เมื่อวันที่ 21-22 กุมภา 52 สาวสาวจำนวน สิบเอ็ดชีวิต เช่าเหมารถตู้ในราคาวันละ 1800 บาท จากเชียงใหม่มุ่งสู่แม่ฮ่องสอน

เริ่มด้วยเส้นทาง เชียงใหม่-จอมทอง-ฮอด-ออบหลวง-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน-ปางอุ๋ง-ปาย-ห้วยน้ำดัง-เชียงใหม่

 

นัดหมายกันหกโมงเช้า กว่าจะได้ออกรถก็ปาเข้าไปเกือบสองโมงเช้า เราแวะทานข้าวที่ปั๊มน้ำมันจอมทอง ร้านน่านั่งสะอาด ฝรั่งเดินออกมาจากร้านบอกว่า ร้านนี้อร่อยรับประกัน เสียดายไม่ได้จำชื่อร้านมาแต่หาไม่ยาก เพราะติดถนนใหญ่เลยแยกอินทนนน์ไปเล็กน้อย

 

อุทยานแห่งชาติออบหลวง เป็นแห่งแรกที่เราแวะเที่ยว จริงๆต้องบอกว่า แวะถ่ายรูปเพราะดูหลายคนไม่ได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามกันสักเท่าไร


ที่นี่ต้องซื้อบัตรผ่านเข้าชมอุทยาน คนละ ยี่สิบบาท ค่ารถยนต์อีก สามสิบบาท

ออบหลวงเป็นธารน้ำแคบๆผ่านช่องแคบที่เรียกกันว่าออบ สายน้ำไหลลดหลั่นกันลงไปยังที่ต่ำ ดูสวยงามด้วยคลื่นตามธรรมชาติ เรามีเวลากันที่นี่ค่อยข้างจำกัดต้องรีบเดินทาง เป้าหมายต่อไปคือแม่สะเรียง

พระธาตุดอยกองมู ออบหลวง สวนสนบ้านบ่อแก้ว

 

ที่แม่สะเรียงเราแวะชมพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง ที่บรรจุึเอาชนเผ่าต่างๆของท้องถิ่นเป็นหุ่นขี้ผึ้งสวยงาม จัดแสดงโชว์บนศาลาเรือนไทย หลังคาทรงไทยใหญ่


ที่นี่ เรามีเจ้าภาพ เตรียมอาหารมื้อเที่ยงพื้นบ้านไว้ให้เรา ดูทุกคนชื่นชอบซุบผักกันหลายคน จนเล่นเอาท้องตึงไปตามๆกัน

 

เราถึงแม่ฮ่องสอนกันบ่ายโมงกว่าๆด้วยความอ่อนเพลีย เนื่องจากความคดโค้งของเส้นทาง บางคนมีอ๊วกเลยต้องแวะเติมน้ำหวานกันข้างทาง

พวกเราหลายคนได้เวียนเทียนรอบพระธาตุดอยกองมู ทำบุญประจำวันเกิด เราชื่นชมกับวิวสูงของเมืองแม่ฮ่องสอน เกือบบ่ายสามโมงจึงชวนกันเดินทางต่อ ก่อนอำลาแม่ฮ่องสอนก็ไม่ลืมที่จะแวะไปรับใบประกาศผู้พิชิต 1864 โค้ง ที่หอการค้าแม่ฮ่องสอน ตรงข้ามไปรษณีย์ จ่ายธรรมเนียมใบละ ยี่สิบบาท และแวะไปรับใบจองที่พักที่ปางอุ๋งที่ศูนย์ศิลปชีพแม่ฮ่องสอน แม้ไม่ใช่หน้าเทศกาลที่พักของโครงการก็เต็ม แต่ทางศูนย์ได้จัดบ้านของชาวบ้านให้ โชคดีที่ได้รับอนุญาตเข้าเที่ยวปางอุ๋ง หากเป็นหน้าเทศกาลคนมาเที่ยวเยอะที่นี่จะจำกัดผู้เข้าพักและเข้าชม


ปางอุ๋ง

เราถึุงปางอุ๋งกัน เกือบหกโมงเย็นหลังจากแวะพอกหน้ากันที่ภูโคลน

ปางอุ๋ง เป็นสวนป่าในโครงการตามพระราชดำริ ที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือปางตอง ที่นี่เป็นอ่างเก็บน้ำที่สวยงามมากๆเต็มไปด้วยป่าสนและต้นไม้ป่าดงดิบหล้ังจากที่หลายปีก่อนไม่ได้มีสภาพเป็นสวนป่าเช่นนี้

ปางอุ๋งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว แม้หน้าหนาวจะผ่านพ้นไปอย่างในวันที่เรามาเยือนก็ยังพบว่ามีท่องเที่ยวจำนวนมากมาแวะค้างคืนเพื่อชื่นชมกับธรรมชาติที่สวยงามของที่นี่และวิถีชีวิตของชนเผ่าต่างๆ


เราพลาดโอกาสได้บ้านพักหน้าอ่างเก็บน้ำและบ้านพักป่าไม้ที่ตั้งอยู่ใกล้อ่างเก็บน้ำและทิวสน แต่ก็ไม่ผิดหวังเท่าไรนักที่ได้ไปพักในหมู่บ้านของชนเผ่าที่ทางโครงการได้จัดระบบการต้อนรับแขกไว้อย่างเป็นระบบและเป็นกันเอง มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและการต้อนรับ มีแผนที่บ้านพักที่เราสามารถเดินหาโดยง่าย หากเจ้าของยังไม่ได้ออกมาต้อนรับ

ชาวบ้านที่นี่นอกจากรายได้จากการทำประมงแล้วยังคงมีรายได้จากการทำบ้านพัก ร้านค้า ร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ย

 

หมู่บ้านชนเผ่า วิถีชีวิตชาวบ้านกับอ่างเก็บน้ำ

 

ลุงปาละ มีชื่อเสียงมานานของที่นี่ เนื่องจากมีต้นแบบในการทำบ้านพัก ร้านค้าร้านอาหาร พวกเราเองก็ต้องจองอาหารที่บ้านลุงเอาไว้ก่อนเดินทาง เมนูแสนอร่อย ผัดผักกรูดน้ำมันหอย ไข่เจียว ต้มยำไก่บ้าน ผักกรูดขนกันมาเป็นกาละมังๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว พนักงานขับรถตู้ที่นี่ก็ให้บริการอาหารฟรี

พวกเราไปเดินเทีี่่ยวอ่างเก็บน้ำทั้งตอนเย็นและตอนเช้า ซึ่งได้บรรยายกาศที่แตกต่าง หมอกที่เราเคยเห็นจากภาพถ่ายในเวบท่องเที่ยวหรือทีวี ณ วันนี้ไม่ได้มีให้ชื่นชมมากนัก แต่ยังโชคดีที่หงส์สีขาวออกมาลอยคอโชว์ความงามให้ได้เห็นก่อนเดินทางต่อ


 

จุดหมายต่อไปของเรา คือ อำเภอปาย โดยแวะทานอาหารเช้ากันที่ถ้ำปลา ถ้ำปลาวันนี้ สวยงามด้วยสวนดอกไม้และสพานไม้ที่คงเสน่ห์ เราอยู่ที่นี่กันหลายชั่วโมงก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่อำเภอปาย

 

 

ส้มตำหน้าอำเภอที่สาวสาวไม่ยอมพลาดโอกาส

ปายในวันที่เรามา ยังคงมีผู้คนมากมายมาเที่ยวที่นี่ เสน่ห์เมืองปายไม่เคยหืดหายไป แต่แดดร้อนจัดจัง พวกเราจึงไม่ได้ลงแวะสถานที่มุมนิยมของเมืองปายครบทุกที่ เพราะฉะนั้นทริปแก้มือเมืองปายจึงเกิดขึ้นในวงพวกเราที่จะมาอีกครั้งและต้องได้ชื่นชมบรรยากาศภาคกลางคืนที่เราพลาดไปในครั้งนี้

หมู่บ้านสันติชล

สถานที่ยอดฮิตของเมืองปาย

อย่าลืมฉัน ณ เมืองปาย

ปล. ค่าเช่ารถสองวัน 3600 บาท ค่าน้ำมัน 1850 บาท ค่าเช่าที่พัก สามหลัง นอนกันหลัง สามถึงสี่คน แต่น่าจะนอนได้มากกว่านั้นอีก 1500 บาท หารเฉลี่ย ไม่ถึงคนละพันบาท

บ้านพักของชาวบ้านชนเผ่า ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ไผ่ คนไม่คุ้นเคยอาจจะเขินเวลาเข้าห้องน้ำ ส่วนผ้าห่มมีให้มากมาย หากหนาวขอเพิ่มได้ตลอด ชาวบ้านอัธยาศัยดีมาก อยากจะมีเวลาซึมซับวิถีชีวิตหลายๆวัน