๑๐๓.คนไทยในอุดมคติ

คนในอุดมคติ น่าจะใช้เป็นแนวทางในการสั่งสอนอบรมเยาวชน เพื่อหวังให้พวกเขาเติบใหญ่ เป็นผู้ใหญ่ที่มีลักษณะดังอุดมคติของคนรุ่นเราได้ตั้งเอาไว้ เพื่อให้เขาเป็นบุคคลที่มีคุณภาพทั้งเป็นผู้นำ และประชาชนที่ดีมีคุณภาพในอนาคต

         



กลุ่มจักรยานน้ำเก็บขยะ เด็กห้องท้ายที่น่าภาคภูมิใจ

 

       ในวันพักผ่อนผู้เขียนมักจะมีเรื่องคิดเพลินๆปลดปล่อยพันธนาการที่สังคมหยิบยื่นให้แล้วกลับมาเป็นตัวของตัวเองที่ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร  วิธีง่ายๆคือการคิดไปเรื่อยๆ  จินตนาการบางครั้งก็หลุดโลกแล้วก็แอบขำกับตัวเอง  เป็นการผ่อนคลายที่ดีวิธีหนึ่งเลยนะคะจะบอกให้  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่พ้นเรื่องเด็กๆกับการศึกษาไปได้หรอกค่ะ

        ทุกวันนี้การสอนนักเรียนไม่ได้สดวกสบายเหมือนเมื่อครั้งที่ได้ฝึกสอน  หรือบรรจุเป็นครูใหม่ๆ  หวนคิดคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์รึก็ไม่เลว  มิหนำซ้ำอัตราการสอบเข้าศึกษาต่อช่างง่ายดายกว่าปัจจุบัน  ยิ่งไปกว่านั้น  ลักษณะ นิสัย ใจคอของนักเรียนรึก็ช่างงดงาม  พูดจาไพเราะ เสนาะหู ว่านอนสอนง่าย
ทำให้ผู้เขียน
คุยได้เลยว่าคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจมาเลือกเป็นแม่พิมพ์ของชาติ
                              

          แต่วันนี้ไม่สามารถพูดได้เต็มปากดังเคย  เด็กไทยเราต้องยอมรับว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าในอดีต  คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน  นิสัยใจคอรึก็ก้าวร้าวมารยาทแย่ลง  หนังสือไม่อ่านแต่ไปนั่งนานๆได้ที่ร้านเกมส์.  แต่ช้าก่อน..จะไปโทษเด็กฝ่ายเดียวก็ไม่ได้  คนเป็นผู้บริหารและครูเรานี่แหละเปลี่ยนแปลงไปทั้งรูปลักษณ์ภายนอก  การแต่งกาย  เครื่องใช้ไม้สอย  ทำอาชีพเสริม ฯลฯอยู่โรงเรียนก็ไม่ได้สอนอย่างเดียว  มีงานพิเศษที่เป็นเอกสารมากมาย  บางครั้งต้องประกาศให้ครูมารวมกันด่วนที่ห้องโสตทัศนศึกษา  เพื่อกรอกข้อมูลส่งหน่วยเหนือ นัยว่าต้องส่งเย็นนี้ให้ทัน  ยิ่งช่วงทำผลงานเด็กๆต้องทำการบ้าน  ทำงานฝีมือ  ทำแบบฝึกสารพัด ที่ครูก็ลอกมาจากหนังสือนั่นแหละ  มองดูแล้วไม้แก่ท่าทางจะดัดยาก  ความคิดของผู้เขียนจึงมาสะดุดอยู่ที่การคาดหวังว่าในอนาคตเราต้องการให้ประเทศเป็นอย่างไร  มีสภาพต่างจากปัจจุบันตรงจุดไหน  ทำอย่างไรจะไปถึงจุดที่เราต้องการได้  อีกทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองก็ดี  ตลอดจนสถาบันการศึกษาก็ดี  จำเป็นต้องมีจินตนาการถึงบุคลิกลักษณะของบุคคลที่จะสร้างขึ้นมา  เป็นผู้นำในสังคมและประชาชนที่ดีในอนาคต                                                  

           ผู้เขียนจึงใคร่ขอความกรุณาทุกท่าน โปรดจินตนาการถึงลักษณะบุคคลที่เราต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคต  โดยใช้กระบวนการวิธีใด  การให้ทรรศนะในเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศชาติบ้านเมือง  หากนำแนวคิดที่ได้มาวางแผนการพัฒนาให้เป็นระบบ  ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของไทยอาจจะเริ่มจากจุดเล็กๆจุดนี้ก็ได้นะคะ.       

                                                    

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูและศิษย์



ความเห็น (64)

เป็นแนวคิดที่ดี น่าอ่านครับ

เขียนเมื่อ 
  • ขอบพระคุณท่านประสิทธิ์ค่ะ
  • หะแรกก็เกรงใจว่าจะยาว
  • หะสองแถมภาพกิจกรรมเด็กๆอีก
  • เอ้าเป็นไงเป็นกันค่ะ
  • สุขสันต์ปีใหม่ไทยค่ะท่าน
เขียนเมื่อ 

สวัสดีคุณครูแป๋ม

  • เป็นความคิดที่ดีครับ มุ่งที่เรื่องของอนาคต ชีวิตของเขาก็จะอยู่ในสังคมในอนาคตที่ผู้ใหญ่วันนี้กำลังสร้าง ฟูมฟัก ทั้งระดับชุมชน ประเทศ และโลก
  • "ช่วยจินตนาการถึงลักษณะบุคคลที่เราต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคต  มีลักษะอย่างไร  และโดยการใช้กระบวนการวิธีใด"
  • พันคำว่า จากประสบการณ์วันนี้บอกสิ่งที่ต้องทำเพื่ออนาคตอะไรบ้าง
  • ขณะที่บางท่านว่า ต้องนำเทคโนโลยีลงไปกระจายให้ทั่วถึงเร็วที่สุด แต่คิดอย่างดีก็พังได้เหมือนกันแต่พันคำก็ไม่รู้
  • พันคำว่าในมิติส่วนบุคคล ต้องการคำว่า "พอ ไม่โลภ พึงพอใจในตนเองในระดับที่มีความสุข ไม่ก่อความเดือดร้อน มีจิตสาธารณะ" >> อ่านบันทึก คุณ พอลล่า เรื่อง "บุญ" ครับ
  • วิธีการ รวบรวมข้อมูล คนประเภทจริยธรรมต่ำที่ทำให้เกิดความไม่มีสุขของสังคม แล้วให้นักเรียนชม วิพากย์วิจารณ์ผลดีผลเสีย ให้เขาร่วมคิดว่า เกิดได้อย่างไร ควรแก้อย่างไร

สวัสดี ครับ คุณครู แป๋ม

การมองเห็น....อนาคตของชาติ  ในมุมมองการศึกษา

ผมชื่น ชอบ สไตล์ การคิด การเขียน ของครูแป๋ม

และกล้าที่จะ ต่อยอด ความคิด

มองภาพนี้  บอกได้หลาย อย่าง

แล้ว ผม จะกลับมา ร่วมแสดง ความคิดเห็น บ่อย ๆ

ดอกกุหลาบ สีขาว  ครูแป๋ม เป็นดาวเด่นในดวงใจ ของผม

เป็นกำลังใจ ให้ ครับ

ขอบคุณ ครับ 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับครูแป๋ม

เห็นด้วยกับพี่พันคำตรงที่ ฝันอยากให้เค้าเติบโตอย่างสวยงาม

โดยที่ระหว่างที่เดินทางไปถึงอนาคตนั้น ได้พบได้เห็นได้รู้สึกถึงความจริงว่าบ้านเรา สังคมเรายังขาดอะไรที่ดี แล้วเติมตรงนั้นช่วยกัน

ส่วนตรงไหนที่ดีแล้วก็ยิ้มรับพร้อมกับสุขใจที่โชคดีกับการที่มีผู้มาก่อนหยิบยื่นสิ่งดีๆให้สังคม

ที่สำคัญคือ ขอให้พอใจ และไม่งมงายครับ

หลงทาง หลงเชื่อได้ แต่อย่าดื้อขืนไว้ว่าตนนั้นถูกที่สุด

ขอให้ยอมรับและยินดีที่จะเปลี่ยนความคิดของตนเสมอถ้ารู้ว่าที่เคยเชื่อมาตลอดนั้น ตอนนี้มันไม่เหมาะและใช้ไม่ได้แล้ว

สุดท้ายขอให้รักกันครับ หวังดีต่อกัน คิดดีต่อกัน

อยากเห็นแค่นี้จริงๆครับครู  ขอมากไปมั้ย? :)

เห็นด้วยกับพี่แสงศรีที่ว่า ครูแป๋มเป็นครูที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ใคร่ครวญถึงการพัฒนาการสอนเด็กอยู่ไม่ขาด แต่ละบันทึกนั้นเป็นเหมือนการคิดออกมาดังๆ ให้ตัวเราได้ทบทวนด้วย แล้วยังเป็นที่ชื่นใจของชาวเราที่ได้รู้ว่ามีครูที่ดีเยอะแยะมากๆ รวมถึงครูแป๋มคนนี้ไงครับ :)

ชื่นใจจังครับ

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่ไทยเช่นกันค่ะครูแป๋ม

เขียนเมื่อ 

คนไทยในอุดมคติ...

เป็นคนเก่งที่เป็นคนดี มีความรู้คู่คุณธรรมครับผม...

ขอบคุณครับผม...

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ อาจารย์พันคำ.
  • ทรรศนะของอาจารย์พันคำน่าสนใจทีเดียวค่ะ
  • คนไทยในอุดมคติจะต้อง "พอ ไม่โลภ พึงพอใจในตนเองในระดับที่มีความสุข ไม่ก่อความเดือดร้อน มีจิตสาธารณะ"
  • ส่วนวิธีการ  รวบรวมข้อมูล คนประเภทจริยธรรมต่ำที่ทำให้เกิดความไม่มีสุขของสังคม แล้วให้นักเรียนชม วิพากย์วิจารณ์ผลดีผลเสีย ให้เขาร่วมคิดว่า เกิดได้อย่างไร ควรแก้อย่างอย่างไร
  • ขอบคุณค่ะสำหรับข้อคิดเห็นอันทรงคุณค่านี้..


เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณแสงแห่งความดี
  • ใช่แล้วค่ะการศึกษาจะนำพาสู่ สังคมฐานความรู้
  • อำนาจที่แท้จริงในยุคนี้คือ การศึกษา อาวุธที่ใช้คือ ความรู้
  • แววตา รอยยิ้ม เสียงหัวเราะของเด็กๆ เป็นพลังให้แป๋มไม่ยอมท้อค่ะ แม้เส้นทางนี้จะเป็นไปอย่างโดดเดี่ยวก็ไม่หวั่นค่ะ
  • และ..กำลังใจดีดีจากคนที่ดี..เป็นดั่งลมหายใจยามป่วยใจได้ค่ะ 

        ถ้างั้น...กุหลาบขาวดอกนี้มอบให้คุณค่ะ..

                    
                                                         

 

 

เขียนเมื่อ 
  • มาอ่านตอบคิดเห็น และความคิดเห็นท่านอื่นๆ
  • คุณครูครับ ว่าไปแล้ว เกิดเป็นงานใหญ่พอควรซึ่งประกอบด้วยกระบวนการและงานย่อยๆหลายขั้นตอนเลยนะครับ
  • บางที คุณครูอาจเริ่มสะสมข้อมูล ดาวน์โหลด VDO การกระทำที่เข้าข่ายที่ผู้พบเห็นเหตุการณ์โพสต์ไว้ (ดูครีเอทีฟ คอมมอนส์ ด้วยนะครับ) ต้องเป็นเรื่องจริงไม่แต่งเติม ที่จะนำมาให้นักเรียนขบคิด
  • หรือถ้าจะให้ได้งานหลากหลายขึ้น ให้นักเรียนแยกย้ายกันไปค้นหาโหลดมานำเสนอหน้าชั้น สัปดาห์และหนึ่งเรื่อง เล่าแลกเปลี่ยนกัน และวิจารณ์กัน คุณครูเตรียมขมวดสรุปปิดประเด็นเรื่องให้ลงหลักธรรมข้อต่างๆสอดคล้องหลายๆศาสนา ให้เห็นว่าทุกศาสนามุ่งให้ทุกคนเป็นคนดีและอยู่ในสังคมอย่างมีสุข
  • ปีหน้าฟ้าใส เรื่องเหล่านี้อาจหายไป ก็เอาเรื่องเหล่านี้ออกมาให้คนรุ่นหลังดูได้ เน้นว่า เป็นการศึกษาเรียนรู้ข้อผิดพลาดไม่ใช่ตอกย้ำคนที่ทำพลาดรุ่นที่แล้ว
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณพิชชา
  • ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยมเยียนกันถึงบ้าน
  • มิตรภาพช่างงดงามยิ่งนัก...มีความสุขมากๆนะคะ

                   


เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีปีใหม่ค่ะ
  • อยากเห็นคนไทย "เป็นคนรู้จักการทำเพื่อส่วนรวม ไม่เห็นแก่ได้เพียงแต่ตนเองและพรรคพวกค่ะ"
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณดิเรก

ดีใจด้วยค่ะ "5 เดือนกับ project" ดีดี 

มีความสุขกับการให้รางวัลชีวิตกับตัวเองนะคะ
กับคนไทยในอุดมคติของคุณดิเรกสั้นๆแต่ได้ใจความ ลองฟังดูค่ะ

"เป็นคนเก่งที่เป็นคนดี มีความรู้คู่คุณธรรมครับผม..."

คุณเองมีคุณสมบัตินี้เต็มเปี่ยมคุณจึงเป็น "คนไทยในอุดมคติ"
ในยุคนี้ที่เราต่างแสวงหากันเหลือเกิน...คนหนึ่ง..



เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณเดย์

ชอบค่ะที่คุณบอกว่า ให้ดูที่.......
"
สังคมเรายังขาดอะไรที่ดี แล้วเติมตรงนั้นช่วยกัน" 
"ขอให้พอใจ และไม่งมงายครับ"
ขอบคุณแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อมหาชนค่ะ

หากคุณเดย์ทราบว่า
แป๋มทีแรงบันดาลใจอะไร
ที่ทำให้อยากอุทิศตนให้กับศึกษา
อาจมีความรู้สึกต่อชีวิตอัตนัย
ที่อยู่นอกกรอบของสังคมมาตลอด
วันหน้าอาจเล่าให้ฟัง ถ้าคุณเดย์
มีเวลาว่างจากการเตรียมเป็น "เจ้าบ่าวมือใหม่" ค่ะ..อิอิ...

คนไทยในอุดมคติ

คนไทยในอุดมคติต้องเป็นคนไทยที่มีจิตสำนึกในด้านศีลธรรมคุณธรรมและจริยธรรมตลอดจนต้องจิตสำนึกในด้านการใฝ่การศึกษาด้วย

การจะทำให้ประชาชนมีการศึกษาอย่างเดียวย่อมไม่เพียงพอ
หากคนที่มีการศึกษาไม่มีศีลธรรมไม่มีคุณธรรมและไม่มีจริยจริยธรรม
การให้การศึกษายิ่งกลับทำให้คนไม่ดีมีโอกาสใช้การศึกษาของตนประพฤติมิชอบที่แนบเนียนมากยิ่งขึ้น

ที่เกิดเหตุการณ์ในบ้านเมืองที่กำลังวุ่นวายในขณะนี้ก็เพราะบรรดาแกนนำและผู้นำที่มีการศึกษา
แต่ขาดศีลธรรมคุณธรรมและจริยธรรม จึงปลุกระดมผู้คนให้ทำการอันผิดกฎหมายบ้างเมือง
เพื่อผลประโยชน์ของคนเพียงคนเดียว

และหากผู้เข้าร่วมการชุมนุมถ้ามีศีลธรรมคุณธรรมและจริยธรรมก็คงไม่เข้าร่วมการชุมนุมที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมืองในขณะนี้

 

 

เขียนเมื่อ 
  • อาจารย์พันคำกลับมาอีกครั้ง
  • กับสุดยอดคำแนะนำที่ทรงคุณค่า
  • น้อมรับและสัญญาจะนำไปดำเนินเป็นโครงการสอน
  • แม้บริบทของโรงเรียนเก่ากับโรงเรียนที่จะย้ายไปจะต่างกัน
  • แต่การศึกษาจะต้องไม่แบ่งแยกต้องให้เท่าเทียมกัน
    (ให้มากที่สุด...)
  • ขอบพระคุณปราชญ์คนเก่งคนนี้ค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • ป้าแดง เองก็ให้แง่คิดที่สั้น 
  • ความหมายชัดเจนเหลือเกินค่ะ
  • อยากเห็นคนไทย "เป็นคนรู้จักการทำเพื่อส่วนรวม ไม่เห็นแก่ได้เพียงแต่ตนเองและพรรคพวกค่ะ"
  • ขอขอบคุณคุณป้าแดงค่ะ                   

                   

เขียนเมื่อ 

ถ้าจะตอบให้ตรงประเด็นกับหัวข้อ "คนไทยในอุดมคติ" ในกระทู้นะคะ
คนไทยต้องมีทั้งการศึกษาและเป็นคนมีศีลมีธรรมคะ
เห็นด้วยกับคุณสุวัฒน์นะคะ มีความรู้มีการศึกษาอย่างเดียวไม่พอต้องเป็นคนดีมีศีลธรรมด้วยคะ
ปรัชญาการศึกษาจึงต้องบรรจุหลักคุณธรรมและจริยธรรมด้วยนะคะ

 

เขียนเมื่อ 
  • อาจารย์สุวัฒน์ กล่าวถึงคนไทยนอุดมคติได้อย่างน่าฟังค่ะ..
  • "คนไทยในอุดมคติต้องเป็นคนไทยที่มีจิตสำนึกในด้านศีลธรรมคุณธรรมและจริยธรรมตลอดจนต้องจิตสำนึกในด้านการใฝ่การศึกษาด้วย"

  • ความคิดแป๋มเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นนามธรรมค่ะ แต่หากนักการศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้อง  ออกแบบจัดทำนวัตกรรมทางการศึกษาขึ้นมาอย่างหลากหลาย เลือกมาใช้ตามเวลาและโอกาส  ก็จะทำให้สิ่งดังกล่าวพัฒนาจากนามธรรมให้เป็นรูปธรรมได้ดียิ่งขึ้นค่ะ  จึงขอตะโกนไปยังเพื่อนครูด้วยกันนะคะว่า......

    "อย่าเบื่ออย่าหน่ายการจัดทำงานวิจัยในชั้นเรียนเลยค่ะ เพื่อเด็กของเรา  ประเทศของเรานะคะ"

  • ขอบคุณอาจารย์สุวัฒน์ที่ให้แง่คิดค่ะ. 

เขียนเมื่อ 
  • เห็นด้วยกับทุกท่านที่ให้ความเห็นมาทั้งหมดค่ะ
  • งานหนักและยากลำบากยิ่งคือการแปลงให้ความเห็นทั้งหมดเป็นรูปธรรม เราควรเริ่มอย่างไร  เริ่มที่ตำรา  ครูอาจารย์เป็นแบบอย่าง หรือการจัดระบบโรงเรียนทั้งหมดที่เน้นการปลูกฝังจริยธรรม คุณธรรม จิตใจพร้อม ๆ กับสติปัญญา?
  • เพราะสุดท้ายหลีกเลี่ยงไม่ได้คือหลักธรรมที่เป็นธรรมชาติและเป็นธรรมดามากที่สุด เพียงแต่ว่าหลายคนอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นธรรมะเรื่องของวัย ไม้ใกล้ฝั่ง  ....จึงควรให้เด็กไทยเข้าใจนำไปปฏิบัติมากกว่า "พิธี" รูปแบบทางศาสนา
  • จะเริ่มอย่างไรดีคะ ในเมื่อผู้ใหญ่ยังทำให้เห็นเป็นตัวอย่างตรงข้ามกับอุดมคติที่ควรจะเป็น หนักใจแทนเหมือนกัน แต่เชื่อมั่นว่าน้ำบริสุทธิ์หยดหินทุก ๆ วันคงกร่อนลงได้ ทำความดีวันละนิดวันละหน่อย ค่อย ๆ ออมทรัพย์ความดีงามใส่กระปุก
  • เพียงคิดดีก็เริ่มต้นไปไกลกว่าครึ่งแล้วค่ะ
  • เป็นกำลังใจให้ทำดีต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะคุณครูแป๋ม
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะคุณ สุรีย์พร ดวงมณี กล่าวถึงคนไทยในอุดมคติว่า....
  • คนไทยต้องมีทั้งการศึกษาและเป็นคนมีศีลมีธรรมคะ
  • ปรัชญาการศึกษาจึงต้องบรรจุหลักคุณธรรมและจริยธรรมด้วยนะคะ
  • แป๋มเห็นด้วยทุกประการค่ะ  ขอขอบคุณที่มาเยี่ยมกันนะคะ

     

เขียนเมื่อ 

นี่ก็ปราชญ์ในดวงใจแป๋มอีกคน "พี่ศิลา" แสนสวยค่ะ พี่เล่าว่า.............

"หลายคนอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นธรรมะเรื่องของวัย ไม้ใกล้ฝั่ง  ....จึงควรให้เด็กไทยเข้าใจนำไปปฏิบัติมากกว่า "พิธี" รูปแบบทางศาสนา..........................

จริงค่ะพี่.. ทำให้แป๋มนึกเลยไปยังเรื่องที่มีมูลเหตุคล้ายๆกันค่ะ  นั่นคือ
กับการมองถึงวิชาชีพครู โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่สอนหรือ "ครู" นั่นองกับการยกเป็นประชากรชั้น2  เอนท์ไม่ติดไม่มีทางไป  ฐานะยากจน เรียนครูได้นี่ก็บุญแล้ว... อืม...แม้จะมีความจริงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมดนะคะ ผลก็คือคนเก่งๆหน้าบางๆไม่เคยนึกถึงอาชีพครูในความฝันลำดับต้นๆ  แม้จะมีบ้างแต่แบบว่าหน้าบางน่ะค่ะ  สังคมได้กำหนดไว้เบ็ดเสร็จต้องเป็นแพทย์ วิศวะ เภสัชฯ  นักวิทย์ ฯลฯ เด็กกลุ่มนี้หากหาญเข้ามา "ต๊าย!!โง่จริงหรือแกล้งโง่น่ะ  สงสัยจะเรียนหนักมาก..โถๆๆๆๆๆ นี่คงเพี้ยนไปซะแล้ว สงสารเด็กเนอะ..."  คุณนายคุณชายปากมากเหล่านี้มีเกลื่อนเมืองค่ะ...บ้างก็บอก.."นี่ก็มาแย่งที่นั่งสอบเขาอีกมีที่ไปก็ไม่ไป เอาเปรียบกันนี่" เฮ้อ!!!มีอีกมากค่ะ..คืนนี้เล่าไปก็ไม่หมดดอกค่ะ  แป๋มเองผ่านจุดนั้นมาแล้ว  สบายค่ะ

  • นี่แค่ตัวอย่างการคิดของผู้ใหญ่ยุคปัจจุบัน  การปรับความคิดคนรุ่นนี้แป๋มว่าเสียเวลาเปล่าค่ะ สู้เราผู้เป็นครูที่ใกล้ชิดเด็กจริงๆ ผู้บริหารการศึกษา  และผู้บริหารสถานศึกษาเปิดไฟเขียวให้ครูได้ทำงานอย่างเต็มที่  นอกจากจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ยังเป็นการพิสูจน์ "ภาวะผู้นำ"ของผู้นำทั้งหลายว่าเขาจะเป็นผู้นำที่แท้จริงหรือไม่ ด้วยการร่วม "รับทั้งผิดและชอบ" กับผู้เป็นครู แหม...3 in 1 เชียวนะคะ แบบได้ใจลูกน้องเพิ่มมาอีก ส่วนชื่อเสียง  รางวัลนั้น เชื่อว่าคงจะตามมาในไม่ช้า  อืม..แล้วจะรออะไรกันอีกละคะ...

เขียนเมื่อ 

ขออนุญาตใช้คำเชยๆครับ เป็นคำสมัยหลักสูตร 21

คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น

เขียนเมื่อ 

ยินดีด้วยค่ะกับการเป็น 1 ใน 5
รางวัลสุดคะนึงชุดล่าสุด..เยี่ยมค่ะ
ที่ท่าน. small man~natadee กล่าวมา..
ไม่เคยเชยค่ะ ใช้ได้ดีเสมอมา ขอสนับสนุนค่ะ.

      

เขียนเมื่อ 

ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนเสียนาน

สบายดีนะครับคุณครูแป๋ม

...

ทีแรกกะจะมาทักทายตามธรรมดา

หลังจากห่างหายไปเพราะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

....

เห็นประเด็นแล้วต้องบอกว่า ยากมากครับ แต่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้องมีการทำเรื่องนี้กันอย่างจริงๆ จังๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับประเทศ  เพราะมันเป็นการกำหนดทิศทางการพัฒนาบุคลากรอันเป็นอนาคตของประเทศเลยทีเดียว

....

สำหรับผมในตอนนี้ขออนุญาตแสดงความเห็นในส่วนที่เกี่ยวกับ "กระบวนการ" เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่คุณครูแป๋มต้องการนะครับ  แต่คงไม่ขอพูดถึงประเด็นที่ครูแป๋มอยากได้คำตอบ เพราะตัวผมเองอาจไม่อยู่ในฐานะ และไม่มีประสบการณ์พอจะตอบได้

....

ในส่วน "กระบวนการ" นั้น เท่าที่ผมพอนึกออก มันก็น่าจะมี 2 วิธี

1. ใช้ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ในหลากหลายสาขาวิชาชีพ  เพื่อระดมความคิดความเห็น ให้ได้มาซึ่ง "โมเดล" ของคนไทยในอนาคต วิธีคิดของแบบนี้น่าจะมองที่ "ภาพอนาคต" เป็นหลัก โดยเราพยายามที่จะหา "คนไทยในฝัน" ซึ่งน่าจะเป็นภาพที่เราควรไปให้ถึง  ซึ่งอาจเหมือนกันกับวิธีการที่คุณครูแป๋มกำลังพยายามใช้อยู่ในขณะนี้

2. ถอดแบบจาก "บุคคลตัวอย่าง" ในสังคม ที่คนส่วนใหญ่ยอมรับกันว่า เป็น บุคคลตัวอย่างที่น่านับถือ ซึ่งแต่ละท่านอาจมีจุดเด่นในแต่ละด้านที่แตกต่างกันไป  เช่น ด้านความซื่อสัตย์  ด้านกระบวนการคิด ด้านจิตอาสา  ด้านภาวะผู้นำ เป็นต้น 

โดยจะต้องศึกษาเจาะลึกในรายละเอียด ของแต่ละท่านว่า  กว่าที่แต่ละท่านจะก้าวมาถึงจุดที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้นั้น ท่านเหล่านั้นผ่านประสบการณ์ หรือกระบวนการเรียนรู้อะไรมาบ้าง  มีคุณค่าหรือค่านิยมใด ที่ท่านเหล่านั้นยึดถือ  มีแบบแผนชีวิต หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง  

ดูๆ ไปมันอาจคล้ายเป็นการทำชีวประวัติบุคคลสำคัญ  แต่อาจจะเป็นการเจาะลึกไปในบางเรื่องบางประเด็น 

...

ต้องขอออกตัวนิดนึงนะครับว่า  ผมไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ความเห็นได้ว่า วิธีใดจะมีประสิทธิภาพในการหาคำตอบมากกว่ากัน  หรืออาจจะต้องผสมผสานกันก็ไม่ทราบได้

แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดก็ตาม ผมคิดว่าผลลัพธ์ที่ได้มานั้น (โมเดลของคนไทยในฝัน)  ควรจะต้องเป็นรูปธรรม ที่จับต้องได้ นึกภาพออก  และไม่ไกลเกินกว่าที่ใครๆ (คนธรรมดา) จะไปถึงได้

...

ชื่นชมจริงๆ ครับ

กับความคิดพัฒนาเพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ดีกว่าวันนี้ของคุณครู

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณซวง ยอดกัลยาณมิตรของแป๋ม

เจอะคุณทีไร..รู้สึกว่าหัวใจ...คล้ายๆจะหยุดเต้น..ยังไงยังงั้น..
แต่.ช้าก่อนค่ะ!!!!!ที่พูดนี่แป๋มหมายถึงการลุ้นค่ะ..ลุ้นว่า..
จะได้แลกเปลี่ยน..และเรียนรู้อะไรจากคุณน๊า?????และก็ไม่ผิดหวัง

ยอมรับค่ะว่าเป็นเรื่องยาก...แต่ก็ยังดีกว่าการปิดปากเงียบ
แสร้งทำมองไม่เห็น."จุดอ่อน".อืม.ใช้คำว่า"จุดที่ควรพัฒนา"แทนค่ะ
และแป๋มยังเชื่ออีกนะคะว่าคนไทยนั้น "รักชาติ"มีความเป็น"ชาตินิยม"
อยู่ด้วยกันแทบทุกคน..มากบ้างน้อยบ้าง..ก็ว่ากันไป..

โอว...นึกขึ้นได้เมื่อกี้นี้เองว่า..เอ๊ะ!! นี่แป๋มลัดขั้นตอนวิธีการไปรึเปล่า...ตอบเองค่ะว่า..น่าจะลัดนะคะ....การที่จะสร้างมโนภาพแล้ว
จินตนาการถึงการที่จะสร้างคนไทยรุ่นใหม่ให้เป็น "คนไทยในอุดมคติ"
นั้นจะต้องหาสาเหตุ  ที่มาที่ไป  ตลอดจนสภาพของสังคมไทยที่แท้จริง  ให้เห็นกันอย่างทะลุปรุโปร่งเสียก่อน จึงจะใช้ข้อมูล ณ ปัจจุบันวาดฝันไปสู่ความเป็นจริงในอนาคต  อย่างเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่ฝันลมๆแล้งๆ ตามแต่จะคิดได้ (อันนี้ว่าตัวเองค่ะ) ที่สำคัญมากๆคือ กระแสแห่งโลกาภิวัฒน์ที่เชี่ยวกราก  ให้รู้เท่าทันและปรับตัวให้อยู่กับสิ่งเหล่านี้ได้....เฮ้อ!!ไปๆมาๆ แป๋มว่าต้องพูดเรื่องนี้กันอีกนานค่ะ...

ขอบคุณเหลือค่ะ กับ"กระบวนการ" เยี่ยมๆของคุณ.ขอบคุณจริงๆค่ะ. 

  

 

เขียนเมื่อ 

ขอให้กำลังใจแรงๆ เลยนะครับ

กับความพยายามของครูแป๋มในครั้งนี้

หวังว่ามันอาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ดีๆ

ที่จะนำไปสู่สิ่งสำคัญของการศึกษาของประเทศต่อไป

คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการเรียนรู้จากการลองปฏิบัติแล้วล่ะครับ

เชียร์ดังๆ ให้เดินหน้าเต็มตัวเลยครับ

ได้ผลอย่างไร ช่วยแจ้งให้ทราบไว้ประดับสมองด้วยนะครับ

แต่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์มากๆ สำหรับคุณครูและผู้อยู่ในแวดวงการศึกษาทุกท่าน

...

ขอตัวไปปั้นฝันก่อนนอนนะครับคุณครู

ดูแลสุขภาพด้วยครับ

 

เขียนเมื่อ 

คุณซวงคะ..แป๋มว่าไม่น่าจะมีใครฟันธงว่าวิธีนี้ดี..วิธีนั้นถูก..ได้ในตอนนี้หรอกค่ะ..เพราะว่ายังไม่ได้เริ่มทำอย่างจริงๆจังๆนี่คะ.....เรื่องของ
การศึกษาจะมาทีหลังการเมืองและเศรษฐกิจเสมอ

ต้องยอมรับว่ากระแสแห่งโลกยุคโลกาภิวัฒน์  เป็นกระแสที่เชี่ยวกราก..
หลีกเลี่ยงไม่ได้.. ทำไมเราไม่คิดจะตั้งรับกับมันแบบให้รู้เท่าทันละคะใช้หลักตรรกะมาวิเคราะห์สภาวการณ์ขณะนั้น  นำมาวางแผน
ที่จะเลือกแนวปฏิบัติบังคับทิศทางการพัฒนาประเทศ  ไม่ให้ตกยุคจนกลายเป็นประเทศที่ล้าหลัง...สรุป...ไม่ต้านกระแส(เพราะต้านไม่ไหว) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ไหลตามกระแสไปหมด  อย่างนี้อัตลักษณ์ของชาติก็คงถูกกลืนไปหมด  ไม่เหลือวิถีให้ลูกให้หลานได้ศึกษารับรู้  สิ่งที่ดีงามของชาติไทยอันเป็นถิ่นกำเนิดบรรพบุรุษของพวกเขา  ที่เอาเลือดเอาเนื้อเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อรักษาชาติบ้านเมืองไว้ให้คนรุ่นเราในวันนี้มีแผ่นดินอาศัยอยู่.... กล่าวมาถึงตอนนี้..ให้รู้สึกสะท้อนใจค่ะ..

วันนี้..แป๋มเริ่มที่จะนึกถึงคำพูดของบุคคลรอบข้าง..ในวันที่แป๋มตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะเป็นครูที่ดี  ครูผู้ทำหน้าที่ในการ "สร้างคน" ด้วยความภูมิใจ  มากกว่าการที่จะเลือกเป็นแพทย์ที่ต้องไป "ซ่อมคน" ...แต่..รู้ไหม..ว่า..ลมหายใจของแป๋ม..เริ่มที่จะแผ่วลงไป..ทุกวัน.ทุกวัน...  ขอร้อง...ขอให้เพื่อนๆหมอทุกคน...ที่ยอมทำตามกรอบ..ที่สังคมได้กำหนดมาให้ "เด็กห้องคิง" อย่างพวกเราว่า..ช่วยกลับมาดูใจเราด้วย..เราพยายามทำดีที่สุดแล้ว..

สังคมไทยเป็นสังคมขี้เกรงใจค่ะ  การนิ่งเฉยไม่มีความเห็น  ขณะที่ประธานให้โอกาสแล้ว..เงียบสนิท...  แต่พอออกมานอกห้องประชุม  สิคะ..สารพัดเรื่องราว..ที่ต่างคนต่างผลัดกันเล่า  เผลอๆไม่มีใครฟังใครด้วยซ้ำ  ทำไมนะ...ได้แต่สงสัยมาตลอด  แอบกระซิบถามบ้าง  ถามตรงๆบ้าง  คำตอบคืออยากพูดเพียงแต่อาจจะไม่ถูกใจนาย  เผลอๆไปขัดกับนโยบายเบื้องสูง โธ่เอ๋ย.."นี่หนูแป๋ม มามะพี่จะบอกให้  ที่เธอสงสัยว่าทำไมพี่จึงไม่เสนอให้..................กับท่านๆไปเลยล่ะ..เธอนี่..ดื้อจริงๆเลย...เรื่องอะไรเราจะไปเสนอ  ลองสิ  เท่ากับฆ่าตัวตายเลยนะ  บางคนกำลังจะรุ่ง เลยไม่ได้เกิดกันพอดี  นี่พี่เตือนเธอเพราะหวังดีดอกนะ...."

วันนั้นแป๋มเดินกลับบ้านด้วยใจที่หม่นหมองและเศร้าใจ  ท่ามกลางละอองฝน...ที่กำลังจับกัน..เป็นเม็ดหนาขึ้นๆๆๆๆ สอดรับกับแสงวาบบวกเสียงคำราม...ของท้องฟ้า  ในยามที่ลมแรง..กำลังจะก่อตัวเป็นพายุฝนในอีกไม่ช้า...ทว่า..ดวงใจ..ดวงนี้กลับไม่รับรู้..ถึงความน่ากลัวในสิ่งที่..กำลังจะเกิด..ในอนาคต..อันใกล้นี้เลย..     

                             


 

สวัสดี...ปีใหม่ไทย 2552 นะคะ

พอดียุ่งๆ  ไม่ได้ทักทายตั้งนาน

มีสิ่งดีๆในทุกๆวัน นะคะ

Take care

สวัสดีค่ะครูแป๋ม

อ่านจากบันทึกของครูแป๋ม

หากให้กอปลดปล่อยและคิดอะไรแบบหลุดโลกบ้าง

กออยากให้ประเทศไทย ตัดช่วงการศึกษาออกไปมั่ง

เช่น ตัด มัธยมต้นออก หรือตัดปวช ออกไป อะไรประมาณนี้ค่ะ

อิอิ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณสายธาร....

ดีจังค่ะ..มาพร้อมกับความสงบ
และสดใสเสมอมา...ใจเย็นลงเยอะ..
ขอบคุณนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณกอ....

ยอมรับค่ะกับการปลดปล่อยของคุณ
ทำให้แป๋มยิ้มได้เสมอๆ บางครั้งก็ต้อง
ตัดต่อความคิดกลับไปมา...เพลินจัง...

คุณเป็นผู้ที่ creative thinking สูงปรี๊ดค่ะ.

เขียนเมื่อ 

ขออภัยที่ต้องกลับมาแจมอีกนะครับ

เนื่องจากเห็นว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่น่าสนใจ และมีความสำคัญมากๆๆๆๆ จริงๆ

...

ที่ทำงานผมกำลังรณรงค์เรื่องวัฒนธรรมองค์กร กำลังสร้างค่านิยมใหม่ๆ ที่คิดว่าน่าจะดี ให้คนในองค์กรอยู่เช่นกัน  

ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับพี่ที่ทำงานทางด้าน HR ในเรื่องการสร้างวัฒนธรรมองค์กร คุยไปคุยมาก็เห็นตรงกันว่าหากจะสร้างวัฒนธรรม ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ Role Model  หรือตัวแบบที่ดี  

ก็ยังคุยกันเล่นๆ แบบมองโลกในแง่ร้ายว่า ถ้าไม่สามารถหาตัวแบบ อันเป็นคนตัวเป็นๆ เพื่อมาแสดงค่านิยม ให้คนทั่วไปเห็นได้   ก็คงยากที่จะทำให้คนเชื่อ และปฏิบัติตามได้

มันคงไม่ต่างกับการที่คนเป็นพ่อเป็นแม่คน ห้ามลูกไม่ให้กินน้ำอัดลม  แต่ตัวเองกลับมากินให้ลูกเห็น  อย่างนี้เด็กที่ไหนก็ไม่เชื่อ ไม่ทำตามหรอกครับ

และที่สำคัญที่สุด ตัวแบบที่ดี จะต้องไม่ใช่เพียงพูดพร่ำสอนอย่างสวยหรู  แต่ทำไม่ได้   ก็ไร้ประโยชน์  เพราะมันจะขาดพลังโน้มนำให้คนเชื่อและปฏิบัติตาม

....

พูดไปพูดมา "ตัวแบบ" กับ "แม่พิมพ์" นี่ก็น่าจะเป็นคนเดียวกันแล้วสิครับ

ผมคิดว่า คุณครูแป๋มเอง และคุณครูอีกหลายๆ ท่านในชุมชน G2K ก็กำลังเป็น "ตัวแบบที่ดี" ของ "คนไทยในฝัน" อยู่นะครับ

....

ขอบคุณมากนะครับคุณครูแป๋ม สำหรับคำชื่นชมที่มีให้เสมอมา  แต่สำหรับผม ที่มีคุณค่ามากที่สุดคือการที่คุณครูได้ให้เกียรตินับผมเป็น "กัลยาณมิตร" คนนึง

หนึ่งในเหตุผลที่ผมมาเข้าร่วมเป็นสมาชิกของชุมชนนี้ก็คือการแสวงหา "กัลยาณมิตร" เพื่อ "แลกเปลี่ยน และเรียนรู้" ระหว่างกัน ให้เกิดการต่อเติม ต่อยอด เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นร่วมกันครับ

ขอขอบคุณ และขอเป็นกำลังใจให้นะครับ

.....

ยังไม่ต้องรีบตามใครมา "ดูใจ" หรอกนะครับ ผมคิดว่าคุณครูยังมีแรง มีพลังอีกเยอะ

มีเหนื่อยบ้าง มีท้อบ้าง เป็นธรรมดา ผ่านมา แล้วก็จะผ่านไป

ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง จึงจะชื่นใจครับ

(เฮ้อ...เอาอีกแล้ว...ตัวเองยังทำไม่ได้ แล้วไปให้กำลังใจคนอื่น  เค้าคงเชื่ออยู่หรอก!!!)

ยาวไปแล้ว รู้สึกชักหลง ชักฟุ้งๆ

ไปดีกว่าครับ

เขียนเมื่อ 

พักหลังๆหากสังเกตดู คุณซวง อาจพบว่า..บันทึกของแป๋ม
จะออกแนวค่อนข้างซีเรียส  ซึ่งพี่ๆที่นี่ได้ตั้งข้อสังเกต
บวกกับช่วงที่กลับไปบ้าน  พ่อแม่ก็ถามไถ่ออกแนวห่วงลูกสาว
น้องๆเพื่อนๆก็แซวๆมา จึงกลับมาคิดทบทวนตัวเอง.อืม..จริงแฮะ...

ยิ่งการได้สนทนากับพ่อ"ผู้นำ"ในดวงใจของแป๋ม ได้แง่คิดที่สุดยอดทบางอย่างแป๋มลืมไปถนัดใจ..พ่อบอกว่าเวลานี้ลูกควรพิจารณา
สิ่งใดที่ "ต้องทำ"สิ่งใดที่ "ควรทำ" พ่อเชื่อว่าการมุ่งมั่นปรารถนา
ที่จะทำเพื่อส่วนรวมของลูกเป็นเรื่องที่ดีแน่นอน หากแต่บางเรื่อง
ต้องใช้เวลานาน ไม่อาจทำสำเร็จด้วยคนเพียงคนเดียว..การที่ลูกพ่อ "มองไกล คิดใหญ่ ใฝ่สูง" ขอชื่นชม แต่สิ่งที่เราคุยกันนี้  อยากให้นำกลับไปคิด พลังของลูกกับวัยที่ยังต้องโลดแล่นในวงการนี้อีกนาน
จงสั่งสมประสบการณ์และนำ"แรงกายแรงใจที่สูญเปล่า" ช่วงนี้ ไปใช้
ทำในสิ่งที่มันจำเป็นและเห็นผลเร็ว  อันจะทำให้ลูกมีความสุขใจ ที๋มากพอที่จะแผ่ไปให้คนอื่นๆได้อีกด้วย....คราวหน้าเจอกันพ่อคงเห็นลูกทีความสุขที่มากมาย เป็นแป๋มคนเดิมที่ลูกมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ  สดใส สนุกสนาน..ไม่ใช่วันนี้..ที่ลูกสาวพ่อ....??????????? 

ช่วงนี้แป๋มกำลังนำสิ่งที่พ่อสอนมาทบทวน
และวางแผนชีวิตให้ up และมีเวลามากขึ้น
นี่ก็เสร็จแล้ว จะลองเริ่มดูวันพรุ่งนี้...แต่แป๋ม
ไม่ทิ้งความคิดนี้เด็ดขาด  แต่เวลาและโอกาส
เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องไตร่ตรองให้รอบคอบค่ะ...

เขียนเมื่อ 

งานของครู..ยังหนัก และยิ่งใหญ่ ครับ

เพราะ...การศึกษา คือ เครื่องมืออันสำคัญสุดของการพัฒนาชีวิตของมนุษย์...

และนั่นก็หมายถึง...การพัฒนาสังคมด้วยเช่นกัน

....

เป็นกำลังใจให้..เสมอ นะครับ

เขียนเมื่อ 

35. แผ่นดิน

พิ๊งก์ขอบคุณแทนน้องแป๋มด้วยค่ะ  นี่ก็ตัดจากโลกภายนอกทำวิจัยป.เอกอย่างเดียวที่ศรีราชา ขอให้พิ๊งก์มาช่วย update เรื่องราวที่นี่ แต่อย่าห่วงเลยค่ะ ทุกสิ่งน้องแป๋มรับทราบแน่นอน พิ๊งก์จะจัดการส่งไปให้น้องเองค่ะ

การศึกษา คือ เครื่องมืออันสำคัญสุดของการพัฒนาชีวิตของมนุษย์...

แม้พิ๊งก็จะเป็นคนนอกวงการศึกษา แต่ความยิ่งใหญ่ที่ได้รับรู้จากการบอกเล่าของแป๋มทุกวี่วัน  และยังให้มาดูแลงานที่นี่แทนช่วงปิดภาคเรียน ช่างเป็นสิ่งที่มีค่ามากค่ะ ปกติจะไม่ได้มาดูอะไรตรงนี้เลย ไม่รู้จักก็ว่าได้ (ขอโทษค่ะ) ต้องขอบใจแป๋มที่ทำให้พี่พิ๊งก์ได้รับรู้ความน่ารักของที่นี่.

                                                                                    "pinkky"

เขียนเมื่อ 

เข้ามาทักทายครับ

ตอนนี้ เป็น คุณครูแป๋ม กับคุณ pinkky นะครับ

เขียนเมื่อ 

38. พันคำ

ไม่นานหรอกค่ะ ตอนนี้คุยกับน้องผ่านพิ๊งก์ก็ได้ค่ะ เหตุผลบางอย่างไม่อาจบอกหน้าจอได้ อย่าให้แกมากังวลอะไรมากกว่านี้เลย และพิ๊งก์ก็เป็นนักวิจัยธรรมดาๆ ไม่ได้เก่งกาจมากมาย ขออภัยที่ทำให้เสียความรู้สึกบ้าง

#pinkky#

ไอศูรย์ปิยธร
IP: xxx.147.95.253
เขียนเมื่อ 

น่าสังเกตว่าผู้ที่มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเด็กจริงๆ คือกลุ่มของครู  ไม่เข้ามาแสดงความเห็นกันเท่าไร  เป็นความเห็นส่วนตัวครับ 

เขียนเมื่อ 

แวะมาทักทาย พี่พิงก์ โดยเฉพาะ

ไม่ต้องผ่านไปให้คุณครูแป๋มนะครับ

ไม่อยากกวนให้เสียสมาธิ

ขอให้กำลังใจแบบเงียบๆ ดีกว่า

...

สำหรับพี่พิงก์ จะเขียนอะไรบ้างก็ได้นะครับ ที่เป็นตัวตนของคุณพี่เอง

แล้วจะรอนะครับ

เขียนเมื่อ 

42. ไอศูรย์ปิยธร

ขอบคุณสำหรับข้อสังเกตค่ะ

p'pink

เขียนเมื่อ 

43. ซวง ณ ชุมแสง

ขอบคุณค่ะที่อยากให้พิ๊งก์เขียนเรื่องราวในแนวของตัวพิ๊งก์เอง  แต่เอาไว้หลังจากน้องกลับมาค่ะ  การทำอะไรหลายอย่างเวลาเดียวกันจะทำได้ไม่ดี  นี่พิ๊งก์ต้องระวังคำพูดที่จะตอบไม่ให้น้อเสีย เพราะแกทำดีมาตลอดแล้ว  ขอเป็นว่าเมื่อน้องกลับ คืนบล็อกและบันทึกของน้อง พิ๊งก์อาจสมัครเป็นสมาชิกใหม่กับชาวเราที่นี่ก็ได้  ขอบคุณที่แนะนำมาค่ะ

p'pink

เขียนเมื่อ 
  •  kpam&p'pink
  • เอ..กล้าคิดดีนะ
  • พลังความคิดมีมากล้น
  • ได้แต่ชื่นชมคนรุ่นใหม่
  • ที่อดทนและกล้านอกกรอบ
  • กล้าเพราะเล่าจากประสบการณ์ตนเอง
  • เห็นด้วยกับความเห็นที่ 42
  • น่าเสียดายแนวคิดดีๆแบบนี้
  • ท่าทางจะเหนื่อยคนเดียว
  • ชักชอบชีวิตอัตนัยของน้องซะแล้ว
  • รีบกลับมา พี่อยากส่งเสริม 
เขียนเมื่อ 

หากผู้ใหญ่ในบ้านเราให้ความสำคัญกับคนคิดดีแบบนี้มากๆ น่าจะดีกว่านี้นะคะ คนที่ทำงานจริงไม่มีเวลาไปคุยเข้ากลุ่มนินทาว่าใคร คนที่เหลือก็เอาตัวรอดไปวันๆ หาแบบเสียสละความสุขของตนนิดหน่อยก็แทบไม่มี  ที่ไหนก็เป็นเหมือนค่ะ  แม้แต่ที่ทำงานของพิ๊งก์ มาช่วยกันดูแลคนที่ทำจริง  โดยไม่ไปคอยโพนทะนาที่ไหนต่อไหนกันดีไหมคะ

p'pink

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมบล็อกยามที่แป๋มมีภาระเรื่องเรียนนะคะ

35. แผ่นดิน
37. พันคำ
39. ไอศูรย์ปิยธร
40. ซวง ณ ชุมแสง
43. แฝดพี่

และขอบคุณพี่พิ๊งที่ช่วยต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมค่ะ


เขียนเมื่อ 

"บลอก"สวยขึ้นๆนะครับคุณครู

เขียนเมื่อ 

รู้สึกดีที่ได้กลับมาอีกครั้งค่ะอาจารย์
คงจะได้สนทนากับท่านอีกนานพอควร

สวัสดีภาคเรียนใหม่นะคะ

เขียนเมื่อ 

ดูท่าว่าคุณครูคงจะต้องเหนื่อยไปอีกนานครับ  ทุกวันนี้เรื่องของการพัฒนาคุณธรรมของเด็ก  เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยได้รับการใส่ใจจากบรรดาคุณครู  มากไปกว่าการสอนตามบทเรียนให้มันจบๆไป  ไม่มีเวลาอบรมบ่มนิสัยให้เด็กตระหนัก  เห็นความสำคัญของการเป็นคนดี  สายใยความผูกพันระหว่างครูกับนักเรียนลดต่ำลงจนน่าใจหาย  เห็นครูเป็นเพียงผู้รับจ้างสอน  แสดงอาการที่ไม่เคารพครูเป็นไปอย่างสิ้นคิด  เด็กคิดเองไม่เป็น  ไม่กล้าตัดสินใจ  ตัวอย่างที่ดีไม่มีให้เห็น  น่าสงสารการศึกษาไทยที่ครูดีๆมักจะขอออกไปจากระบบ  ครูที่อยู่ในระบบก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ทำผลงานจนคุณภาพการสอนต่ำลง  ครูที่ตั้งใจทำงานเริ่มท้อและหมดกำลังใจ  คงต้องพูดกันอีกนานตราบที่เรายังไม่พัฒนาในจุดนี้ก่อน

เป็นกำลังใจให้คุณครูครับ   

เขียนเมื่อ 
  • คุณเป็นเอกคะ จะมีครูคนไหนหาญกล้าจะมาปรับ 
  • แม้จะพูดไปก็ยังไม่กล้า เดี๋ยวเด็กเกลียด
  • เด็กไมรักแย่เลย ทำแบบเดิมเขาทำมาก็ยังอยู่ได้
  • เปลี่ยนไปเจอแรงต้านฆ่าตัวเองเลยนะน้อง
  • คนไทยในอุดมคติจึงเกิดไม่ได้ตราบที่ครูเรา
  • ยังมุ่งสอนตามหนังสือ ละเลยเรื่องคุณธรรม
  • แถมมอบแนวคิดความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวให้อีก
  • ม.ต้นยังไม่เท่าไร ม.ปลายสิคะ แย่มากๆค่ะ
  • ขอความอนุเคราะห์ลิงก์ไปยังบันทึกคุณครูจักรกฤษณ์นี้ค่ะ
  • http://gotoknow.org/blog/jantakoon016/277102
  • ขอบคุณคุณครูจักรกฤษณ์เจ้าของบันทึกค่ะ

 

เขียนเมื่อ 

หลักคิดหลักการคุณครูแป๋มแน่มากครับ  งานของครูสาวคนนี้ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน  ค่อยๆก้าวนะครับ  เดี๋ยวจะหกล้มไปเสียก่อน ห่วงครับ

เขียนเมื่อ 
  • จะค่อยๆก้าวตามที่คุณบอกนะคะ กลัวหกล้มค่ะ คุณพชร

           

เขียนเมื่อ 

ผมว่าแนวคิดนี้คงตรงใจใครๆอีกหลายคนครับผม สู้ครับคุณแป๋ม

เขียนเมื่อ 

สุขสันต์วันแม่ครับ

เขียนเมื่อ 

สู้ๆๆ ค่ะคุณพชร

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะท่าน small man

ณ๊องเต๋า
IP: xxx.206.48.147
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ครูแป๋ม...^^

จากที่ผมได้อ่านเรื่องที่ครูแป๋มนำเสนอไว้หน้าบอร์ด...

มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากมายเลยครับ^^

น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างมากครับ^^

อยากมีกิจกรรมแบบนี้ให้ทำบ้างจังเลย^^ มันน่าจะสนุกมากเลยนะครับผมว่า^^

ผมชอบกิจกรรมแบบนี้มากเลยครับ..ชอบเรียนแบบปฏิบัติมากกว่าเรียนทฤษฎี^^

อิอิ ชอบ ชอบ ขอบคุณครูแป๋ม ที่ได้นำสิ่งที่ดีดีมาให้พวกผมได้ดู มันเป็นอะไรที่น่าภาคภูมิใจมากเลยนะครับ^^

แต่ได้เรียนกับครูแป๋มก็มีความสุขมากแล้วครับ อิอิ

สุรัตวดี ขุนแพง
IP: xxx.108.216.198
เขียนเมื่อ 

คนไทยในอุดมคติ

หนูคิดว่าประเทศไทยต้องการคนดีมากกว่าคนเก่งนะค่ะ ที่ประเทศไทยเราเป็นอย่างทุกวันนี้ไม่ใช้เพราะพวกที่เก่งแล้วเห็นแก่ตัวหวังแต่ประโยชน์ส่วนตนหรือค่ะ อย่างเช่นเหตุการณ์น้ำท่วมในตอนนี้ก็เกิดจากการที่คนมักมากตัดไม้ทำลายป่าจนเกิดน้ำท่วมในฤดูฝน

บริเวณป่าที่ถูกทำลายจะไม่มีต้นไม้ วัชพืช และหญ้าที่ปกคลุมหน้าดินช่วยดูดซับน้ำฝน ไว้ ทำให้น้ำไหลจากที่สูงอย่างรุนแรง และมีปริมาณมากทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ ตอนล่างอย่างฉับพลัน ถ้าเราทุกคนยังไม่ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมอีกไม่นานเราทุกคนก็คงจะจมอยู่ใต้บาดารอย่างแน่นอน ในอุดมคติแล้วหนูอยากให้คนดีมาก่อนคนเก่งค่ะ ถ้าเราเป็นคนดีก็ที่จะเป็นคนเก่งได้นั้นไม่ใช้เรื่องยากเลยค่ะ แค่เราแสวงหาความรู้ รักในสิ่งที่เราสนใจอยากจะศึกษา ตั้งใจอ่านหนังสือทุกวัน แค่นี้เราก็เป็นคนเก่งได้ไม่ยากค่ะ หนูว่าประเทศไทยจะน่าอยู่กว่านี้เยอะเลยค่ะ "ถ้าเราทุกคนไม่เห็นแก่ตัว" ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมกันด้วยนะค่ะ

ชีวิตเหมือนเกลื่อนดาวในราวฟ้า

ลอยเวหากลางหาวคราวมองเห็น

มีเบื้องหลังความเงียบอันเยียบเย็น

บางดาวเร้นหลีกหายลับสายตา

 

วรลักษณ์
IP: xxx.207.170.232
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณครูแป๋ม ^^

จินตนาการ ถึงลักษณะบุคคลที่อยากให้เกิดขึ้นจริงแล้ว เรื่องอนาคตเกิดขึ้นจาก การดำเนินเรื่องในปัจจุบัน

เด็กในวันนี้ จะมีส่วนช่วยพัฒนาประเทศชาติ ในวันข้างหน้า ถ้าเป็น จินตนาการของหญิงเองแล้ว หญิงอยากให้ เด็กอย่างหญิงค้นหาตัวเองให้เจอว่าชอบรักในทางสายวิชาชีพไหน อย่าเอาตามเพื่อนหรือโดยครอบครัวบังคับ หาในสิ่งที่เป็นตัวเรา แล้วทำค่ะ ทำความฝัน ไม่ให้เป็นเพียงความฝัน ... ทำในสิ่งที่รักแล้วเราจะมีความสุขในสิ่งที่ได้ทำ โดยที่จะต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น ... ค่ะครูแป๋ม

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ณ๊องเต๋า  ศิษย์รัก...

  • ดีใจจ้าที่เต๋าแวะมาอ่านแนวคิดและสิ่งที่ครูแป๋มปฏิบัติเพื่อนักเรียนตลอดมา
  • นั่นคือการส่งเสริมกระบวนการคิดของเด็กๆให้แสดงออกมาเป็นรูปธรรม
  • ด้วยเพราะปัญหาเด็กไทยเราถูกบังคับให้คิดติดอยู่ในกรอบ ไม่กล้าที่จะคิดเอง 
  • สังคมไทยเป็นสังคมหน้าบาง ก็ผู้เป็นครูยังไม่กล้าที่จะคิดนอกกรอบ
  • ไฉนเลยเด็กๆจะมีตัวแบบที่ดีให้เขาได้ศึกษากระบวนการคิดที่เป็นระบบได้เล่า
  • กิจกรรมที่เต๋าเห็นนี้คือผลของการคิดนอกกรอบของเด็กห้องท้าย 
  • ที่ถูกมองเป็นประชากรชั้นสามแต่ครูแป๋มไม่เคยคิดเช่นนั้นเลยแม้แต่นิด
  • มนุษย์เราทุกคนมีความสามารถที่อยู่ภายในกันทุกคนค่ะ เราต้องค้นหาให้พบ
  • แล้วนำมาส่งเสริมให้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มตามศักยภาพของเขา.. แล้วเราก็ดำเนินงาน
  • โดยไม่สนใจใครจะว่าเป็นการกระทำที่สวนกระแสสังคมทั่วไปที่เขาทำๆกันอยู่
  • พาเด็กเก่งทำทุนทางปัญญาสูงพาไปแข่งโน่นนี่ก็จะง่าย เพราะคนในโรงเรียนยอมรับ
  • แต่ชาวเด็กห้องท้ายทุกคนมีอีคิวสูงพอที่จะไม่แก้ตัวหรือท้อใจใดๆเพราะมองโลกตามสภาพจริง
  • เมื่อทำได้สำเร็จผู้ที่เคยมองว่าผิดปกติที่ไปเสียเวลากับเด็กห้องท้ายกลับฉวยโอกาส
  • ที่จะนำเด็กห้องท้ายไปแข่งขันในนามของเขาช่วงทำผลงานและครูแป๋มได้ย้ายแล้ว
  • ภาพที่เต๋าเห็นเรื่องที่เต๋าอ่านเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งในความสำเร็จของเด็กห้องท้ายค่ะ
  • ขอบใจที่มีความสุขในการเรียนกับครูแป๋มนะคะ..
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ณ๊องเต๋า  ศิษย์รัก...

  • ดีใจจ้าที่เต๋าแวะมาอ่านแนวคิดและสิ่งที่ครูแป๋มปฏิบัติเพื่อนักเรียนตลอดมา
  • นั่นคือการส่งเสริมกระบวนการคิดของเด็กๆให้แสดงออกมาเป็นรูปธรรม
  • ด้วยเพราะปัญหาเด็กไทยเราถูกบังคับให้คิดติดอยู่ในกรอบ ไม่กล้าที่จะคิดเอง 
  • สังคมไทยเป็นสังคมหน้าบาง ก็ผู้เป็นครูยังไม่กล้าที่จะคิดนอกกรอบ
  • ไฉนเลยเด็กๆจะมีตัวแบบที่ดีให้เขาได้ศึกษากระบวนการคิดที่เป็นระบบได้เล่า
  • กิจกรรมที่เต๋าเห็นนี้คือผลของการคิดนอกกรอบของเด็กห้องท้าย 
  • ที่ถูกมองเป็นประชากรชั้นสามแต่ครูแป๋มไม่เคยคิดเช่นนั้นเลยแม้แต่นิด
  • มนุษย์เราทุกคนมีความสามารถที่อยู่ภายในกันทุกคนค่ะ เราต้องค้นหาให้พบ
  • แล้วนำมาส่งเสริมให้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มตามศักยภาพของเขา.. แล้วเราก็ดำเนินงาน
  • โดยไม่สนใจใครจะว่าเป็นการกระทำที่สวนกระแสสังคมทั่วไปที่เขาทำๆกันอยู่
  • พาเด็กเก่งทำทุนทางปัญญาสูงพาไปแข่งโน่นนี่ก็จะง่าย เพราะคนในโรงเรียนยอมรับ
  • แต่ชาวเด็กห้องท้ายทุกคนมีอีคิวสูงพอที่จะไม่แก้ตัวหรือท้อใจใดๆเพราะมองโลกตามสภาพจริง
  • เมื่อทำได้สำเร็จผู้ที่เคยมองว่าผิดปกติที่ไปเสียเวลากับเด็กห้องท้ายกลับฉวยโอกาส
  • ที่จะนำเด็กห้องท้ายไปแข่งขันในนามของเขาช่วงทำผลงานและครูแป๋มได้ย้ายแล้ว
  • ภาพที่เต๋าเห็นเรื่องที่เต๋าอ่านเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งในความสำเร็จของเด็กห้องท้ายค่ะ
  • ขอบใจที่มีความสุขในการเรียนกับครูแป๋มนะคะ..
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณสุรัตวดี ขุนแพง.. ศิษย์รัก

  • ความคิดของหนูคิดว่าประเทศไทยต้องการคนดีมากกว่าคนเก่งซึ่งตรงกับใจครูแป๋มค่ะ
  • ปัจจุบันประเทศไทยเราประสบภาวะวิกฤติหลายประการ แต่ที่เห็นชัดเจนขณะนี้
  • ก็คงเป็นภาวะน้ำท่วมที่ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนทั่วเพราะน้ำมือของมักมาก
  • เห็นแก่ตัวตัดไม้ทำลายป่าจนไม่มีรากคอยดูดซับน้ำฝนน้ำทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างฉับพลัน
  • ดังนั้นสรุปตอนท้ายของหนูจึงอยากให้คนดีมาก่อนคนเก่ง พร้อมทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจ
  • ประเทศไทยจะน่าอยู่กว่านี้"ถ้าเราทุกคนไม่เห็นแก่ตัว" และช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม
  • ขอบใจมากๆนะคะที่ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์และชี้แนะแนวทางหาคนไทยในอุดมคติ.
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์โสภณ เปียสนิท

  • ชีวิตคนฟังดูแล้วประหลาดนัก
  • ติดกับดักกรอบความคิดยึดศักดิ์ศรี
  • มีอยู่ไหมเหลือคุณค่าแห่งความดี
  • ตายเป็นผีเผาไปแล้วเขาลืมเลือน.

ขอบพระคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ หญิง วรลักษณ์... ศิษย์รัก

  • ครูแป๋มชอบนะที่หญิงจินตนาการถึงลักษณะบุคคลที่อยากให้เกิดในอนาคตเทศ
  • โดยอิงจากภาวะเหตุการณ์ในยุคปัจจุบัน  เป็นแนวที่มีเหตุมีผลไม่ได้คิดมาลอยๆ
  • แน่นอนค่ะ.. คนรุ่นของหนูจะต้องดูแลประเทศในวันข้างหน้าทั้งหญิงและชาย
  • โดยอยากให้ทุกคนค้นหาตัวเองให้เจอว่าชอบรักในทางสายวิชาชีพไหน
  • อย่าเอาตามเพื่อนหรือโดยครอบครัวบังคับ หาในสิ่งที่เป็นตัวเรา แล้วทำค่ะ
  • ทำความฝัน ไม่ให้เป็นเพียงความฝัน ...
  • ทำในสิ่งที่รักแล้วเราจะมีความสุขในสิ่งที่ได้ทำ
  • โดยที่จะต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น ... เยี่ยมมากค่ะหญิง...^^