การที่ได้อ่านถ้อยคำการเม้นท์ของพี่ครูต้อย krutoiting สองสามคำ  เกิดสัมผัสได้ว่า..อยากเจอตัวจัง  ต่อมาไม่นานพี่ครูต้อยทราบว่าฉันอยู่ที่กรุงเทพฯ พี่ครูต้อยได้เม้นท์ว่า "อยู่ส่วนไหนของกรุงเทพฯ อยากจะขอพบ"  ตื่นเต้นมาก แต่เวลาอ่านเม้นท์นั้นกลับบ้านแล้ว  เราก็คุยกันในบันทึกเรื่อยมา  สัปดาห์หนังสือแห่งชาติพี่ครูต้อยได้ส่งหมายเลขโทรศัพท์ให้น้องดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี ฉันแอบบันทึกไว้และรีบโทรไปหาพี่ครูต้อยทันที 

      คราวนี้ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เจอกัน มาทราบวันที่ใกล้เดินทางแล้วอาจารย์ขจิต ฝอยทอง โทรมาบอกว่ามี่พี่ครูต้อยไปด้วย  ได้พบกันครั้งแรกที่ร้านกาแฟสะพานข้ามแม่น้ำแคว  เราไม่มีเวลาคุยกันเป็นการส่วนตัวมากนัก ด้วยความรักความศรัทธาที่เราได้สื่อต่อกันในบันทึก  ทำให้ฉันได้พบตำรา มีการบ้านให้ทำ บางเรื่องฉันหาคำตอบมานานแต่วันนี้ฉันได้คำตอบของเรื่องเหล่านั้นจากพี่ครูต้อย  และการจัดการชีวิตเป็นสุขอย่างไร      

      พี่ครูต้อยให้ข้อคิดเกี่ยวกับการลดความขัดแย้ง การป้องกันตัวเองและการประทะเพื่อคลี่คลายปัญหาเป็นวิธีการที่ดีมาก  นอกจากนี้ฉันได้ฟังพี่ครูต้อยสนทนากับคนอื่น ๆ เพราะฉันต้องทำงาน ทำให้ทราบว่าพี่ครูต้อยเป็นผู้ให้อย่างมีจิตสาธารณะ ต้องการให้สังคมมีความสุข สอนทักษะชีวิตให้ก้บเด็กมากกว่าการยัดเยียดความรู้ 

     การสังเกตการปฏิบัติตนของพี่ครูต้อยครบสูตร"สุขบัญญัติ ๑๐ ประการ"เพื่อการจัดการชีวิตที่เป็นสุข ซึ่งสัมผัสได้ว่า...."รอยยิ้มของพี่ต้อยเต็มไปด้วยความสุขและเปิดเผย" ฉันโชคดีที่ได้พบพี่สาวที่แสนดีในครั้งนี้ ฉันจะนำแบบอย่างของพี่ครูต้อยไปปฏิบัติ ต่อไปนี้ฉันตั้งใจว่าจะไปร่วมงานจิตอาสาหรือกิจกรรมของพี่ต้อยทุกครั้ง  ขอให้ส่งเสียงมา  ภาพทุกภาพในบันทึกนี้เป็นการบรรยายความสุข

        พี่ครูต้อยมุ่งเอาชนะตนเองมากกว่าการเอาชนะคนอื่น และพูดให้กำลังใจเมื่อฉันปฏิเสธที่จะไม่ขอร้องเพลงบนเวที พี่ครูต้อยบอกว่า "น้องคิมต้องทำได้เชื่อพี่ต้อยสิ..เราเป็นครู"และที่สำคัญพี่ครูต้อยเป็นผู้มีธรรมะมากกว่าผู้รู้ธรรมะ  การสนทนาของพี่ครูต้อยเรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดเวลา