ไปแบบสบายๆ ไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก

          วางแผนไปร่วมงานเฮฮาศาสตร์ 8 ที่กระบี่มาแล้วหลายเดือน  ช่วงปิดเทอมพอดีเด็กๆ ก็เลยได้ไปเฮด้วย  งานระยะนี้ก็ปล่อยไว้ก่อน  ไปพักผ่อน  ไปเฮกันก่อนดีกว่า 

          ครอบครัวผมไปกันครบ  ทั้งพ่อ - แม่เข่ง - น้องฝ้าย และน้องไผ่  ปีนี้พิเศษหน่อย มียายของน้องไผ่-น้องฝ้ายไปร่วมอีกคน (มาจากเชียงใหม่ตามไปเลี้ยงหลานด้วย  อิอิ )  เราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าวันที่ 29 เผื่อเวลาไว้ให้มาก ๆ จะได้แวะเที่ยวไปตามทาง ไม่รีบเร่ง  ไปแบบสบายๆ ไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก  แวะทานข้าวเช้าที่นครสวรรค์  ช่วงนี้โทรไปหาพี่บางทรายเพราะทราบว่าจะเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวเช่นกัน    ปรากฏว่าพี่บางทรายจะเดินทางวันที่ 31 งานนี้ก็เลยไม่มีเพื่อนร่วมทางเหมือนครั้งที่แล้วที่ภูเก็ต

          ผ่านนครสวรรค์ถึงท่าน้ำอ้อยใช้เส้นทางผ่านชัยนาทไปสุพรรณ  เส้นทางนี้ใช้บ่อยมากเพราะรถไม่ค่อยเยอะขับสบาย  ถึงสุพรรณ  ผ่านที่ท่องเที่ยวตั้งหลายแห่ง ทั้งบึงฉวาก  ตลาดสามชุก  สวนมังกร  ฯลฯ แต่ก็ไม่แวะ  กะว่าขากลับหากมีเวลาค่อยว่ากันใหม่

 
ผ่านเมืองสุพรรณบุรี

         ก่อนถึงเมืองกาญจณบุรี  ผ่านอำเภอพนมทวนโทรหา อ.ขจิต เผื่อตะได้แวะเยี่ยมแต่พอดีติดต่อกันไม่ได้ เลยอดเจอ อ.ขจิต  เที่ยงวันพอดีถึงสถานีรถไฟ(สะพานข้าวแม่น้ำแคว) ทานข้าวกลางวันเสร็จก็เดินข้ามสะพาน ไม่ยอดขึ้นรถรางเพราะเกลงว่าจะไม่ได้บรรยากาศ  ช่วงที่กำลังเดินข้ามสะพาน อ.ขจิต โทรมาพอดีบอกว่าอยู่ที่พนมทวน  เสียดายที่ไม่ได้เจอกัน กระบี่ก็อดไปเพราะงานกำลังเข้า (..เสียงแว่วมาตามสายว่ากลัวโดนไล่ออก...อิอิ)

 


น้องไผ่เขาหวาดเสียวครับ เวลาเดินข้ามสะพานเลยออกอาการแบบนี้

          บ่ายโมงกว่าออกจากเมืองกาญจณบุรีมุ่งหน้าไปเมืองเพชร  ตั้งเป้าหมายไว้ที่ชะอำ เพชรบุรี  เดินทางผ่านราชบุรี  เข้าถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4)  ที่ กม.ที่ 77  ถึงเพชรบุรีประมาณบ่าย 3โมง    ถึงชะอำเป็นช่วงที่คนกำลังเล่นน้ำ อากาศกำลังร้อนๆ   บางส่วนก็กำลังจะเดินทางกลับ


หาดชะอำยามเย็น

 

         หาที่พักที่ถูกใจได้ก็เวลาประมาณ 6 โมงเย็น  เพราะส่วนใหญ่ใกล้ๆ หาดจะไม่มีที่จอดรถ  ของเรามากไม่อยากขนของไกล (ไม่มากได้ไงครับเพราะแต่ละคนเตรียมเสื้อผ้ากันคนละ ประมาณ 7 วัน)  เข้าที่พักได้ก็พักกันจริงๆ ครับ ไม่ดูอะไรกันแล้ว ทะเลก็เอาไว้ดูกันต่อยามเช้าก็แล้วกัน  ก่อนนอนว่าจะเขียนบันทึกนี้ขึ้นแต่เครื่องโทรศัพท์ของผมใช้ CAT เขตเพชรบุรีใช้ไม่ได้เลยอดเขียนวันต่อวัน  จึงต้องนำมาขึ้นบล็อกกันเช้านี้ที่สุราษฎร์ฯ ไงครับ

       คอยอ่านต่อนะครับ