ช่วงนี้การเมืองกำลังร้อนระอุ เสื้อแดงแสดงพลังโดยไม่คำนึงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศชาติ มีการยุยงส่งเสริมให้กระทำการได้ตามใจชอบโดยถือว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลที่ชอบธรรมดังนั้นจะทำอะไรก็ได้ โห..คิดได้ไง อีกฝ่ายก็มีเสื้อสีน้ำเงินออกมาต่อต้าน เหมือนกับยั่วยุให้แดงคลั่งทุบกระจกโรงแรม แสดงอาการข่มขู่ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นสถานที่ประชุมอาเซียนที่มีผู้นำหลากหลายประเทศ  อยากฉีกหน้านายก ว่างั้นเหอะ..แต่มันกระทบอะไรกับประเทศชาติช่างหัวมัน สมน้ำหน้ามันให้มันเสียหน้าแค่นั้นแหละ สะใจดี อย่ามาพูดเชียวนะว่าเสื้อแดงผิด ทีเสื้อเหลืองยังทำได้ เสื้อแดงก็ต้องทำได้ เออ..ทำไปเหอะ ประเทศไทยเป็นของท่านคนเดียว ท่านจะทำอะไรก็ได้ คนอื่นมันเป็นเพียงไอ้เศษสวะไม่มีน้ำยา...แปลกดีกับคนที่เรียกตัวเองว่าคนไทย สงสัยว่าจะต้องแก้ปัญหาให้ประเทศอื่นมารุกรานดินแดนเสียก่อน แล้วถึงจะเกิดความสามัคคี สงบเมื่อไหร่เป็นไม่ได้ต้องล่อกันเองทุกทีไป มันเป็นกงล้อประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยไหนแล้วนี่...

        วันนี้ผมดูข่าวแล้วเครียด ปิดโทรทัศน์นอนยาว...ตื่นขึ้นมาตอนเย็น พอหัวค่ำดูละคร ดงผู้ดี ดีกว่าไม่เครียดให้หนักสมอง เห็นว่าละครเรื่องนี้มีข้อกฎหมายที่ต้องทำความเข้าใจกันในเรื่องผู้ปกครอง บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย กฎหมายเกี่ยวกับความุนแรงในครอบครัว กฎหมายคุ้มครองเด็ก น่าสนใจดีจึงหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ที่เวบไซต์  http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=91374 ได้เรื่องย่อมาดังนี้

 

เด็กหญิง ขม (ณฐพร เตมีรักษ์) วัย 10 ขวบเติบโตขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ รู้เพียงแต่ว่ามีแม่ชื่อ แข (จริยา แอนโฟเน่) ซึ่งจำเรื่องราวอะไรที่เกิดขึ้นในชีวิตก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยแม่รู้เพียงแต่ ว่าตัวเองชื่อแข มีลูกชื่อขมอย่างอื่นจำไม่ได้ รวมทั้งจำไม่ได้ว่าทำไมหลังแม่จึงบาดเจ็บจนกลายเป็นคนหลังค่อมแม่ลูกได้รับ การอุปการะจากคุณครูสมพร คุณครูผู้ใจดีมีฐานะเป็นครูใหญ่และเจ้าของโรงเรียนสมพรอนุกูล


        แล้ววันหนึ่งขมก็ได้เจอพ่อเมื่อครูสมพรจัดงานวันเกิดให้พี่ชายคือท่านข้าหลวงสมศักดิ์ พิทักษ์เขต แล้วใครคนหนึ่งก็เข้ามาหาแม่เรียกแม่ว่า แขแม่จำเขาได้และบอกขมว่าจำได้แล้วว่าใครเป็นพ่อขม แม่ฝากขมไว้กับเขาคนนั้นและแม่ก็สิ้นลม เมื่อจัดงานศพแม่เสร็จ เขาซึ่งขมเข้าใจว่าเป็นพ่อ บอกกับใครๆว่าชื่อพิทย์ รุ้งพลาย” (ธนากร โปษยานนท์)


        พิทย์พาขมเข้ากรุงเทพฯและนำขมไปฝากไว้กับเพื่อนเก่าชื่อ รังสรรค์ รัตนเดชากร (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ให้เลี้ยงดูแลให้การศึกษาเสมอด้วยลูกสาวสองคนของเขา คือ รติรสและพจนีย์ (ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง) รังสรรค์ข่มความโกรธและจำใจรับขมไว้ ขมอยู่ในบ้านอย่างไม่มีความสุขเพราะรังสรรค์และบุหงา ภรรยาใหม่ของเขาไม่ชอบหน้าสั่งให้ทำงานเสมือนเด็กรับใช้คนหนึ่ง ดีที่มีเพื่อนเล่นอย่างรัฐ และรัมภ์ พิชัยรณรงค์ สองพี่น้องหลานชายของคุณหญิงนรราชเสวี ที่อยู่บ้านติดกันจึงพอจะคลายเหงาไปบ้าง ฝ่ายพิทย์เดินทางไปต่างประเทศจะไม่มีข่าวคราวแต่พิทย์หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ชวาล สุรบดินทร์ ได้ฝากญาติผู้น้องคือ ชาติสยาม สุรบดินทร์ (กฤษฎา พรเวโรจน์) ให้ช่วยดูแลขมด้วย หากเขาเป็นอะไรไป ไพลิน รัตนเดชา พี่สาวของรังสรรค์ เกิดสงสัยว่าขมเป็นลูกของใครเพราะหน้าตาเหมือนใครคนหนึ่งที่เธอรู้จักแต่คุณหญิงรัตน เดชากร ก็มั่นใจว่าขมเป็นลูกของ แขนภา นิติการ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของขุนนิติการดำรงค์ ทนายประจำตระกูลรัตนเดชากร


        วันเวลาผ่านไปหลายปีจนเด็กหญิงขมโตเป็นสาวสวยเธอนับวันรอพ่อกลับมารับแต่ก็ไม่เคยเจอพ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว ภาสธร ลูกชายคนเดียวของคุณไพลินเพิ่งกลับมาจากอเมริกา ได้นำข่าวของพิทย์มาบอกว่าสบายดีไม่ต้องเป็นห่วงทำให้ขมรู้สึกสบายใจขึ้น แล้วในที่สุดชาติสยามก็เดินทางมาถึงเมืองไทย ชาติสยามได้บอกให้หม่อมเจ้าหญิงโสมวดี สุรบดินทร์ คุณแม่ของเขาทราบว่า ชวาลญาติผู้พี่ของเขาได้เสียชีวิตแล้วโดยได้เขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติ ของเขาทั้งหมดให้กับขม คุณหญิงรัตนเดชากรและคุณไพลินทั้งคู่มั่นใจว่าขมเป็น หลานสาวของตนเองและเป็นลูกของแขนภากับรังสรรค์จึงพยายามถามประวัติของพิทย์ รุ้งพลายจากชาติสยามจึงได้รู้ความจริงว่าชื่อจริงคือ ชวาล สุรบดินทร์เคยเป็นเพื่อนรักของรังสรรค์ซึ่งไปมาหาสู่กันเสมอแต่มาผิดใจกัน เพราะรังสรรค์เข้าใจว่าชวาลเป็นชู้ของแขนภาภรรยาคนแรกซึ่งเป็นแม่ของรติรส ด้วยประกอบกับช่วงนั้นรังสรรค์ไปถูกใจสาวคนใหม่ชื่อบุปผาพี่สาวของบุหงา จึงทำให้แขนภาตรอมใจและหนีหายออกจากบ้านไปโดยไม่มีข่าวคราว ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าหนีตามชวาลไป เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวคุณหญิงรัตนเดชากรและไพลินเชื่อมั่นว่า ขมเป็นหลานของเธออย่างแน่นอนจึงขอร้องให้ชาติสยามติดต่อชวาลเพื่อมายืนยัน ความเป็นจริง ชาติสยามจึงเล่าให้ทั้งสองทราบว่าชวาลสียชีวิตแล้วแต่ได้ทิ้งเอกสารสำคัญไว้ ให้เปิดดูตอนขมอายุ18ปี เมื่อรังสรรค์รู้ความจริงว่าขมเป็นลูกของตนจึง รู้สึกสำนึกผิดและพยายามทำดีกับขม แต่ขมก็ไม่สามารถยอมรับได้ว่ารังสรรค์เป็นพ่อเพราะสิ่งที่รังสรรค์ได้ทำไว้ กับขมนั้นเกิดจะให้อภัยได้


        ส่วนรัฐขอขมแต่งงานหลังเรียนจบ ขมเองแม้จะไม่ได้รักรัฐแต่ใจอยากจะไปจากบ้านก็เลยยอมตามใจรัฐ แต่สุดท้ายขมก็เปลี่ยนใจไม่แต่งงานกับรัฐ ส่วนชาติสยามกำหนดวันแต่งงานกับรุ้งกาญจน์หลัง วันที่ขมเดินทางไปเรียนต่อแต่รัฐขอทำปริญญาโทในเมืองไทยเพราะเป็นห่วงคุณ หญิงนรราชเสวี ขมได้เขียนจดหมายมาเล่าให้ฟังว่ารู้จักหนุ่มนักเรียนไทยชื่อปิยะ ปิติกุล มีความสนิทสนมกันมากและ ปิยะได้ขอหมั้นขมไว้ก่อน คุณรังสรรค์ป่วยหนักเป็นมะเร็งที่ตับเขาขอร้องอยากจะพบหน้าขมก่อนตายขมยอมละ ทิฐิไปเยี่ยมพ่อเป็นครั้งสุดท้ายทำให้รังสรรค์ดีใจมากคุณรังสรรค์ตายอย่าง สงบท่ามกลางความเสียใจของทุกคน รัฐกับรติรสก็คิดจะหมั้นกันไว้ก่อน หลังงานเผาของพ่อ


        รุ้งกาญจน์เกิดอุบัติเหตุรถที่นั่งไปชนกับแท็กซี่อาการสาหัสมาก โดยก่อนสิ้นใจเธอได้ฝากขมให้ช่วยดูแลชาติสยามด้วยหลังจากรุ้งกาญจน์ตายไป ชาติสยามก็พยามทำงานหนักเพื่อให้ลืมเรื่องราวต่างๆ ส่วนขมก็กลับไปเรียนต่อจนจบ หนึ่งปีผ่านไปเมื่อได้เจอหน้ากันอีกครั้ง ชาติสยามไม่ได้ตั้งความหวังใดๆเพราะคิดว่าขมจะหมั้นและแต่งงานกับปิยะแต่ แล้วขมก็ปฎิเสธปิยะไปทำให้ชาติสยามมีความหวังอีกครั้งจึงขอขมแต่งงานซึ่งขม ไม่ปฎิเสธเพราะในใจนั้นรักและเทิดทูนอาชาติสยามมาตลอด

 

        ในละครมีบางตอนที่ไม่เหมือนเรื่องย่อนะ ผมเจอว่าในละครบอกว่าให้ขมอายุครบ ๒๐ ปีก่อนแล้วจึงจะเปิดเอกสาร แต่ในเรื่องย่อบอกว่าให้เปิดตอนขมอายุ ๑๘ ปี  และยังไม่รู้ว่าจะมีตอนไหนไม่ตรงกับเรื่องย่อบ้างก็อย่าไปกังวลเลยครับ เอาว่าโดยภาพรวมๆแล้วเรื่องราวมันเป็นอย่างนี้ แล้วค่อยมาศึกษาข้อกฎหมายกันตอนหน้าแล้วกันนะครับ..อิอิ