การทำสัญญาซื้อขายได้เริ่มขึ้นตามข้อตกลงว่า..จะต้องใช้วัสดุในการก่อสร้างตามที่ฉันต้องการ  และยินดีจ่ายเงินตามราคาที่ยุติธรรมของราคาบ้านทั่วไป  เมื่อฉันถามราคาโดยประมาณ  เขาเริ่มบ่ายเบี่ยงว่า..ให้รอก่อน..รอและรอ 

 -  นัดเวลามาดูบ้านเป็นระยะ ๆ เริ่มผิดนัดครั้งแรกและอีกหลาย ๆ ครั้ง  บางครั้งฉันมาเองโดยไม่นัดก็จะเจอ  แต่เขาจะทำเป็นรีบร้อนอ้างว่ามีธุระเร่งด่วน 

- นัดฉันมาดูวัสดุปูพื้น  ฉันมาตามนัดแต่พบว่าปูพื้นเรียบร้อยไปแล้ว  ครั้งแรกที่เดินขึ้นบันไดฉันรู้สึกไม่พอใจเพราะลวดลายกระเบื้องไม่เหมาะสมกับความชอบของฉัน 

- ห้องโถงวัสดุตามที่สั่งทั้งสีและลวดลาย  ส่วนห้องนอน ๓ ห้องกระเบื้องคนละสี ห้องครัวอีกสี ห้องน้ำก็สีต่างกันไปหมด 

- บังเอิญฉันมีเศษกระเบื้องตัวอย่างติดรถไปด้วย  ฉันขอมาจากร้านขายกระเบื้อง  จึงนำไปเปรียบเทียบที่ห้องโถงเพียงแต่ใกล้เคียง ฉันจึงนำเศษไปให้เจ้าของร้านดู เขาบอกว่าคนละราคา  ฉันสั่งราคา ๒๐๙ บาทแต่เขาสั่งราคา ๑๑๙ บาทมาปูให้ฉัน 

-  เมื่อฉันกลับมาถามเขาตอบว่าแบบที่ฉันต้องการมีไม่พอ ฉันยอมตามราคานี้  ส่วนห้องนอนและห้องครัวฉันขอรื้อ ให้ปูแบบเดียวกันทั้งหลัง เขายอมทำตามฉันเฉพาะห้องนอนที่ต้องรื้อ ส่วนห้องครัวไม่ยอมรื้อรอแล้วรออีกช่างไม่มาตามนัดรวมทั้งทางขึ้นบันไดไม่ได้รื้อเช่นกัน 

- เพื่อนต่างชาติของฉันเป็นวิศวกร มาเยี่ยมฉันและฉันพาเขาไปดูบ้าน  เพื่อนบอกว่าบ้านของฉันทำด้วยเศษเหล็กทั้งนั้น เหล็กเล็ก ๆแบบนี้เขาไม่นำมาสร้างอาคาร 

- เมื่อบ้านใกล้เสร็จเขารบเร้าให้ฉันไปทำสัญญาเงินกู้กับธนาคาร และอ้างฤกษ์งามยามดี ในการเข้าอยู่อาศัยบ้านหลังใหม่ แต่ฉันไม่ใส่ใจเรื่องแบบนี้สักเท่าไร

 - เจ้าหน้าที่จากบริษัทมาประเมินราคาบ้าน โดยที่ฉันไม่รู้ตัว  และเขามีเจตนาปกปิดไม่ให้ฉันรู้ - ฉันยังต้องเจรจากับเขาในเรื่องของประตูห้องน้ำ ประตูบ้าน ประตูรั้ว (เอาของเก่ามาทาสีใหม่ เพราะฉันขูดดู) ลูกกรงเหล็ก น้ำประปา ไฟฟ้าและมุ้งลวดได้ไม่ครบ เขาบอกว่าจะนำของใหม่มาเปลี่ยนให้และส่งโทรศัพท์ให้ฉันนัดแนะกับช่าง  วันแล้ววันเล่าช่างไม่มาฉันโทรไปติดตามอีกครั้งช่างตอบว่า ..เงินค่าจ้างไม่จ่ายจึงไม่มาทำให้

  - ขณะนั้นความจำเป็นบังคับฉันทุกอย่าง  ฉันหมดสัญญาบ้านเช่าทั้ง ๒ หลังคือเช่าที่อำเภอนครไทย ๑ หลังสำหรับเบิกค่าเช่าตามสิทธิ์อันชอบธรรม  แต่ไม่อาจอยู่อาศัยประจำได้ จึงเช่าที่ในพิษณุโลกอีก ๑ หลังเพื่ออาศัยอยู่จริง เพราะระเบียบบอกว่าให้เบิกค่าเช่าในพื้นที่อำเภอเท่านั้น  ต่อมามีปัญหาว่าจะไม่ให้เบิกเพราะเช่าแล้วไม่อยู่

 - เมื่อมาซื้อบ้านหลังนี้เจ้าของโครงการและใครต่อใครแนะนำให้ฉันโกงชาติ  โดยเช่าซื้อในนามของคนอื่น แต่ฉันเป็นผู้เช่าอยู่อาศัย ซึ่งน่าจะได้บ้านฟรีๆ แต่ฉันไม่ยอมทำ  ฉันยอมเป็นคนยากจน..เนื่องจากเบิกค่าเช่าซื้อไม่ได้  เพราะซื้อบ้านนอกพื้นทีอำเภอที่ฉันทำงานอยู่ (ฉันรู้ความจริงมาแบบนี้ และจะไม่พยายามรักษาสิทธิ์อัน(ไม่)ชอบธรรม) 

- ในที่สุดได้ทราบว่าราคาบ้านเป็นเงินสุทธิที่ฉันต้องจ่าย ๙๘๐,๐๐๐  บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕  ฉันจะต้องกู้เงินจากธนาคารเพิ่ม ๗๐๐,๐๐๐ บาท 

- ถึงวันนัดจ่ายเงิน  ฉันโทรศัพท์ติดต่อกับธนาคารขอเลื่อนนัดให้เร็วขึ้นอีก ๓ วันโดยไม่ให้เขารู้ตัว  เมื่อไปถึงธนาคารฉันมีโอกาสดีได้พบกับผู้ปรารถนาดีถามฉันว่า.."รู้จักกับเจ้าของโครงการนี้ดีแค่ไหน  ธนาคารยังถูกเธอโกงได้เลย"

- ฉันจึงขอพบผู้จัดการฯ เล่าความจริงให้ผู้จัดการฟัง  และมีความประสงค์จะขอกู้เงินเพียง ๕๕๐,๐๐๐  บาทเท่านั้น  ผู้จัดการเมตตาฉันมาก

- อีก ๓ วันต่อมาตามนัดหมาย  ฉันไปที่ธนาคารก่อน  และไปขอร้องเจ้าหน้าที่ของธนาคารให้ไปเป็นเพื่อนฉันไถ่ถอนที่ดินจากธนาคารอื่นๆ ไปทำหลักฐานที่สำนักงานที่ดินอำเภอ และนำเอกสารสำคัญกลับมาที่ธนาคารที่ให้ฉันกู้เงิน เพราะฉันไม่อาจทราบว่าหลักฐานอันไหนจริงอันไหนปลอม 

-วันนั้นฉันจ่ายเงินเป็นรางวัลเจ้าหน้าที่ธนาคาร ๑๐๐๐  บาทและจ่ายค่าบ้าน ๕๕๐,๐๐๐  บาทรวมทั้งเงินจองอีก ๑๐,๐๐๐ บาท เป็น ๕๖๐,๐๐๐  บาท 

     ป้าเล็กบอกภายหลังว่าบ้านของฉันลงทุนจริงไม่ถึงสองแสน  เพราะไปเอาวัสดุที่เศษเหลือของหลังอื่นมาทำ  และประตูบ้านหลังที่เจ้าของไม่อยู่หรือบ้านที่ถูกธนาคารยึดมาทาสีให้ฉันดูว่าใหม่  วัสดุบางส่วนที่ดูว่าเป็นของใหม่นั้นไปใช้ระบบไม่จ่ายเงิน  เอามาจากร้านโน้นบ้าง ร้านนี้บ้างคละกันไป  ส่วนที่ดินราคาประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ บาท 

     สรุปแล้วเจ้าของโครงการคนนี้ไม่เคยขาดทุน  ตอนแรก ๆ เขามาทวงฉันแทบทุกเดือน ฉันก็ยังอ้างว่าได้ของไม่ครบตามสัญญา น้ำ ไฟ ก็ยังได้ไม่ครบ ภายหลังจากนั้นเพียง ๑ ปี ฉันต่อเติมบ้าน ขยายห้องครัว ต่อน้ำประปาและไฟฟ้ามาเป็นของตนเอง และไปย้ายบ้านออกจากธนาคาร (ยอมเสียค่าปรับ) เพื่อไปอยู่ธนาคารอื่น  เขาพยายามให้ฉันจ่ายผ่อนเดือนละ ๕๐๐ ก็ยังดี  แต่ต้องลงชื่อจ่ายเหมือนคนอื่น ๆ ในบัญชีของเขา  ฉันอ้างเสมอว่ายังไม่มี ไม่พร้อมจ่าย อยากรอให้รอไป  แต่...เขามีความหวังจากฉันอีกไม่น้อยเมื่อฉันไปเปิดกิจกรรมร้านกาแฟสด..ที่หน้าโครงการ...แบบนี้เรียกว่าฉันโกงเขาหรือเขาโกงฉันกันแน่