เหตุผลที่บรรยายมานั้น เป็นที่มาของการเกิดคลินิก DPAC ( Diet Physical Activity Clinic ) ในโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้รับบริการที่มีภาวะดังกล่าว ซึ่งคลินิกส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ที่ผู้เขียนทำงานอยู่ ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้รับมอบหมายจากกองออกกำลังกายและกองโภชนา กรมอนามัย ให้ออกมานำร่องและหารูปแบบการให้บริการดังกล่าว

          บันทึกนี้เขียนเพราะความรักและห่วงใยในสุขภาพพี่ๆน้องๆชาว G2K ทุกท่าน   ตามผู้เขียนมาค่ะ

                                      

โรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome)  

        คือ  กลุ่มความผิดปกติที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งพบร่วมกันได้บ่อย     ความผิดปกติดังกล่าวได้แก่ความผิดปกติของไขมันในเลือด ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล  ตลอดจนปัจจัยที่เป็น  prothrombotic และ  proinflammatory   metabolic syndrome   นี้มีชื่อเรียกพ้องกันหลายชื่อด้วยกัน เช่น insulin resistance syndrome2, deadly quartet3, syndrome X4, Reaven syndrome  เป็นต้น

              

 

 สาเหตุหลักของภาวะ metabolic syndrome มีอยู่ 2 ประการใหญ่ๆคือ

             1. ความอ้วน   โดยเฉพาะอ้วนบริเวณพุง การที่มีเซลล์ไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้นจะทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนต่างๆจากเซลล์ไขมันออกมาสู่กระแสเลือดเพิ่มขึ้นเช่น nonesterified fatty acids (NEFA), cytokines และ PAI-1 เป็นเหตุให้เกิดความดันโลหิตสูง ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง เอช-ดี-แอล โคเลสเตอรอลในเลือดต่ำ น้ำตาลในเลือดสูงรวมทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

             2. ภาวะดื้อต่ออินสุลิน นอกจากนี้ในคนอ้วนจะพบว่ามีระดับฮอร์โมน adiponectin ในกระแสเลือดลดลง ซึ่งมีผลให้เกิดภาวะดื้อต่ออินสุลิน และเป็นตัวทำนายการเกิดโรคเบาหวานและโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ (ภาวะดื้อต่ออินสุลินเกิดอาจมาจากสาเหตุทางพันธุกรรมและสาเหตุภาย-นอก เช่นความอ้วน อายุที่มากขึ้นและยาบางชนิด) และคนที่อ้วนลงพุงจะมีภาวะดื้อต่ออินสุลินมากกว่าคนที่อ้วนบริเวณ

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคอ้วนลงพุง Metabolic syndrome

A  จะต้องเป็นอ้วนชนิดลงพุง กล่าวคือมีเส้นรอบเอวมากกว่า 90 ซม. 80 ซม.ในชายและหญิงตามลำดับ

 

B  และมีภาวะดังต่อไปนี้อย่างน้อย 2 ข้อ

1. ความดันโลหิตมากกว่า 130/85 ,  ผู้ที่ได้รับยารักษาความดันโลหิต 

2. ระดับ Triglyceride >150 mg% , หรือผู้ที่เป็นไขมันสูงและได้รับยาลดไขมัน

3. ระดับ HDL > 40,50 mg%สำหรับชายและหญิง ,หรือผู้ที่เป็นไขมันสูงและได้รับยาลดไขมัน

4. ระดับน้ำตาลสูงกว่า 100 mg% หรือผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานชนิดที่2

           พบว่าผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง 3 ข้อ   จะมีอัตราการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2 เท่า และพบว่าผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง 4 ข้อจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองเพิ่ม 3 เท่า และเกิดโรคเบาหวานเพิ่ม 24 เท่า

 

 การรักษา metabolic syndrome      ประกอบด้วยการแก้ไขปัจจัยที่เป็นสาเหตุได้แก่โรคอ้วนและภาวะดื้อต่ออินสุลิน นอกจากนี้การรักษาแต่ละปัจจัยเสี่ยงเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากเช่นกัน ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิต (lifestyle modification) จึงเป็นการรักษาหลักอันดับแรกที่ต้องปฏิบัติ  หลักการรักษาโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินทำได้โดย...

1. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคอาหาร     การลดอาหารเพื่อการลดน้ำหนักที่ได้ผลมากที่สุดในระยะยาวคือการลดพลังงานจากอาหารที่ควรได้รับประมาณวันละ  500-1,000 แคลอรี่  เป้าหมายที่เหมาะสมในการลดน้ำหนักคือการลดน้ำหนักให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 5-10 ในช่วง 6-12 เดือน การลดน้ำหนักในระยะยาวที่จะได้ผลดีนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการออกกำลังกายร่วมด้วย

2. การออกกำลัง   โดยให้ลดพลังงานจากอาหารที่รับประทานและเพิ่มการออกกำลังกาย   เพราะนอกจากจะมีผลดีต่อการลดน้ำหนักตัวแล้วยังพบว่าทำให้ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดดีขึ้นด้วย การออกกำลังกายควรจะทำทุกวันอย่างน้อยวันละ 30 นาที  ด้วยความแรงของการออกกำลังกายที่เหมาะสม (moderate intensity) นอกจากนี้การออกกำลังกายในระยะเวลาสั้นๆครั้งละ10-15 นาทีเช่นการเดินเร็วๆ การทำงานบ้าน แต่ทำบ่อยๆวันละหลายครั้งก็พบว่ามีประโยชน์เช่นกัน

         การลดน้ำหนักโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ได้น้ำหนักลดลงอย่างน้อยร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น พบว่าทำให้ปัจจัยเสี่ยงต่างๆของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้แก่

  • ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง

  • ความดันโลหิตลดลง

  • ระดับไตรกลีเซอไรด์ลดลง

  • และระดับเอช-ดี-แอลโคเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น

           การศึกษาในผู้ป่วย metabolic syndrome ที่มีเบาหวานแฝงพบว่าการลดน้ำหนักโดยการปรับ เปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเวลาประมาณ 3 ปีสามารถป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้

 

3. การรักษาโดยการใช้ยา    เมื่อปรับปรุงพฤติกรรมแล้วปรากฏ ว่ายังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาล ไขมันหรือความดันโลหิตได้ จึงจำเป็นต้องใช้ยาในการควบคุม  แต่ต้องอยู่ในการดุแลของแพทย์     ซึ่งในที่นี้ขอเน้นแต่เรื่อง การส่งเสริมสุขภาพ

 4284                     4284                    4284              

               เหตุผลที่บรรยายมานั้น เป็นที่มาของการเกิดคลินิก DPAC ( Diet Physical Activity Clinic )  ในโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้รับบริการที่มีภาวะดังกล่าว  ซึ่งคลินิกส่งเสริมสุขภาพ  ศูนย์อนามัยที่ 10  เชียงใหม่ ที่ผู้เขียนทำงานอยู่  ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้รับมอบหมายจากกองออกกำลังกายและกองโภชนา   กรมอนามัย   ให้ออกมานำร่องและหารูปแบบการให้บริการดังกล่าว  

              ซึ่งบัดนี้ทางคลินิกได้ลองผิดลองถูกกันมานานพอสมควรที่จะสรุปกิจกรรมออกมาเป็นขั้นตอนในการให้บริการดังข้างล่างนี้  ซึ่งท่านผู้อ่านท่านใดต้องการแลกเปลี่ยน  และแบ่งปันความคิดเพื่อให้บริการนี้สมบูรณ์ และสร้างความประทับใจให้กับผู้รับบริการมากยิ่งขึ้น  ก็เชิญนะคะ ...

 

            ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน   และขอขอบคุณข้อมูลจาก นพ.ชัยชาญ  ดีโรจนวงศ์

         ส่วนรายละเอียดบริการท่านที่สนใจโปรดอย่าใจร้อน...

รออ่านตอนต่อไป  อิอิ..

4332                4332                 4332