ทุกสิ่งล้วน “มีที่มา ที่อยู่ และที่ไป”
อ่านตอนที่แล้วสอนงานผ่านบล็อก : 27. ใช้ไอทีสนับสนุนการทำงาน
ในโลกของความเป็นจริงแล้ว จะไม่มีสิ่งใดที่อยู่ได้โดยไม่เชื่อมโยง หรือไม่สัมพันธ์กับสิ่งอื่น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกี่ยวเนื่องและเชื่อมโยงกันเสมอ เหมือนทางพระท่านว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมาจากเหตุและปัจจัย มีสิ่งนี้..สิ่งนี้จึงเกิด
การทำงานส่งเสริมและพัฒนา เราในฐานะคนที่จะต้องลงไปทำงานเพื่อพัฒนาอาชีพให้แก่ชาวบ้านและเกษตรกร หรือการทำงานในองค์กรที่ไม่ใช่ในส่วนของการที่จะต้องลงปฏิบัติงานในพื้นที่/ภาคสนามก็ตาม เราในฐานะคนที่ทำงาน ต่างก็ต้องมีความเข้าใจในประเด็นของความเชื่อมโยงนี้ เราต้องมองให้เห็นถึงความเชื่อมโยงต่างๆ ที่มาและที่ไป ความเกี่ยวเนื่องที่มีอยู่ เพื่อที่จะได้มองทุกๆ อย่างอย่างเข้าใจ
มีหลายประเด็นที่อยากจะบันทึกมาแลกเปลี่ยน เกี่ยวกับประโยชน์ของการคิดให้เชื่อมโยง ซึ่งหากเราเข้าใจ ฝึกฝน มองเห็นความเชื่อมโยงของทุกสิ่งที่มีอยู่ จะส่งผลให้ตัวเรา
· คิดเป็นระบบ
คงได้ยินและได้อ่านจากหลายๆ ที่มาบ้างแล้ว ว่าในการทำงานส่งเสริมและพัฒนานั้น เราต้องฝึกคิดให้เป็นระบบ ซึ่งความเข้าใจถึงความเชื่อมโยง จะช่วยให้เราไม่คิดแยกส่วน มองเห็นทุกอย่างเชื่อมโยงกัน จากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง ทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เข้าใจถึงสิ่งต่างๆ ว่า มีปัจจัยนำเข้า – กระบวนการ - ผลที่จะเกิดขึ้น และเข้ามองอย่างเข้าใจว่า
ทุกสิ่งล้วน “มีที่มา ที่อยู่ และที่ไป”
· พัฒนาและแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ
ดั่งที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนมาจากเหตุและปัจจัย เมื่อเราจะวางแผนในการทำงานส่งเสริม-พัฒนา จะทำให้เรามองได้รอบด้าน เห็นความเชื่อมโยง ก็จะเห็นทางออกของปัญหา ซึ่งบางครั้งต้องพัฒนาหลายๆ ด้านไปพร้อมกัน ไม่มองด้านเดียวแล้วก็แก้ปัญหา ที่ผ่านมาเราจะเห็นโครงการ-กิจกรรมที่แก้ปัญหา บางครั้งแก้ปัญหาเดิมยังไม่ได้ แต่กลับสร้างปัญหาขึ้นมาใหม่อีกไม่มีที่สิ้นสุด
· คิดให้เป็นวงกลม
ประเด็นนี้อาจจะอธิบายได้ยากสักหน่อย คนละเรื่องกับการคิดวกไปวนมานะครับ เพราะโดยธรรมชาติของงานพัฒนาไม่มีอะไรที่จะเป็นเส้นตรงเสมอไป ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการแก้ปัญหาความยากจน ที่คิดเป็นเส้นตรงว่า ต้นทางคือความยากจน(ไม่มีเงิน) แล้วใส่เงินลงไปแล้วคิดว่าปลายทางก็จะแก้ความยากจนได้ แต่แท้จริงแล้วเงินนั้นเป็นเพียงมิติหนึ่งของความยากจนแค่นั้นเอง ความยากจนนั้นแท้จริงแล้วมีอีกหลายๆ มิติ ไม่ว่าจะจนโอกาส จนทรัพยากร จนความรู้(จนปัญญา) เป็นต้น
ดังนั้นจะต้องวนกลับมาคิดต่อในมิติอื่นๆ อีกว่าแท้จริงแล้วความจนในบุคคล/กลุ่มบุคคลนั้นๆ มาจากสาเหตุใด อาจจะต้องแก้ในมิติอื่นที่ไม่ใช่เพียงการใส่เงินลงไปเพียงตัวเดียว
การคิดเป็นวงกลมบางครั้งจากจุดเริ่มต้น ดำเนินการไปสักระยะหนึ่ง ก็จะวนกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้งเพื่อเริ่มต้นแก้ปัญหาในวงที่สองต่อไป ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือวงจรของการวางแผน P - D - C –A นั่นแหละครับการคิดให้เป็นวงกลม
เห็นหรือยังครับว่าการฝึกคิดให้เชื่อมโยงนั้น มีผลดีต่อการพัฒนาตัวเราเอง และต่อการทำงานส่งเสริมและพัฒนาเป็นอย่างมาก ทำให้เป็นคนที่มองได้อย่างรอบด้าน เห็นความเป็นจริงของทุกสิ่งอย่างเข้าใจ เมื่อจะวางแผนพัฒนาเราก็จะสามารถวางแผนการทำงานส่งเสริม-พัฒนาได้อย่างครอบคลุม รัดกุม และถูกจุด
บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
วีรยุทธ สมป่าสัก 23 มีนาคม 2552
เป็นข้อคิดที่ดีมากๆคะ
ตั้งแต่ข้อหนึ่งแล้ว
ก็จะพยายามนำไปปฏิบัตินะคะ
มาชวนน้องไผ่ไปสนุกกับเพื่อนๆ ที่นี่ และ ที่นี่ ค่ะ
เมื่อวานไปค้นเจอหนังสือเล่มหนึ่งในลังของคนอื่น ตรวจสอบสภาพแล้ว น่าจะไม่ค่อยได้ถูกหยิบใช้ อ่านไปอ่านมาก็เก็บเข้าลังของตัวเอง (มือมันพาไป อิอิ)ผิดศีลไปหนึ่งข้อ พอมาอ่านบันทึกนี้ แล้วเชื่อมโยงกับที่เพิ่งอ่านมา เข้าใจขึ้นเยอะเลย ขอบคุณค่ะ