เมื่อพานักเรียนเข้าที่พักเรียกกันต่าง ๆนานา พ่อครูบาเรียกว่า "ขนำ" บางแห่งเรียกห้างนา เคียงนา หรือกระท่อม  แต่เด็ก ๆ ของฉันเรียกบ้านร่มเย็น เย็นมีลมธรรมชาติพัด  ได้ยินเสียงสัตว์ร้องแบบธรรมชาติ ไม่มียุงและอากาศบริสุทธิ์  เป็นครั้งแรกที่ฉันได้พักแบบนี้ หาที่ไหนได้...ไม่มีอีกแล้ว  ห้องพักโรงแรมระดับห้าดาว ห้องนอนมีฟูกหนาเย็นเฉียบด้วยแอร์คอนดิชั่นหาง่ายกว่า

           ภายในที่พักแต่ละหลัง มีตู้ ๔ ลิ้นชักสำหรับเก็บผ้มห่ม หมอน มุ้ง และด้านบนจะเป็นที่เก็บเสื่อและผ้าปูรองนอน  มีหลอดไฟสำหรับส่องสว่าง  ปลักไฟสำหรับบริการเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน

          เด็ก ๆช่วยกันทำความสะอาดรอบ ๆ บริเวณ กวาดใบไม้ แยกขยะที่ปะปนอยู่ออกใสถุงไว้ต่างหาก และกวาดใบไม้ไปรวมตามโคนต้นไม้แต่ละต้น  ช่วยกันลาดน้ำบนลานปูนเพื่อให้เย็น คืนแรกคนเยอะ  เด็กหญิงนอนรวมกัน ๑ หลัง ครูนินและคุณจ้อนอนบนลานปูมีเต้นท์กาง  ผู้อำนวยการนอนบนลานปูนอีกฟากหนึ่ง เด็กชายนอนท้ายกระบะรถ  ส่วนฉันนอนบนลานปูนเช่นกัน  ใกล้ ๆ กับเต้นท์ของครูนิน

            คณะที่มาเรียนรู้กันวันนี้มากหน้าหลายตา  รวมทั้งนักศึกษาจากคณะสถาบันพระปกเกล้า  ได้เดินทางมาถึงตอนหัวค่ำ ...ถึงแม้ว่านักเรียนของฉันและครูนินป่วยแต่ก็ยิ้มได้เสมอ พ่อครูบามาให้ความรู้กับเด็ก ๆ และครูถึงที่พักเกี่ยวกับการวางแผนการศึกษาต่อ  ความสำคัญของธรรมชาติที่มีต่อมนุษย์และโลก พืชพันธุ์ไม้ที่มีคุณค่าในความอยู่รอด  เป็นเรื่องที่ฉันเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนแม้แต่อย่างเดียว  แต่วันนี้ฉันได้เรียนรู้ไปพร้อมกันกับเด็ก ๆ

น้องอ้อมเล็ก น้องฟ้า น้องท็อป

น้องอ้อมใหญ่ น้องฝัน น้องเจิน

         เต้นท์นอนในภาพเป็นของครูนิน  และเสื่อปูนอน(ที่นอน)ของฉันในคืนแรก ส่วนที่พักใกล้เคียงเป็นของคุณหมอเจ๊ หลวงพี่ติ๊กและคุณบาลียอน   ที่พักตรงข้ากับเด็กเป็นของอาจารย์ขจิต 

        เด็ก ๆ  เมื่อได้เรียนรู้อะไรมาแล้วจะมาแบ่งปันความรู้กันทุกครั้ง  ช่วยกันนำเสนอและวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดของเพื่อน ๆ และเสนอว่าแต่ละคนใครสนใจอยากจะเรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง  นอกจากนี้แต่ละคนจดบันทึกของตนเองเพื่อจะนำไปลงบล็อก