วันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันกึ่งพักผ่อนกึ่งทำงานของผมที่น่าสนใจอยู่หลายประเด็นเหมือนกัน

ผมเริ่มวันเสาร์ด้วยการเขียนบันทึกเล่าเรื่องราวการทำงานของผมในสองวันที่ ผ่านมาดังบันทึกก่อนหน้านี้ ผมตั้งใจว่าจะเขียนบันทึกเช่นนี้ให้สม่ำเสมอเท่าที่เป็นไปได้ ผมได้บอกให้ทีมงานเขียนเล่าให้ทุกๆ ท่านด้วย เราเอาเงินเขามาทำงานด้านการจัดการความรู้ ดังนั้นจะนิ่งๆ ทำงานไม่บอกไม่กล่าวไม่ได้ และเมื่อจะให้ทีมงานเขียนผมก็ต้องเขียนให้เห็นว่าถ้าผมทำได้ เขาก็ต้องทำได้เช่นเดียวกัน

เรื่องราวเหล่านี้ถ้าไม่ได้เขียนเก็บไว้ก็จะสูญหายไปจากความทรงจำของเราใน ที่สุด แล้วถ้าเขียนเก็บไว้อ่านเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะมีโอกาสได้อ่าน ดังนั้นสำหรับคนทำงานในภาคสาธารณะอย่างผม เขียนเล่าที่นี่ย่อมดีที่สุด อย่าน้อยก็เป็นหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ เราทุกคนช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่ๆ ถึงจะเรียกว่า "ประวัติศาสตร์" เพราะถ้าเราศึกษาวิชาประวัติศาสตร์แล้ว เราจะเห็นว่าเรื่องที่เรารู้สึกว่าใหญ่นั้นแท้จริงแล้วตอนเกิดเหตุการณ์ เหล่านั้นขึ้นนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ ของวันนั้นเท่านั้นเองครับ

ในวันเสาร์นี้พอตกช่วงเที่ยง ดร.จันทวรรณ ก็โทรศัพท์มาให้ไปช่วยตรวจข้อสอบผู้สมัครเข้าเรียนปริญญาเอกสาขาการจัดการของคณะ ผมจึงไปช่วยเพื่อให้เสร็จไปเร็วๆ หลักสูตรปริญญาเอกของคณะเปิดปีนี้เป็นปีแรกและตั้งเป้าว่าจะรับนักศึกษาให้ ได้ 17 คน โดยหลักสูตรเป็นการเรียนการสอนเสียส่วนใหญ่และเป็นการเรียน part-time โดยมีเวลาให้นักศึกษาทำ dissertation น้อยกว่าเวลาเรียน ผมได้มีโอกาสเห็นอัตราค่าสอนอยู่ที่ชั่วโมงละ 3,000-3,500 บาท ค่าใช้จ่ายในการเรียนหลักสูตรนี้ไม่ได้แพงที่สุดในมหาวิทยาลัย ยังเป็นรองหลักสูตรแพทย์รังสีฯ อยู่ครับ

เรื่องหลักสูตรปริญญาเอกในประเทศไทยนี่น่าสนใจ ต่อไปเราคงเห็นคนจบปริญญาเอกได้โดยเรียนอย่างเดียวไม่ต้องทำ dissertation หรืออาจจะมี minor-dissertation เกิดขึ้น หลักสูตรนี้เอาชื่อ ดร.จันทวรรณ ไปเป็นกรรมการร่างหลักสูตรในช่วงที่เขาลาคลอดเจ้าต้นไม้ ตั้งแต่เปิดหลักสูตรมาเขาได้มีโอกาสเข้าประชุมไม่กี่ครั้ง ผมแนะนำให้เขาขอลาออกจากหลักสูตรเสียเพราะแนวทางการทำงานของเราไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันกับหลักสูตรนี้

ผมไม่ได้บอกว่าหลักสูตรนี้ดีหรือไม่ดีนะครับ เพียงแต่ว่าไม่เหมือนกับที่ผมและ ดร.จันทวรรณ เคยเจอมาในต่างประเทศครับ

ตกเย็นวันนั้นหลังจากช่วยตรวจข้อสอบเสร็จแล้วผมก็พาเจ้าต้นไม้ไปซื้อของในห้าง พบว่าต่อไปจะพยายามพาไปแต่น้อย เพราะแรงเธอดีเหลือเกิน วิ่งๆๆๆๆๆ จนพ่อตามไม่ไหวด้วยความหวาดเสียวว่าจะไปทำอะไรเขาพัง ตอนเย็นไปวิ่งตามสนามหญ้าละดีแล้ว

คืนวันเสาร์ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะถ้าทำก็คงจำได้ คาดว่าคงจะเป็นการจัดการอีเมลเป็นหลักอีกเช่นเคย

ตกมาเช้าวันอาทิตย์ก็ยังวนไปมาอยู่กับการจัดการสื่อสารงานต่างๆ เช่นเดิม ในวันนี้ตั้งใจว่าจะวางแผนการทำงานของทีมงานให้ได้เห็นภาพเข้าที่ คิดดังนี้เลยพยายามหาโปรแกรมในการวาดแผนผังการทำงานออกมาให้ได้ชัดๆ โดยทดลองไปมาสองสามโปรแกรมก็ยังไม่ถูกใจ สุดท้ายได้ใช้ Graphviz ซึ่งต้องเขียนโปรแกรมด้วยภาษา dot แล้วโปรแกรมจะทำการแปลงเป็น diagram ให้ ปรากฎว่าใช้แล้วถูกใจได้ผลลัพธ์ที่ดี เลยกึ่งเล่นกึ่งทำงานกับ Graphviz อยู่เกือบทั้งวัน ได้ผลลัพธ์ดังนี้ โดยมีต้นฉบับดังนี้ ครับ

ตกกลางคืนหลังจากพาเจ้าต้นไม้ไปกินลมแล้วก็ช่วย ดร.จันทวรรณ กรอกคะแนนผู้สมัครสอบปริญญาเอก กรอกเสร็จตั้งท่าจะเขียนโปรแกรมก็ย่างเข้าไปเที่ยงคืนเสียแล้ว เลยตัดใจเข้านอนก่อนที่สุขภาพจะเสื่อมโทรมกว่าปัจจุบัน