หากมีความเชื่อโดยไร้ “ปัญญา” หรือ “เครื่องวินิจฉัย” ความเชื่อที่ไม่สมบูรณ์นี้ย่อมมีโอกาสนำพาไปสู่ทิศทางที่เลวร้ายหรือก่อให้ “เห็นผิดจากความจริง” เมื่อนั้นย่อมเป็นการยากที่จะดึงตัวเองให้กลับมาสู่ทิศทางที่ปลอดภัยได้
พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ.

อ่านแล้วนำมาใคร่ครวญต่อ ... เชื่ออย่างไร้ปัญญานำทาง ยิ่งผนวกเข้ากับ... “ความเชื่อและอคติเดิม” แล้ว ก็ยิ่งไม่น่าเชื่อว่า มนุษยธรรมดาคนหนึ่งจะสามารถ “เห็นผิดจากความเป็นจริง” ได้ถึงขนาดนั้น ท้ายที่สุดของการใคร่ครวญ...คนไม่มีรากคิดถึงพุทธพจน์ที่แปลเป็นภาษาไทยว่า.... “บัณฑิตย่อมไม่แสดงอาการขึ้น ๆ ลง ๆ” บัณฑิตหรือ “ผู้รู้” ย่อมไม่มีอาการขึ้น ๆ ลง ๆ ตามโลกธรรมที่เวียนผันเข้ามาอยู่เป็นเนืองนิตย์
....นั่นคือ บัณฑิตย่อมมี “ปัญญา” เป็นกำลัง ขอให้พวกเรามี “ปัญญา” และ ความ “สุขสงบ” และส่งผ่านความสุขสงบให้กับทุกคนในชาติกันนะคะ (^___^)
ปัญญาเป็นกำลังได้ดีเสมอ..
ปัญญาสามารถเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่างได้ด้วยความสงบ
เราควรตั้งจิตเพื่อให้เกิดปัญญานะคะ
ขอให้ทุกคนใช้ปัญญา
พิจารณาใคร่ครวญ...
ขอให้หลายๆคนถอยตั้งหลัก...
ขอให้สงบสุขเถิด...สาธุ
ขาดศิล ไม่มีสมาธิ ก็ไร้ปัญญา
กัมมุนาวัตตีโลโก ...สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม..สาธุ
ขอบพระคุณทุกท่านะคะ
ต้องไปธุระนอกบ้าน จะกลับมาคุยทีหลังค่ะ
(^___^)
สวัสดี ครับ คุณ คนไม่มีราก สวัสดี บัณฑิต และสวัสดี ฟ้าหลังฝน
เมื่อ คืน ผมเห็น พลุ ที่ ชลบุรี (ขณะไปเยี่ยม บ้านคุณ sila)
เป็นพลุ จริง ๆ (ยิงขึ่นฟ้า ....กลางเมือง ชลบุรี)
ผมเห็น พลังแห่งสติ...มากมาย ที่บ้านคุณ sila
และแวะมา ที่นี่ บ้านคุณคนไม่มีราก ก็เห็นปัญญา อีก
ทำให้ รู้ว่า พลังแห่งสติ และพลังแห่งปัญญา นี่ ไปด้วยกัน ได้อย่างสวยงาม หมดจด.....
ผม ผ่านชีวิต มาได้ถึงวันนี้.....เห็นโลก พอสมควร
แต่ ไม่มี อะไร มาเปรียบเทียบ เพราะคุณ ให้ มาแล้ว ครับ
สงบสุข
ขอบคุณ สำหรับวันนี้.....และเผื่อถึงวันข้างหน้าที่ผมมีลมหายใจอยู่ด้วยครับ
ธรรมสวัสดีโยมคนไม่มีราก
ความยึดมั่นถือมั่นของมนุษย์
ที่เรียกว่า อุปาทาน นี่ ไม่ง่ายเลยจริงๆ
ที่จะถอดถอนได้หมดเพียงแค่สิ้นภพจบชาติหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็น กามุปาทาน ความยึดมั่นในกาม
สีลัพตุปาทาน ความยึดมั่นในศีลพรตอย่างผิดๆ
ทิฏฐุปาทาน ความยึดมั่นในความเห็น
อัตตวาทุปาทาน ความยึดมั่นในวาทะว่าเป็นอัตตตาตัวตน
ต้องใช้ สติ ธัมมวิจัย ให้รอบถ้วน จึงจะได้ปัญญาแท้จริง
(สัมมาทิฏฐิ)..วันนี้เรามาทบทวนใจของเราว่า..ผ่านพ้น
ความเห็นผิดเพราะความยึดมั่นถือมั่น ในสิ่งที่เกิด ที่มี ที่เป็นอยู่
ทั้งอดีต ปัจจุบัน ได้มากน้อยแค่ไหน..เพื่อการเติบโตของจิตวิญญาณ
สู่ความเป็นบัณฑิตที่ก้าวล่วงอาการ ขึ้นๆลงๆในจิต อย่างแท้จริง
อนุโมทนาสาธุ ขอร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสะสมคุณธรรม
ของความเป็นบัณฑิต..ธรรมรักษา
สวัสดีค่ะ
เจริญพร โยมคนไม่มีราก
คำว่า บัณฑิต ผู้รู้นั้นหมายถึง ผู้ที่หมดกิเลสคือพระอรหันต์เพราะท่าน
ไม่ติดอยู่ในโลกธรรมแล้ว ไม่มีอาการอคติใดๆทั้งสิ้น
เจริญพร
สวัสดีค่ะคุณ add
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ....เราควรตั้งจิตเพื่อให้เกิดปัญญา....
คนที่มีความรู้ ได้ร่ำเรียนสูง ๆ ก็ไม่ได้หมายถึงการที่จะต้องมี "ปัญญา" เพราะถูกอคติและความเชื่อเดิมที่ไม่ผ่านการไตร่ตรอง...ครอบคลุมใจ
คนเมื่อไม่หมั่นไตร่ตรอง ไม่ใช้ปัญญา ก็ย่อมจะไม่เกิดปัญญาที่แท้จริงค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะพี่แดง
ดีใจจังค่ะที่ตอนนี้เรื่องราวสงบลงแล้ว ....
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะคุณสีตะวัน
ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นหลักการเบื้องต้นของผู้ต้องการมีสุขสงบในชีวิตค่ะ
กัมมุนาวัตตีโลโก ...สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม...
เห็นจริงด้วยดังที่ว่า เรามาระวัง "กรรม" ให้ดี เพื่อจะได้รับ วิบากที่ดีกันนะคะ
(^___^)
สวัสดีค่ะคุณ แสงแห่งความดี
ไม่ได้คุยกันเสียหลายวันเลยค่ะ....
ไปชลบุรีบ้านคุณศิลา...คงสนุกนะคะ
คนไม่มีรากคอยติดตามข่าวมาตลอด 2-3 วันที่ผ่านมาค่ะ มีเพื่อนโทรมาถามถึงสีเสื้อ ... ก็ได้แต่ตอบว่า สีเสื้อคงไม่เกี่ยวกับความรู้สึกในตอนนี้ .... เพราะนี่คือ เรื่องของพี่น้องร่วมชาติของเราที่ต้องทำร้าย ทะเลาะเบาะแว้งกันเอง...จาก ความไม่รู้จักพอ ... ของคนเพียงคนเดียว ...
พลังแห่งสติและปัญญา....สำคัญมากค่ะ ไม่เช่นนั้น ความเห็นที่ต่างกัน จะทำให้เกิด "อคติ" ต่ออีกฝ่าย ... คราวนี้เราก็จะไม่มีวันเห็น "ความจริงตามเป็นจริง" อีกต่อไป....
แล้วอะไรจะน่าเศร้าใจไปกว่านี้...
ขอให้พวกเรา...สงบสุข กันนะคะ
(^___^)
นมัสการท่าน เตวิชโช ค่ะ
เรื่องราวที่ผ่านไป ทำให้คลายใจ ค่ะ
ไม่ว่าเสื้อสีใด... ก็คือ คนไทย เช่นกัน...
เหตุการณ์ที่เกิดใน 3-4 วันนี้ทำให้เห็นอาการ ขึ้น ๆ ลง ๆ ปลงไม่ตก ยกไม่ขึ้น ... ของคนรอบตัว รวมทั้ง จิตของตนด้วยค่ะ
ทิฏฐุปาทาน ความยึดมั่นในความเห็น.... เป็นสิ่งที่ทำให้ คนที่เคยมีปัญญากลายเป็นคนไม่มีเหตุผลและใช้ถ้อยคำ กริยา อาการที่หยาบคาย...
น้อมรับธรรมะจากท่านที่ว่า....ต้องใช้ สติ ธัมมวิจัย ให้รอบถ้วน จึงจะได้ปัญญาแท้จริง (สัมมาทิฏฐิ)..วันนี้เรามาทบทวนใจของเราว่า..ผ่านพ้น
สาธุค่ะ
สวัสดีค่ะพี่สาวคนดีมนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)
มาพร้อมภาพที่งดงามมาก ๆ และข้อความที่สะกิดใจค่ะ
ขออนุญาตนำไปใช้บ้างนะคะ...^_^...
พระมหาวีระพันธ์ ชุตปัญโญ.
วันนี้พี่นั่งอ่านหนังสือของท่านเล่มหนึ่งค่ะ อ่านเกือบจบเล่มจึงยังไม่ได้ซื้อ (หมดงบ)เล็งไว้ซื้อครั้งหน้าค่ะ
ดีใจเช่นกันที่ บ้านเมืองสงบแล้ว ;P
สวัสดีค่ะพี่คิม
เมื่อสมัยเป็นเด็ก ๆ นั้น คนไม่มีรากจะขลุกอยู่กับ อากง (ปู่) ท่านเป็นคนเก่ง ใจดี ที่สุดในความคิดของคนไม่มีรากค่ะ
ท่านเป็นผู้ให้กฎทองคำ 3 ข้อ ซื่อสัตย์ กตัญญู อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นมรดกตกทอด ที่คอยหล่อเลี้ยงลูกหลานทุกคน...จนปัจจุบัน
ท่านมักบอกคนไม่มีรากซึ่งยังเป็นเด็กน้อยว่า...ต้องเป็นคนดี และต้องดีอย่างสม่ำเสมอ อย่าเลือกดีกับบางคน อย่าดีเป็นพัก ๆ ... ต้องมีความมั่นคง เสมอต้นเสมอปลาย อย่าต้นร้ายปลายดี...
จึงจำไว้สอนใจจนบัดนี้ค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะอาจารย์
เชื่ออย่างไม่ไตร่ตรอง เชื่ออย่างมีอคติน่ากลัวเสมอ
สำหรับสี่เมื่อได้ฟัง ได้อ่านอะไรมา ขอคิด ขอโต้แย้งในใจก่อน ให้ความคิดสองอย่างตีกันให้จบ
แล้วสี่ก็จะฟังเสียงของผลค่ะ
จึงมีเพื่อนบางคนชอบบอกว่าหากมองอะไรว่าดีเกินไป แล้วอยากมองแง่ลบบ้าง ให้มาคุยกับสี่ค่ะ แล้วจะชะงักค่ะ
แต่สี่ว่าสี่แค่อยู่ในโลกของความเป็นจริงเท่านั้นเอง ^__^
นมัสการท่านพระปลัดค่ะ
น้อมรับธรรมะใส่ใจ.....
คำว่า บัณฑิต ผู้รู้นั้นหมายถึง ผู้ที่หมดกิเลสคือพระอรหันต์เพราะท่าน
ไม่ติดอยู่ในโลกธรรมแล้ว ไม่มีอาการอคติใดๆทั้งสิ้น
สาธุค่ะ