน ในแต่ละชั้นปี
-การงานอาชีพและเทคโนโลยี่ , ภาษาต่างประเทศ,
ตั้งแต่ ป 1 - ป 3 เรียน 40 ชั่วโมง
และป4-ป6 เรียน 80 ชั่วโมง
รวมเวลาเรียนพื้นฐาน ของชั้นป1 -ป6 ชั้นละ 800 ชั่วโมง / ปี
(อิอิ ของม.ต้นเยอะกว่าประถมคือ 840 ชั่วโมง /ปี คิดเป็นหน่วยกิตรวม ได้ 21 หน่วยกิต )
ทั้งนี้ไม่รวมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน อีก 120 ชั่วโมง
และรายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเน้น
ปีละไม่เกิน 80 ชั่วโมง
รวมทั้งหมดไม่เกิน 1000 ชั่วโมง/ ปี
และกำหนดโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐานและเพิ่มเติม
สถานศึกษาสามารถดำเนินการ โดย
ระดับประถมศึกษา สามารถปรับเวลาเรียนตามที่กำหนดไว้ในโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน
ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ตามเหมาะสม
แต่ต้องมีเวลาเรียนรวมตามที่กำหนดไว้ในโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน
และผู้เรียนต้องมีคุณภาพตามมาตราฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนด
สำหรับเวลาเรียนเพิ่มเติม
หลักสูตรให้จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม หรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับความพร้อม
จุดเน้นของสถานศึกษาและเกณฑ์การจบหลักสูตร
เฉพาะระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3
สถานศึกษาอาจจัดให้เป็นเวลาสำหรับสาระการเรียนรู้พื้นฐาน
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
เป็นกิจกรรมที่กำหนดไว้เหมือนกันตั้งแต่ ชั้น ป.1 - ม.3 ปีละ 120 ชั่วโมง
เป็นเวลาสำหรับจัดกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน
และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
ในส่วนกิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณะประโยชน์
ให้สถานศึกษาจัดสรรเวลาให้ผูเรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมดังนี้
ระดับ ป.1 - ป .6 รวมทั้ง 6 ปี จำนวน 60 ชั่วโมง
(ตรงนี้ไงที่ฉันคิดว่าเราไม่ควรลอกหลักสูตร หรือแผนการสอนใคร
เพราะสุดท้ายครูผู้สอนเองนั่นแหละจะปวดเฮด เมื่อมีการประเมินเกิดขึ้น
และพบว่ามันไม่สอดคล้องทั้งกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ วิสัยทัศน์
จุดมุ่งหมายหลักสูตรสถานศึกษา ของเราเอง )
สำหรับชั้น ม1-ม3
มีเรื่องหน่วยกิตกำหนดชัดเจนที่ใครสอนต้องศึกษาเองจากหลักสูตรแกนนำดังกล่าว
และไม่ขอกล่าวถึงเพราะไม่ได้สอนระดับมัธยมศึกษา อิอิ
.........................................................................................................


เยี่ยมมากครับ วิเคราะห์ได้ถูกต้องทุกแง่มุมเลยครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ ครูต้อย
การลอกจะทำให้ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง
โชคดี มีสุขค่ะ
มันสำปะหลังบางพันธุ์ที่ มหา ปลูก กินไม่ได้เขาเอาไปทำแป้งมัน มหา เคยเอาให้หมูป่ากินหมูตาย
มันสำปะหลังพันธุ์ 5 นาที กินได้ และเกษตรกรไม่นิยมปลูกเพราะตลาดรับซื้อเอาไปทำขนม แต่ถ้านำไปขายลานมันที่เขาวัดแป้งลานมันไม่ซื้อ เพราะแป้งไม่มีปริมาณพอ
ขอบคุณค่ะ ท่านผอ. เขต ท่านประสิทธิ์
ขอบคุณน้องครูคิม
ทับทิมท่าจะหวานอร่อยนะคะ
ขอบคุณน้อง
ภัทรานิษฐ์ เจริญธรรม
น้องเหรียญชัย ความรู้สมเป็นปราชญ์ชาวบ้านเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะที่ให้ความสนใจ ดีใจจริงๆค่ะ ที่มีบุคลากรจากหน่วยงานอื่นให้ความสนใจ ครูต้อยมอง 2 ประเด็นนะคะ
ประเด็นแรกเป็นคุณแม่ที่เป็นห่วงลูก หลานค่ะ
ประเด็นที่มีงานเกี่ยวกับการให้การศึกษา อิอิ
อย่างไรครูต้อยก็ตอบค่ะ แต่ขอตอบในบันทึกหน้าด้วยความยินดียิ่ง
เอาเป็นว่าพี่ขอแลกเปลี่ยนไปพร้อมๆกับเพื่อนๆในgotoknow แล้วกันนะคะ เพราะพี่เองก็ยังใหม่เหมือนกัน และเพียงเป็นผู้ใช้ ผู้ร่วมทำหลักสูตร สถานศึกษาปี 2544 ของโรงเรียนมาเท่านั้นเอง หลักสูตรใหม่นั้นก็ไม่ได้นำร่อง จึงได้ศึกษาจาก มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย ค่อนข้างจริงจัง เพื่อจักได้นำพาทำสิ่งดีงามให้เด็กน้อยค่ะ เจอกันบันทึกหน้าค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สบายดีนะคะ
โรงเรียนเปิดแล้วยัง
ของพี่ยังไม่เปิดเลย
แถมการบ้านที่เรียนในม.ไซเบอร์ก็ยังไม่เสร็จ มึนๆ
ก็เลยแวะเข้า ออกบ้านตัวเองนี่แหละค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ
อืมเข้าท่าดีครับโลกแห่งความหลากหลาย บนโลกอินเตอร์เนต
สวัสดีครับพี่ต้อย แวะมาเยี่ยม พอให้ หาย"นึง"สบายดีน่ะครับ
อ่านแล้วเข้าใจดีค่ะ...
ครูพิษณุโลก [IP: 113.53.30.22]
ขอบคุณค่ะ
ปีหน้าคงได้มีโอกาสใช้ได้ถูกต้องตามบัญชาค่ะ
ปีนี้เรียนรู้เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงแบบสบายๆ
ในปีการศึกษาหน้า
แต่ในทางปฏิบัติครูต้อยก็แอบใช้แล้ว
เพราะอยากจะรู้ว่า
ในความเหมือนนั้นเหมือนจริงตามอักษรหรือไม่ และที่ต่างนั้น
ต่างกันตรงไหน อย่างไร และแค่ไหน
สวัสดีค่ะพี่krutoi
ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องหลักสูตรเลยค่ะ
รู้แต่ว่า เปลี่ยนทีไร คุณครูและสถานศึกษาก็เหนื่อยหนักทุกทีไป...
การเปลี่ยนแปลง คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้...
พี่ต้อยสบายดีหรือเปล่าคะ
ระลึกถึงค่ะ
(^___^)