ความบังเอิญที่ตาเห็นต้นไม้อยู่กลุ่มหนึ่งมีดอกสีเหลืองทั้งต้น มักจะออกในหน้าร้อนทุก ๆ ปี เคยเห็นต้นเดียวก็ว่าสวยแล้ว แต่นี่หลายต้น ปลูกข้างทางเดินด้านหลังสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยช้าง

 

 

ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ดันพกกล้องติดตัวมาทำงานเสียด้วย ... ว่าแล้วจึงเริ่มบันทึกภาพตามที่ตาเห็นตั้งแต่การเดินก้าวแรกจนก้าวสุดท้าย หมุนวนรอบ จำไม่ได้ว่า กี่ Shots ...

อันสายตาของคนอยากเป็น "ตากล้อง" กับเค้าบ้าง ทั้ง ๆ ได้ทำความรู้จักตนเองแล้วว่า "ภาพดอกไม้" คือภาพที่จินตนาการยากที่สุดในจัดองค์ประกอบภาพ ดังนั้น ถ่ายภาพดอกไม้ทีไร ไม่เคยคิดว่า สวยสักที

อันไม้ดอกต้นนี้ สืบทราบและสอบถามผู้รู้มา ได้ความว่า มันชื่อ "เหลืองอินเดีย" โอ้ ! ประเทศอินเดียจะเหลืองอะไรได้ขนาดนี้ เหลืองแต่ดอก ใบหายหมด

โปรดลองชมภาพ "เหลืองอินเดีย" ที่มีเพียงไม่กี่ต้นนี้ดูนะครับ ... ห้ามผิดหวัง หรือ ผิดใจกันล่ะครับ

 

 

......................................................................................................................................

 

ขอบคุณ ... ธรรมชาติที่มอบความสวยงามให้กับโลกและมนุษย์ทั้งมวล

อยากให้ช่วยกันรักษาโลกนี้ให้คงอยู่ต่อไปนาน ๆ ครับ

ไม่มี "ธรรมชาติ" ก็ไม่มี "ตากล้อง" ก๊อง ๆ แก๊ง ๆ อย่างผม

ขอบคุณครับ :)

 

...................................................................................................................................

 

ข้อมูลจาก "ฐานข้อมูลพรรณไม้ที่ใช้ในงานภูมิสถาปัตยกรรม" แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

เหลืองอินเดีย

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tabebuia chrysantha (Jacq.) G. Nicholson

ชื่อวงศ์ : Bignoniaceae

ชื่อสามัญ : Golden tree, Yellow pui 

ชื่อพื้นเมือง :

ชนิดพืช [Plant Type] : ไม้ต้น 

ขนาด [Size] : สูง 5 - 20 เมตร 

สีดอก [Flower Color] : สีเหลือง

ฤดูที่ดอกบาน [Bloom Tiem] : มี.ค.-เม.ย.

อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : ช้า

ลักษณะนิสัย [Habitat] : ดินปนทรายระบายน้ำดี 

ความชื้น [Moisture] : ปานกลาง

แสง [Light] : แดดเต็มวัน
   
ลักษณะทั่วไป (Characteristic) :   ไม้ต้นขนาดเล็กถึงชนาดกลาง  ผลัดใบ  เรือนยอดรูปทรงไม่เเน่นอน  หนาทึบ เปลือกสีน้ำตาลเทา เมื่อโตเปลือกจะแตกเป็นร่องหรือเป็นสะเก็ด กิ่งก้านมีขนหรือเกือบไม่มี

ใบ (Foliage) : ใบประกอบรูปนิ้วมือ เรียงตรงข้าม ใบย่อย 5 ใบ ก้านใบรวมยาว 5-16 เซนติเมตร มีขนสั้นนุ่ม ก้านใบย่อยยาว 1-3 เซนติเมตร   มีขน ใบรูปรีแกมรูปขอบขนาน หรือรูปขอบขนาน  กว้าง 1.5-11 เซนติเมตร ยาว 2.5-18 เซนติเมตร  ปลายใบเรียวแหลมเป็นติ่ง โคนใบมนหรือเป็นรูปไต ขอบใบเรียบหรือจักเป็นซี่  ผิวใบ ด้านล่างมีขนนุ่ม   

ดอก (Flower) :    สีเหลือง   ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแยกแขนงที่ปลายกิ่ง 3-10 ดอก   กลีบเลี้ยงเป็นรูปถ้วย สีน้ำตาล มีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบคล้ายแตร กลีบดอกบางยับย่น ดอกบาน เต็มที่กว้าง 3-4 เซนติเมตร
 
ผล (Fruit) : ผลแห้งแตก เป็นฝักโค้ง ยาว 11-50 เซนติเมตร เมล็ดจำนวนมาก มีปีกเป็นเยื่อบางๆใส

การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) :   ทรงพุ่มสวยงาม  ดอกดกสีสวย  แต่จะบานเพียง 2-3 วันเท่านั้น ไม่ชอบระดับน้ำใต้ดินสูง เช่น ในกรุงเทพฯ


แหล่งอ้างอิง

http://agkc.lib.ku.ac.th/plantwebsite/webpage/Trees/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2.html

 

.....................................................................................................................................

 

 

ข้อมูลภาพถ่าย

สถานที่ : หลังสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยช้าง

วันที่ : 24 มีนาคม 2552

กล้อง : Olympus SP-570UZ

ผู้บันทึก : wasawatdeemarn