เมื่อผมต้องเป็นคนไข้ (4.การเดินทางสั้นๆที่แสนยาวไกล....ถึงจนได้...แต่....)


      ผมตะกายขึ้นไปนอนที่เบาะหลังรถให้แฟนขับพาไปรพ.ของเพื่อนใกล้ๆบ้าน  ขนาดว่าใกล้ และนอนบนเบาะนุ่มๆในรถ เจอขรุขระ เจอกระเทือน มันก็แถมความเจ็บให้อีกเป็นระยะๆ  นึกถึงคนไข้อุบัติเหตุที่เขาใส่กระบะท้ายแข็งๆเป็นลอนๆของ รถกระบะ แล้วเข้าใจเลยนะครับ  

      ถึงรพ.ก็ถูกเข็นเข้าห้องเอกซเรย์  พอเห็นผลเอกซเรย์แล้ว ความหวังว่าข้อเ้ท้าเคลื่อนมันหายวับไปเลยครับ  เพราะส้นเท้ามันหักต่างหาก  เลยต้องขอไปต่อเพราะรักษารพ.เอกชน คงมีค่าใช้จ่ายเยอะถึงเพื่อนเป็นเจ้าของก็ตามเถอะอย่างน้อยก็เกรงใจเขาแหละ   ตอนนั้นตัดสินใจอย่างรวดเร็วเลยว่า จะไปรพ.จังหวัดไปให้พี่ๆน้องๆที่รู้จักจัดการใส่เฝือกหรือใส่น็อตสกรูให้(จะได้หายเร็ว ไปทำงานได้เร็วขึ้น ตอนนั้นคิดอย่างนั้น)  ไม่ได้คิดที่จะแวะรพ.มหาราช ทางผ่านเลยครับ

      รพ.มหาวิทยาลัย คนไข้มหาศาล  นึกออกว่าจะประมาณไหน  เมื่อเข้าห้องฉุกเฉิน กว่าจะผ่านครบ นศพ. intern resident และถึงมืออาจารย์   โชคร้ายตัวเองไม่มีเพื่อเป็นหมอกระดูกสักคน การจะถือวิสาสะไปขอเพื่อนๆอาจารย์ที่รู้จัก ให้ตามอาจารย์หมอกระดูก หรือเพื่อนของอาจารย์ มันก็ดูกระไรอยู่  ยิ่งทำงาน พรพ. มันคงจะดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก  เราถูกเข็นเข้าไปคนที่หนึ่งร้อย  จู่ๆมีอาจารย์มาดูให้ก่อนคนอื่นๆ  อย่ากระนั้นเลย ไปหาพี่ๆน้องๆที่ รพ.จังหวัดจะเหมาะกว่ากระมัง  ใส่เฝือกหรือขันน็อตตัวสองตัว ก็คงกลับได้หรืออย่างมากก็นอนวันสองวัน ตอนนั้นอธิบายกับตัวเองเท่าที่ภูมิปัญญาแพทย์แผนโบราณนานกาเลของผมยังพอจำได้ ถึงวิธีการรักษาผู้ป่วยส้นเท้าหักในอดีตกาลครั้งหนึ่งเคยเป็นหมอครับ 

      ตอนนั้นก็เลยโทรรบกวนพี่พยาบาลที่คุ้นเคย ให้รบกวนแจ้งขอหมอกระดูกมาดูสักคน ก็โชคดีครับ วันนั้นมีโอพีดีกระดูกพอดี  เขาก็เลยรีบเชิญไว้ให้  ขอบพระคุณพี่ไว้ ณ ที่นี้่ด้วยเลยครับ

      ปรากฎว่า คุณหมอหัวหน้าแผนกศัลย์กระดูก รู้ข่าวว่า ผมส้นเท้าแตก  ก็เลยเชิญคุณหมอที่ทำเรื่องส้นเท้าคนไ้ข้บ่อย  มาดูให้ แกน่ารักมากเลยครับ  แกยังพูดติดตลกที่ผมจำได้ติดหูว่า สักวันหนึ่งเขาจะเขียนหนังสือเกี่ยวการดูแลผู้ป่วยส้นเท้า....ผมเป็นหมอ 'ส้นตีน' ครับ (ขออภัยครับ ผมไม่ได้หยาบคาย แกหมายความถึงงานที่แกเชี่ยวชาญต่างหาก  ตอนนั้นขำก็ขำ เจ็บก็เจ็บครับ)

      ข่าวดีมาแล้ว ต่อไปก็ข่าวร้าย แกบอกว่า ดูแล้วจะไม่ง่ายอย่างที่ผมคิด กระดูกมันดูแปลก สงสัยผมต้องไปทำ CT scan 3D (มีด้วยเหรอในเชียงใหม่..)  พอไปไหวไหมครับ ก็ต้องไหวสิครับ ตะกายขึ้นรถคันเดิม คนขับคนเดิมอีกครั้ง วิ่งไปรพ.เอกชนในเมือง(อีกแล้ว)   ไปกลับก็ครบเกือบสองชั่วโมง เอาผลกลับมาลุ้นระทึกอีกครั้ง!! แตกไม่ธรรมดาครับ แตกหลายชิ้น ช่วยกันนับได้ 6 ชิ้น  ตอนหลัง นับไปนับมาได้แถมออกเป็น 9 ชิ้น ทำลายสถิติการตกบันไดครั้งเดียวเลยครับ  ไม่อยากให้นับต่อเลยครับ กลัวมันจะกลายเป็นแตกนับไม่ถ้วน นี่ดีนะครับ ไม่แถมอย่างอื่น นอนฟังไปก็คิดถึงว่า มันน่าจะมีกาวช้าง แบบว่าหยอดแล้วบีบสักสองนาที กระดูกแตกรวบๆรวมกันเป็นก้อนเดียวได้ ก็ดีสิ    น้องหมอเขาบอกว่า สักวันคงจะมีกาวที่ว่านะครับ  แต่วันนี้ก็ถือว่าโชคดีนะครับ ปกติตกบันได ส้นเท้าลงพื้นแบบนี้ มักจะแถม spine injury หรือ Head injury ให้ด้วย สาธุ คงทำกรรมมาพอประมาณ ไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไป เลยส่งผลให้ไม่มีของแถมอีก  ตอนนั้นก็ไ้ด้แ่ต่รู้สึกโชคดี  ไม่ยักกะรู้ว่า จะเอามันมาคิดอีกตั้งมากมาย  จะค่อยๆเล่าให้ฟังนะครับ

        น้องหมอ เลยบอกว่า ใส่เฝือกไม่เวิร์คแน่ครับ จะลองปรึกษาอาจารย์ที่ทำเรี่องส้นเท้าที่ รพ.มหาราช(กวนจนได้)  อีกครั้ง  ว่าจะใส่ plate เทคโนโลยีใหม่ ต้องสั่งจาก กทม. หลายหมื่นอยู่ (เอาไงเอากัน) ผสมกับน็อตอีกสักจำนวนหนึ่ง   แต่อาจารย์ครับ  ผมก็ไม่เคยใช้ เคยทำกับไอ้ plate ที่ว่านี่เลยนะครับ  ผมจะตามอาจารย์มาช่วย ท่าจะได้ลองก็รอบนี้แหละ (อ้าว ได้ต่อนอนพยักหน้างึกๆครับ)

      ในที่สุด การเดินทางสั้นๆที่แสนยาวไกล ก็มาจบลงที่ตรงนี้  ตอนที่ถึงที่นอนรักษาจริงๆหลังจากวนไปมา แต่ก็ถึงจนได้ และเรื่องยังไม่จบนะครับ คงอีกหลายตอนแหละ ผมจะทยอยเล่าครับ  ถึงตรงนี้

       ผมเชื่อเสมอว่า เราไม่ควรเห็นแก่ตัว ไม่ควรเอาเปรียบคนอื่น ไม่ควรใช้ความได้เปรียบหรือมีโอกาสเพื่อตัวเองอย่างไม่สมควร 

       แต่แล้วผมก็ทำสิ่งนั้นแม้ไม่มากก็ได้ทำไป  ถึงจะเป็นพี่ๆน้องๆ คุณหมอเขาก็ทิ้งคนไข้ที่เขาดูอยู่วิ่งมาดูผมก่อน   ความเป็นธรรมจริงๆในสังคมมันคงไม่มีอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆครับ 

       เวลาเราเจ็บปวดต้องการใครสักคนที่พึ่งได้  เราคงพร้อมจะเอาเปรียบคนอื่นอยู่เสมอกระมัง  คนไข้และญาตินับร้อยนับพันที่ผ่านเข้ามาในประสบการณ์การมาดูคนไข้ในอดีตของผมก็ทำอย่างนี้   หรือหลายต่อหลายครั้งที่คนเหล่านี้อยากต่อว่า ร้องเรียน ว่าทำไมเราช้า ทำไมเราใจเย็นนัก เหมือนไม่มีหัวใจต่อคนไข้ 

     แต่...ผมรู้สึกตอนนั้นแต่เพียงว่า ผมไม่ชอบที่พวกเขาทำอย่างนั้นคิดอย่างนั้น 

    มาวันนี้ผมคงต้องกลับมาทบทวนอีกหลายๆครั้งครับ  แค่ไหนที่เรียกว่า ความเหมาะสม พอดี แค่ไหนที่ยังคงเป็นความเป็นธรรม  หรือความเป็นธรรมมันก็แค่ตัวหนังสือ ที่ขึ้นกับว่า ใครคิดใครมอง

    ผมฝากเืพื่อนๆช่วยคิด และเสนอแนะด้วยครับ   

 

คำสำคัญ (Tags): #ความเป็นธรรม
หมายเลขบันทึก: 246074เขียนเมื่อ 3 มีนาคม 2009 16:25 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 05:27 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)
  • สวัสดีค่ะ อาจารย์
  • เป็นสิ่งที่ปถุชนคนทั่วไปต้องทำกันค่ะ
  • ใครจะกล้าทิ้งให้อาจารย์ พี่หมอ รอนานได้ละค่ะ 
  • :-))))

ขอบคุณครับ ผมก็เห็นด้วยกับอาจารย์ว่า ปุถุชนคนทั่วไปต้องทำกัน ผมคงสะท้อนความรู้สึกส่วนหนึ่งของคนมีเส้น หรือถ้าอย่างสุภาพคือ คนมีโอกาสทางสังคมคนหนึ่ง ความคิดคำนึงเหล่านี้มันมีค่าในการเตือนจิตใจของผมอย่างมาก

ผมคงปรับความคิดเพิ่มเติมทีเคยฝันว่า คนมีโอกาส ควรใช้ โอกาสเหล่านั้นอย่างเหมาะสมคุ้มค่า และระแวดระวังการใช้โอกาสนั้นทำร้าย เอาเปรียบผู้คน มากเกินไป ออกไปสู่อีกมุมมองหนึ่งที่น่าจะเป็นเชิงบวกมากกว่า ก็คือ ฝันไปไกลๆว่า สิ่งที่ทำง่ายกว่ามาก คือ การที่คนอย่างพวกเรา ที่อยู่ใกล้ความทุกข์ของผู้คนมากกว่า จะได้มีช่วยกัน เปิดโอกาสแก่ผู้ที่ไม่มีโอกาสเหมือนอย่างพวกเรา ให้เข้าถึงการบริการจากหัวใจเรา ถึงแม้จะไม่เท่าที่เคยให้แก่อาจารย์ พี่หมอ หรือเพื่อนๆ คนที่เรารักหรือคุ้นเคย ก็ขอใ้ห้ได้ให้มากกว่าที่เคยสักวันละรายสองราย

ผมว่าแค่มีเวลานั่งฟังพวกเขาสักนิด ใจเย็นสักหน่อย ช้าลงบ้าง เหมือนตอนฟังลูกหลานเราเรื่องที่เขาอยากเล่าให้เราฟัง สิ่งดีงามคงเกิดขึ้นได้ทุกวัน นะครับ

ขอบคุณมากๆอีกทีครับ

วราวุธ

อาจเป็นช่วงเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวพืชผลกระมัง จึงมีการผุดบังเกิดเพื่อเชื่อมโยงความเอื้ออาทรที่จะยึดเหนี่ยวระหว่างผู้คนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน การเรียนรู้เกิดขึ้นกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้น้อยอิ่มเอมที่ได้เป็นผู้ให้ อาจารย์เป็นคนไข้ที่น่ารักมาก ขี้เกรงใจ แต่สิ่งที่พวกเราคิดว่ามีส่วนช่วยให้อาจารย์หายเร็วและสดชื่นจนดูไม่ออกว่าปวดมากเหมือนที่เขียนเล่า ก็คือครอบครัว(ภริยาสวย ลูกๆก็น่ารัก)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี