เมื่อครบรอบวันเกิดที่ผ่านมา เจ้าลูกชาย แม่บ้าน และลูกสาว รวมตังค์ซื้อเจ้า จีพีเอส มาให้ตัวนึง ลูกชายบอกแม่ว่าเห็นพ่อเดินไปดูหลายครั้งแล้ว ผมได้รับของขวัญมาแล้วก็ไม่รู้จะเอาไปใช้ที่ไหนเพราะที่ภูเก็ตเราก็ขับรถไปไหนมาไหนไม่ต้องอาศัยมันอยู่แล้ว แต่ก็เปิดมันมั่งเพื่อให้คุ้นกับการใช้งาน แต่การนานๆใช้ทีเลยทำให้ใช้ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่ จะตั้งมันทีก็เสียเวลานานมาก อิอิ
โปรแกรมแห่งความมันเริ่มขึ้นเมื่อรู้ว่าจะไปสวนป่ามหาชีวาลัย เพราะไปร่วมเสวนาตีแตกอีสาน ผลงานกลุ่มดูงานความขัดแย้งที่ภาคอีสาน พ่อครูบาก็นัดพวกเฮฮาศาสตร์ด้วย กลุ่มนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า สสสส.๑ ด้วย เรียกว่าจัดทีเดียวได้นกหลายตัว ผมชวนคุณแอ๊ดไปด้วยเพราะอยากจะพาคุณแอ๊ดไปหาอาจารย์หมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพวัฒโนสถ ตามที่คุณหมอสุรพงศ์ ได้แนะนำไว้
ผมกะใช้เจ้าจีพีเอสได้เต็มที่ ขาไปจากภูเก็ตไม่มีอะไรตื่นเต้นจนกว่าจะถึงกรุงเทพโน่นแหละ เพราะเส้นทางสายใต้ไม่มีอะไรพิเศษ ผมแวะนวดเท้าที่ชุมพร แวะนอนที่ชะอำ
ตื่นเช้าตั้งเจ้าจีพีเอสไปโรงพยาบาลกรุงเทพ แต่ตั้งมั่วครับ เพราะเราจะไปโรงพยาบาลกรุงเทพวัฒโนสถ ซึ่งในจีพีเอสไม่มีชื่อวัฒโนสถ ดูชื่อโรงพยาบาลกรุงเทพมีสาขาบางกะปิ อ้าว...แล้วไม่มีสาขาที่ศูนย์วิจัยเรอะ เพราะที่อยู่ที่เราได้มาเป็นซอยศูนย์วิจัย ๗ เอาละ...ยังไงก็ตั้งไปบางกะปิก่อนแหละ เพราะน่าจะง่ายที่สุด แถมผมก็ไม่รู้ว่าซอยศูนย์วิจัยมันอยู่แถวไหนของกรุงเทพ ฮ่าๆ ถ้าไปไม่ถูกก็ถามที่โรงพยาบาลนั่นแหละ ปรากฏว่ามันไปถูกและเป็นที่เดียวกันกับที่เราจะไป เห็นโรงพยาบาลชัดเจนแล้วครับ เจ้าจีพีเอสมันก็พูดขึ้นว่า อีก ๕๐๐ เมตรเลี้ยวซ้าย แต่ยังไม่ทันถึง ๑๐๐ เมตรเลยผมขับมาถึงปากซอยเล็กๆซ้ายมือนึกว่าข้างหน้าทางตัน เสียงจีพีเอสบอกเลี้ยวซ้าย ก็เลยเลี้ยวขวับเข้าไป เฮ้ย....ทำไมมันเป็นยังงี้มันมีซากรถเก่าๆลึกเข้าไปเป็นสถานีตำรวจ อ้าว....ผิด ฮา......ขับออกมาลองเลี้ยวซ้ายไปต่อ อ๋อ...มันมีทางแยกเข้าไปวัฒโนสถอีกทีหนึ่ง ตรวจเสร็จเรียบร้อย ผลปรากฏว่าคุณแอ๊ดไม่เป็นอะไรเลย ตัดสินใจว่ามีเวลาเหลือเยอะแยะ พาคุณแอ๊ดไปเที่ยวเซนทรัลเปิดใหม่ที่แจ้งวัฒนะใกล้ที่พัก หาของกินอร่อยแล้วไปที่พักเพื่อพักผ่อนระหว่างรอพี่หมอตาจากกระบี่ซึ่งมาพร้อมน้องเขียว
ผมหลับไปงีบหนึ่งก็เตรียมตัวเดินทางไปบุรีรัมย์ แวะไปรับพี่หมอตามที่ดอนเมือง นัดกันที่สถานีรถไฟดอนเมือง ผมก็ตั้งเจ้าจีพีเอสไปบุรีรัมย์ มันก็นำทางผมมาทางดอนเมืองไม่มีอะไรตื่นเต้น แต่...มันบอกให้ชิดซ้ายอีก ๕๐๐ เมตร ผมก็เชื่อ ชิดซ้ายแต่มันไปอยู่เลนซ้ายสุดมันก็ต้องถูกบังคับเลี้ยวซ้ายไปเข้าช่องทางขนาน อ้าว...ซวยแล้วสิเรา แล้วจะออกไปยังไงละเนี่ย โทร.หาพี่หมอดีกว่า...ฮ่าๆ พี่หมอรับทราบแล้วบอกว่าไม่เป็นไรน้องฑูร เดี๋ยวพี่ไปรอน้องฑูรที่โรงแรมอมารี พี่เดินไปนิดเดียว โอเคครับ....พี่...ระหว่างนั้นมันก็บอกให้ผมชิดขวามั่ง อีก ๕๐๐ เมตรให้ชิดซ้ายมั่ง พอมันสั่งให้ชิดซ้ายแต่อีกช่องยังไปได้เขาใช้กรวยมาวางบังคับทางไว้แล้ว ผมก็ไปช่องนั้นปรากฏว่ามันผ่านโรงแรมอมารีไปเลย...ฮา...ผมรีบโทร.หาพี่หมอตา มันเป็นวันเวย์ด้วย สวนทางก็ไม่ได้ ซวยละสิ...พี่ตาคงจับน้ำเสียงตื่นเต้นผมได้ ฮ่าๆ ใจเย็นๆน้องฑูร ไม่เป็นไร ผมบอกว่าผมจอดที่ปั๊ม ปตท.พี่หมอตาบอกว่าไม่เป็นไรใกล้นิดเดียวประมาณ ๑๐๐ เมตรเดี๋ยวพี่ไปเอง ในที่สุดพี่ตากับน้องเขียว ก็ต้องลากกระเป๋ามาขึ้นรถผม กอดกับพี่ตาที่ปั๊มเสร็จก็ขึ้นรถกันไปต่อ สังเกตว่าพี่ตามีเหงื่อซึมๆ ส่วนน้องเขียวเหงื่อออกที่หน้าผาก ฮ่าๆ
เราขับรถกันต่อ มันสั่งให้ผมขับตรงไปมั่ง ออกขวามั่ง เราขับไปงงไป พอไม่ทำตามคราวนี้มันพาไปออกซ้ายแล้วให้กลับรถกลับมาที่เดิม ก็เลยต้องยอมมัน ไปจนถึงบุรีรัมย์ ระหว่างทางพ่อครูก็โทร.เช็คตลอดว่าถึงไหน และบอกว่าไม่ต้องเข้าสวนป่าเปิดห้องพักไว้ให้แล้วที่ราชภัฏบุรีรัมย์ให้ไปนอนแช่แอร์เล่นให้เย็นใจ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ปรากฏว่าพอไปถึงที่พักไม่มีชื่อจองในนามบัณฑูรครับ แต่พ่อครูบาไปจองเองจองในชื่อไพฑูรย์ ฮา.....
ตอนไปอิหร่านก็ทีนึงแล้ว คืนแรกพักห้อง ๕๑๙ แล้วไปอิสฟาฮาน กลับมาอีกวันหนึ่งเขาให้เข้าพักห้อง ๔๑๔ พอมีปัญหาลืมผมที่อิหร่านกว่าจะรู้ว่าผมค้างอยู่ที่โรงแรมก็เป็นชั่วโมง เขาถามพ่อครูบาว่าพักกับอัยการที่ห้องไหน พ่อครูบาเอาเบอร์ห้องสองห้องมาบวกกันแล้วบอกว่าพักห้อง ๔๑๙ เล่นเอาผมมึนอยู่ในอิหร่านคนเดียวเพราะใครโทร.เข้าห้อง ๔๑๙ ก็ไม่มีคนรับ ใครมาเคาะห้อง ๔๑๙ ก็ไม่มีคนเปิด คนมาตามก็จนปัญญา ก็จะเจอได้ยังไงผมรออยู่ในห้อง ๔๑๔ ฮา......เท่านั้นยังไม่พอ ตอนไปถึงดูไบพักห้อง ๓๐๘ พอออกจากห้องพ่อครูบาก็ควักกล้องถ่ายรูปมาถ่ายเบอร์ห้องแล้วหัวเราะกิ๊กกั๊ก กันลืม ลงไปทานอาหารเช้าเสร็จนั่งคุยสนทนาธรรมกับหลวงพี่ติ๊ก หลวงพี่ติ๊กถามว่าโยมครูบาพักกับท่านอัยการที่ห้องไหน ครูบาควักกล้องออกมาดูแล้วบอกว่า ๓๑๘ ฮา...นี่ขนาดอ่านจากกล้องเลยนะ..อิอิ กว่าหลวงพี่ติ๊กจะตามมาที่ห้องเจอ หลวงพี่ติ๊กบอกว่าไปเคาะห้อง ๓๑๘ อยู่ตั้งนาน ดีว่าไม่มีคนอยู่ ฮา....
ขากลับรับพี่ตากับน้องเขียวและน้องแป๊ดที่ปราสาทหินพนมรุ้ง แยกย้ายกับทีมรอกอด ทีมพิษณุโลก-กำแพงเพชร และทีมตาหยู แล้วกลุ่มของเราไปฟาดข้าวขาหมูนางรองกัน อิอิ จากนั้นก็ไปส่งพี่ตาเข้ากทม. เอาอีกแล้วพอมาถึงรังสิต เจ้าจีพีเอสมันสั่งผมให้ชิดซ้ายผมก็ซื่อบื้อตามมันกลายเป็นเข้าถนนสายในอีกแล้ว พอเข้าลึกไปเรื่อยๆรถเริ่มติดพี่หมอตาบอกว่าเอางี้ดีกว่าเรากลับรถแล้วไปออกบางบัวทองเหอะ น้องฑูรจะได้กลับง่ายๆหน่อย ตั้งจีพีเอสมาที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มันก็พามาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาใกล้ถึงสะพานพระปิ่นเกล้า ความจริงต้องออกซ้ายเพื่อหาที่จอดส่งพี่หมอตา น้องเขียวและน้องแป๊ด แต่ผมอยู่เลนกลางตัดสินใจไม่ถูกเพราะเราตั้งจีพีเอสมาอย่างนั้นเพื่อจะหาทางมาสะพานพระปิ่นเกล้า เลยตัดสินใจขึ้นวงแหวนที่เขียนว่านครปฐม เพื่อหาที่จอดให้พี่หมอตา น้องเขียว น้องแป๊ดจับแท็กซี่กลับที่พัก ส่วนผมกับคุณแอ๊ดเดินทางต่อ ก่อนออกเดินทางก็กอดกันอีกรอบ อิอิ แล้วผมก็ปิดเจ้าจีพีเอส เพราะทุกทีขับจากนครปฐมไปภูเก็ตไม่เคยหลง จะให้เจ้าจีพีเอสทำให้งงทำไม
พี่สีน้อยก็เล่าให้ฟังถึงเจ้าจีพีเอสที่คุณสามีซื้อมาใช้ เล่าไปหัวเราะไป เส้นทางที่ไปก็คุ้นอยู่ไปประจำ ไม่เชื่อเมียตัวเองดันไปเชื่อเจ้าจีพีเอส แล้วก็หลงจนได้ ฮา....
คืนนั้นผมนอนที่เพชรบุรี รุ่งเช้าตั้งจีพีเอสมาที่ อเมือง จ.ภูเก็ต เล่นๆงั้นแหละ ระหว่างทางก็ซื้อมะปรางหวาน สับปะรด อิอิ นึกถึงตอนซื้อสับปะรด ให้คนขายปอกลูกที่ฉ่ำแบบที่ปอกโชว์ไว้ ก็ได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงไปซื้ออีกเจ้าหนึ่งเป็นนักเรียน พอบอกให้เลือกลูกฉ่ำๆ เธอก็เดินไปดีดๆแล้วหยิบมามาปอก พอเปิดออกมาขาวจั๊ว ฮา....แล้วเธอไปเลือกใหม่ก็ไม่ค่อยฉ่ำ ซื้อมาลูกหนึ่งเพื่อช่วยเด็ก อิอิ แวะซื้อมะนาวถุงหนึ่ง น้ำตาลปี๊บ มีภาพระหว่างทางมาให้ดูด้วย



มาถึงภูเก็ตประมาณทุ่มครึ่งเพราะฝนตกจากชุมพรจนถึงภูเก็ตทำเวลาไม่ได้ มาถึงแล้วก็เลยแวะหาข้าวต้มทานกันก่อนเข้าบ้าน ออกจากร้านข้าวต้มเสียงเจ้าจีพีเอสบอกว่า “ตรงไปข้างหน้า อีก ๑ กิโลเมตรเลี้ยวขวา” ผมกับคุณแอ๊ดหัวเราะกันคิกคัก อยากดูว่าถ้าตูไม่บอก สูจะรู้ไหมว่าตูจะไปไหน... เราเลี้ยวขวาที่หน้าห้างเซนทรัล มันก็บอก “ตรงไปข้างหน้า” พอใกล้ถึงทางแยกมันก็บอก “ชิดชวา”แล้ว “อีก ๕๐๐ เมตร ให้เลี้ยวขวา” เราหัวเราะกันต่อ เอ็งรู้ดีนะ พอขับมาถึงปากซอยเข้าบ้านมันบอกให้เลี้ยวขวา และพอถึงหน้าบ้านมันบอกถึงจุดหมาย เออ...เอ็งเก่ง...รู้ดีนะว่าตูจะกลับบ้าน ไอ้ที่ตูไม่หลงเอ็งก็ไม่หลง แต่ไอ้ตรงที่ตูไม่รู้เรื่องเอ็งจะบอกให้มันรู้เรื่องได้ไหมฟะ...โธ่.....
บัณฑูรคะ ครูแดงโทรมาบอกว่า เขา (ไม่ทราบใคร ?) เลื่อนงานเสวนาเป็นวันที่ ๑๑ จะมีปัญหาไหมคะเนี่ย ??
พรุ่งนี้ ครูแดง กะลุงเอก จะคุยกันค่ะ แล้วจะทราบรายละเอียดอีกทีค่ะ
ดูร่างโครงการที่ อ.แหวว ยกร่างแล้วยังคะ เห็นชอบไหมคะ
เอาลงในโกทูโนให้มวลมิตรช่วยดูกันด้วยค่ะ
โครงการเวทีวิชาการเพื่อเสนอกรณีศึกษาและระดมแนวคิดเพื่อจัดการปัญหาคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในสังคมไทย : จากนักศึกษา สสสส.๑ แห่งสถาบันพระปกเกล้า ถึงวุฒิสภา
http://gotoknow.org/blog/archanwell-and-peace-study/246149
เลื่อนไปก็ไม่เป็นไรครับ แต่ผมอยู่กทม.นานไม่ได้เพราะมีงานค้างที่จะต้องทำ เอาเป็นว่าวันที่ ๖-๗ ผมอยู่กทม. คืนวันที่ ๗ กลับภูเก็ต แล้วค่อยเดินทางไปใหม่วันที่ ๑๐ กลับวันที่ ๑๑ แล้วกันครับ
อิอิ มะเดี่ยว กว่าจะถึงจุดหมาย อิอิ ทะเลาะกับมันตั้งหลายครั้ง ฮา...ดีนะที่มันไม่ใส่ข้อความว่า "สมน้ำหน้าบอกแล้วไม่เชื่อ..." "เชิญขับไปตามอยาก" หรือถ้ากลับไปตามเส้นทางที่มันบอก "ทีนี้จะเชื่อหรือยัง.." ฮา...
คิดถึง..ลุงอัยการ..รักษาสุขภาพด้วยนะครับ...ฝากความคิดถึงไปกราบครูบา..และชาวเฮฮาศาสตร์ด้วยครับ
สวัสดีค่ะ
ดูๆ แล้วเทคโนโลยีชิ้นนี้น่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะทำให้ไม่ง่วงเวลาขับรถ ฝากความระลึกถึงคุณแอ๊ดด้วยนะคะ ดีใจด้วยที่ไม่ตรวจพบความผิดปกติใดๆ
ช่วงนี้อยู่ศิริราชมาเฝ้าคุณพ่อรอผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ไปๆ มาๆ ยังไม่ได้ผ่า หมอของเส้นเลือดหัวใจที่ทำบอลลูนไว้เมื่อสองปีก่อน เผื่อจะต้องทำอย่างอื่นด้วยจะได้ไม่ต้องมาผ่าใหม่คราวหน้า พรุ่งนี้จะกลับแล้ว ไปรอที่บ้านปทุมธานี ผ่าเสร็จแล้วพักฟื้นจนกว่าจะแข็งแรงจึงจะกลับภูเก็ต ส่วนตัวเอง วันที่ ๑๑ มีนาคม นี้จะย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ที่อ.มหาราช จังหวัดพระอยุธยนครศรีอยุธยา
เล่าให้ทราบเฉยๆ เพราะอยู่ว่างๆ หน้าห้องสวนหัวใจ มันรู้สึกแปลกๆ ค่ะ
ขอให้แข็งแรงกันทั้งครอบครัวนะคะ
ท่านอัยการคะ
ขอโทษนะคะ พิมพ์มั่วไปหมด อ่านดูแล้ว มึน ชื่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลายเป็นจังหวัดอะไรไปแล้ว
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ
ยังไม่เคยใช้ GPS ท่าทางจะสนุก
แต่ เอ ผมใช้แผนที่แบบเดิมไปดีกว่า
หลงนิดหน่อย ถือว่าได้รู้ทางใหม่ๆ ที่ไปไม่ได้ อิๆๆ
ซื้อสับปะรดอย่าบอกว่าฉ่ำๆ เดี๋ยวคนขายเข้าใจผิด หยิบลูกช้ำมาให้
สวัสดีครับ ท่านพี่อัยการชาวเกาะ
ผมเอาภาพ น่าประทับใจมาฝากครับ
..
GPS รถผม ที่อ.ขจิต ว่า
บอกทางเลี้ยว เข้าปั๊มกับเข้าห้าง อย่างเดียวครับ
ไม่ก็บอก ว่าผ่านหลักกิโลที่เท่าไรครับ
..
ผมนึกว่า ท่านพี่ขับยาว ถึงภูเก็ตเลย ได้พักเติมพลังก่อน ดีเลย
มีความสุขมากๆครับ
สวัสดีครับ อ.พิสูจน์
คิดถึงเช่นกันครับ
เจอหน้าครูบาแล้วจะบอกว่า อ.พิสูจน์คิดถึงครับ อิอิ
สวัสดีครับคุณศิริวรรณ
ขอให้คุณพ่อเป็นปกติเร็วๆนะครับ
ย้ายไปอยู่ที่พระนครศรีอยุธยาก็ยังดีที่ไม่ไกลกรุงเทพมากนัก สะดวกในการที่จะพาคุณพ่อไปดูแลรักษาครับ
สวัสดีครับครูคิม
ดีใจเช่นกันที่ได้พบตัวจริงครูคิม
เห็นความมุ่งมั่นพยายามของครูคิมที่ดูแลเอาใจใส่เด็กแล้วน่ารักมาก....ครูคิมจะเป็นครูในดวงใจของเด็กตลอดกาลเลยครับ เสียดายที่เด็กๆยังขัดเขิน ไอ้เราก็จำหน่าเด็กในบล๊อกไม่ได้ และอีกเสียดายที่เด็กๆน่าจะได้มีโอกาสเข้าฟังท่านวิทยากรทุกท่านจะได้ความรู้ไปมากมาย ลืมไปว่าน่าจะจัดให้เด็กๆมานั่งเสวนากับลุงป้าน้าอา พูดถึงอนาคต พูดถึงความอยากจะเป็น พูดถึงสังคมรอบตัวเขา คราวหน้าเอาใหม่ ให้เขาแนะนำตัวแล้วบอกด้วยว่าเขารู้จักบล๊อกเกอร์คนใดบ้าง ใครเข้าไปคอมเม้นท์ให้เขาบ้างจะได้ทะลายกำแพงแห่งความเกรงออกไปครับ
อ.ขจิต
ขอผมมีสองเครื่อง เครื่องหนึ่งทำให้มั่ว เครื่องหนึ่งก็ปลอบให้ใจเย็นๆ ฮา... เครื่องหนึ่งพามั่ว เครื่องที่สองป้อนลูกอมเหมือนกัน เพื่อไม่ให้บ่น จ๊าก.....
อ.ธ.วั ช ชั ย ครับ
ไอ้เจ้าจีพีเอสนี่มันก็ดีนะ ตอนที่หลงในกทม.มันก็ทำให้เราได้ขับรถเที่ยว กทม.ไปเรื่อยๆ ก็สนุกดีครับ ถ้างงมากๆก็สั่งให้มันหยุดและเปิดแต่แผนที่ก็ได้ครับ เราก็จะรู้ว่าเรากำลังไปทางไหนจะไปเจออะไรได้เหมือนกัน เพียงแต่มันไม่ส่งเสียงให้รำคาญเท่านั้น อิอิ
หวัดดีครับตาหยู
ดีใจที่ได้เจอะตัวจริง
จีพีเอสเครื่องนั้นเข้าท่านะครับ เข้ากับเข้าปั๊มแสดงว่าตั้งแผนที่ให้โชว์เฉพาะสองอย่าง ฮา....
ขับไม่ไหวหรอกครับ ไม่หนุ่มแล้ว แต่จากเพชรบุรีถึงภูเก็ตแวะนอนครั้งเดียว นอกนั้นพักทานข้าว เข้าห้องน้ำ แล้วขับต่อ กลับถึงบ้านยังมานั่งดูรูปกันอีกเดี๋ยวผมหารูปแอบถ่ายตาหยูก่อน จะเอามาลงให้ดูครับ อิอิ
สวัสดีครับ ของโชว์กับของจริงมักไม่เหมือนกัน
พี่ครับ ขอรายงานภาคใต้ กลุ่มสามด่วนครับ อิอิ