ศีลธรรมไม่ได้หย่อนยาน แต่...อุดมการณ์ในระบอบการเมืองไทยมีปัญหา

ผมตั้งกระทู้ถามตนเองอีกครั้ง ว่า สังคมวุ่นวาย เป็นผลมาจากการสอนศีลธรรม จริยธรรมหย่อนยานจริงหรือ......เพราะผมชักไม่แน่ใจเสียแล้ว เมื่อวิเคราะห์ไปลึกๆถึงอายุของกลุ่มนักการเมืองที่มีปัญหาเหล่านี้ ถ้าจะให้คาดคะเน เขาเหล่านั้นเป็นผลิตผลของหลักสูตรการศึกษา 2503,2521 เสียเป็นส่วนใหญ่ ท่านเชื่อหรือไม่ใน 2 หลักสูตรนี้ สถานศึกษา หรือโรงเรียนไม่ได้หย่อนยานในเรื่องการสอนศีลธรรมเลย ถ้าเป็นหลักสูตรปัจจุบันอาจจะใช่ จึงต้องมีโครงการโรงเรียนวิถีพุทธเข้ามาเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน

ถ้าอย่างนั้น สาเหตุมาจากอะไรที่ทำให้นักการเมืองค่อนข้างจะอ่อนด้อยทั้งด้านศีลธรรม จริยธรรม ผมก็เลยทำการวิเคราะห์ลึกเข้าไปอีก ถ้าอย่างนั้นอาจเป็นเพราะ

1. ระบบการเมืองของไทยหรือเปล่า ระบบการเมืองของไทยยังด้อยคุณภาพมากเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เช่น มีการซื้อเสียง ซื้อตัวบุคคล มีผลประโยชน์เป็นตัวล่อ มีค่าตอบแทนที่เป็นแรงจูงใจ มีการสร้างอิทธิพล สร้างพรรคสร้างพวกโดยวิถีนักเลง ไม่ใช่วิถีประชาธิปไตย ใครมีเงินจึงมีโอกาส ใครไม่มีเงินก็หมดโอกาส แต่..ถ้าอยากได้โอกาสต้องตกเป็นทาสของคนมีเงิน จึงทำให้คนดีบางคน หรือหลายคนเปลี่ยนไป เปลี่ยนเข้าหาระบบ ไม่ใช่ช่วยกันพัฒนาระบบให้เข้มแข็ง หากแต่..ช่วยกันทำลายระบบ เพราะระบบ และวิธีการเป็นตัวชักนำให้นักการเมืองลืมอุดมการณ์ ลืมจิตสำนึกชั่วดี เอาผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ผิดกับต่างประเทศ ซึ่งนักการเมืองไม่จำเป็นต้องมีเงิน ขอให้มีชื่อเสียงประชาชนจะช่วยกันลงขันในเรื่องทุนให้เอง

2. ความด้อยโอกาสของประชากร ทั้งในด้านการศึกษา การเรียนรู้ ด้านเศรษฐกิจ เป็นต้นเหตุของการขายเสียง เงินไม่มากาไม่เป็น ใครจ่ายมากลงให้คนนั้น คนดี "คุณดีจริง แต่คุณไม่ช่วยจ่ายเงินให้เรา เราก็ไม่กาให้คุณ" อะไรทำนองนี้

มีคำถามตามมาอีกว่า    ถ้าเขารับเงินของคนนั้นไปแล้ว เขากาให้ผู้นั้นจริง ถามว่า เขาผิดศีลธรรมตรงไหน เพราะเขาบอกว่า มันเหมือนการซื้อขาย คุณซื้อสินค้าเรา เราก็มอบสินค้าให้คุณ นี่แสดงถึงความซื่อสัตย์ ความมีสัจจะของประชาชนใช่ไหม ผมไม่เห็นว่าประชาชนผิดศีลธรรมตรงไหนเลย จะถามกี่ครั้งๆ เขาก็บอกว่า "เขาไม่ผิด" ถ้าเขารับเงินมาแล้ว ไม่กาให้สิ เขาผิด (โดยเฉพาะในจังหวัดแม่ฮ่องสอน)อย่างนี้จึงไม่เป็นเพราะว่าเขาขาดศีลธรรม จริยธรรมใช่ไหม  เพียงแต่เขาทำผิดกฏหมายเลือกตั้งเท่านั้น ครั้นจะอธิบายให้เข้าใจว่า รู้ไหมเขาหล่านั้นเมื่อจ่ายเงินซื้อเสียงแล้ว เขาก็จะถอนทุนคืนโดยการโกงชาติบ้านเมือง ไม่มีใครยอมเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์หรอก เขาก็มักตอบว่า "ช่างเขา ไม่ใช่เงินของเรา เขาไม่มาโกงเราก็พอ"

3. เรานำเอาหลักการ วิธีการการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของฝรั่งมาใช้ โดยไม่ได้คำนึงถึงความพร้อมของประชาชน ที่ดำรงชีวิตแบบวิถีไทย ฉะนั้นอุดมการณ์ในทางประชาธิปไตยจึงบกพร่อง และสร้างปัญหา

4. อุดมคติของการเมืองไทย เป็นเรื่องของผลประโยชน์ มากกว่าอุดมการณ์เพื่อการเมือง

ปัญหาโลกแตกอย่างนี้ จะแก้ได้อย่างไรสำหรับสังคมไทย โดยเฉพาะที่เป็นชาวชนบทและด้อยโอกาส ผมประสบมากับตัวเองในคราวที่ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง และผู้อำนวยการเลือกตั้ง จึงต้องยอมแพ้ต่อความเป็นจริง ไม่หวนกลับไปทำหน้าที่นี้อีกเลย  ในช่วงหลังมีผู้มาติดต่อให้เป็นตัวแทนลงสมัครเป็นนักการเมืองทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ผมปฏิเสธทุกรายและบอกเขาเหล่านั้นไปว่า "ผมเป็นนักการเมืองที่ดีของคุณไม่ได้ เพราะผมทำไม่ได้แบบนักการเมือง" เป็นคำตอบที่นุ่มนวลที่สุดเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ

เมื่อพิเคราะห์ดังกล่าวข้างต้น ผมเลยชักไม่แน่ใจว่า ปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง เกิดจากความอ่อนด้อยในการสอนศีลธรรม จริยธรรมของครู มันไม่น่าจะใช่ทั้งหมดใช่ไหมครับ อาจมีส่วนอยู่บ้างถ้าครูสอนศีลธรรมในหนังสือ มากกว่าการสอนเพื่อปรับเปลี่ยนเจตคติ หรือการฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดการซึมซับอย่างยั่งยืน

แล้วประเทศไทย จะวุ่นวายอีกนานไหมเนี่ย.....เป็นคำถามตามมาอีก ไม่สิ้นสุด.......

หันกลับมามองตัวเอง บอกได้คำเดียวว่า     "เหนื่อยครับ"

อาจารย์เก