เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2552 ผมได้รับเชิญจากกองตรวจและประเมินผล สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม  ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิในการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานการบริหารงานแบบบูรณาการเป็นองค์รวมของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด กระทรวงวัฒนธรรม  เพื่อใช้ในการประเมินคัดเลือกสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่นด้านการบริหารองค์กรแบบบูรณาการเป็นองค์รวม  ประจำปีงบประมาณ 2552  โดยประชุมที่ชั้น 22 กระทรวงวัฒนธรรม
       ฝ่ายเลขานุการการประชุมได้กำหนดนิยามคำว่า
การบริหารงานแบบบูรณาการเป็นองค์รวม(Integreted and Holistic Management) ว่าหมายถึง  การบริหารที่ผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนมีการกำหนดเป้าหมาย  การวางแผน  การจัดการ  และการวัดผลงานร่วมกัน  โดยมีการกำหนดไว้เป็นแผนยุทธศาสตร์  เป็นทิศทางในการดำเนินงานมุ่งสู่วิสัยทัศน์ และผลสัมฤทธิ์ โดยการพัฒนาคนแบบไม่แยกส่วน  คำนึงถึงทุกมิติของคุณค่าความเป็นคนและการอยู่ร่วมกันด้วยสันติสุขระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติ คนกับสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน
        ซึ่งสอดคล้องกับที่ผมเคยเขียนบทความไว้ตอนหนึ่งที่ว่า...
คำว่า องค์รวม “ (Holistic ideology) หมายถึง แนวคิดในการทำความเข้าใจปรากฏการณ์หรือสิ่งต่าง ๆ โดยคำนึงถึงองค์ประกอบทั้งหมด (ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก) ที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์หรือสิ่งนั้น ๆ และพิจารณาถึงความเชื่อมโยงและการสอดประสานกันในทุก ๆ ส่วนขององค์ประกอบนั้น
            อีกคำหนึ่งที่มีความหมายใกล้เคียงกันคือ บูรณาการ “ ( Integration ) ที่หมายถึง การทำให้สมบูรณ์ คือ ทำให้หน่วยย่อย ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันร่วมกันทำหน้าที่อย่างผสมกลมกลืนเป็นองค์รวมหนึ่งเดียวที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ในตนเอง
            อีกนัยหนึ่ง คำว่า องค์รวม น่าจะสอดคล้องกับคำว่า ความคิดเชิงระบบ ( System approach ) ซึ่งหมายถึงสิ่งต่าง ๆ ที่รวมกันและต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างมีระเบียบ โดยส่วนประกอบหรือปัจจัยต่าง ๆ ของระบบมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ความคิดเชิงระบบเป็นสิ่งที่มีมานานแล้วในธรรมชาติ เช่น ระบบสุริยะจักรวาล  ระบบนิเวศน์ ระบบร่างกายมนุษย์ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นระบบองค์รวมใหญ่ที่ประกอบด้วยระบบย่อยอีกหลายระบบ แต่ถ้าระบบย่อยในระบบองค์รวมใหญ่บกพร่องไปหรือทำงานไม่สัมพันธ์กับระบบใหญ่ เช่น ระบบย่อยอาหาร หรือ ระบบหายใจเกิดบกพร่องไป ก็จะทำให้องค์รวมใหญ่ คือ ระบบร่างกายเกิดปัญหาขึ้นได้   มนุษย์จึงเอาความคิดเรื่องระบบมาใช้ในการบริหารและการทำงานโดยให้คำนึงถึงความเป็นองค์รวมของระบบที่ครบวงจรมากขึ้น
        จะเห็นว่าปัจจุบันหน่วยงานราชการได้ให้ความสำคัญกับการบริหารแบบองค์รวมหรือบูรณาการกันมากขึ้น  เช่นระดับจังหวัดก็มีการวางแผนบูรณาการของจังหวัด  และในกระทรวงศึกษาธิการก็มีการวางแผนบูรณาการระดับกลุ่มจังหวัด เกิดขึ้น 
       ที่กระทรวงศึกษาธิการในส่วนกลางมีหน่วยงาน 2  สำนักคือ  สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์  และสำนักผู้ตรวจราชการ  ที่เชื่อมโยงการบริหารแบบองค์รวมกับหน่วยงานระดับกลุ่มจังหวัด(เขตการศึกษาเดิม) 12 กลุ่ม  ที่เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า
สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่....(1-12 และ กทม.)และระดับเขตพื้นที่การศึกษา กับสถานศึกษา