เป็นวันหยุดที่ยังไม่ได้หยุด   เพราะวันนี้คณะกรรมการจากสภามหาวิทยาลัย  เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติราชการของหน่วยงานต่างๆ  ผมเลยจำต้องตื่นเช้าและหอบหิ้วเอกสารไปรับฟังและเตรียมชี้แจงในกรณีที่เกี่ยวข้อง

 

แต่จนแล้วจนรอด  ส่วนใหญ่ก็ได้แต่นั่งฟังและรับนโยบายเป็นหลัก  เพราะเรื่องราวของกิจการนิสิต  ดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก  จึงไม่ใคร่ถูกหยิบยกมาพูดถึงเท่าใดนัก  ทั้งที่ความเป็นจริงนั้น  ผมอยากสะท้อนภาพและปรากฎการณ์หลายเรื่องให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้และช่วยเหลืออยู่หลายเรื่อง 


แต่ในความอาภัพนั้น ก็ถือว่าผมยังโชคดี  เพราะท่านอธิการบดีขยับมานั่งชิดติดกับผม  พร้อมๆ กับการมอบหมายหลายเรื่องให้ผมได้ขับเคลื่อนงานอย่างเต็มที่  โดยไม่ต้องคิดมากและตัดระบบเข้าหารือต่อท่านได้เลย  แต่เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกัน  ผมค่อยเล่าว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรบ้าง

 

เพราะตอนนี้  ผมอยากพาตัวเองได้กลับไปเยือนจังหวะชีวิตของวันนี้เมื่อสองปีที่แล้วเสียมากกว่า  เพราะวันนี้เมื่อสองปีที่แล้ว  ผมมีเรื่องราวน่าจดจำมาก  โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับวิถีของการ จัดการความรู้  ในวิถีของการเป็น บล็อกเกอร์

 

วันนี้เมื่อสองปีที่แล้ว  ผมได้รับสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตอย่างมากมายมหาศาล 
สิ่งแรกคือโปสการ์ดใบงามจากกัลยาณมิตรผู้อยู่ในเมืองเหนืออันไกลโพ้น  ซึ่งผมเรียกเขาว่า
นักฝัน นั่นคือคุณเอก-จตุพร  เจ้าของรางวัลสุดคะนึง


ขณะเดียวกัน  ก็ได้รับหนังสือเรื่อง
สอนลูกให้มีวินัย จากอาจารย์วิจิตรา สายอ๋อง (Vij)  และที่สำคัญ คือ ในวันดังกล่าวนั้น  ผมได้รับรางวัลอันทรงเกียรติของการเป็นบล็อกเกอร์ของ มมส   ในนาม   KM มมส.


แปลกแต่ก็จริง  ในขณะที่หลายคนกำลังลุ้นรางวัล สุดคะนึง  ผมกลับรู้สึกอิ่มสุขอยู่กับวันนี้เมื่อสองปีที่แล้ว  ถึงแม้รางวัล
KM มมส. อาจเทียบไม่ได้กับรางวัลสุดคะนึง  แต่สำหรับผมแล้ว  มันมีความหมายต่อผมมาก-และยิ่งใหญ่ต่อผมมาก ..มากเกินกว่าจะอธิบายด้วยถ้อยคำใดๆ  เสียด้วยซ้ำ

 

และนี่คือ ..ส่วนหนึ่งของบันทึกที่ว่านี้  ในชื่อ รางวัลชีวิต...ที่เดินทางมาในห้วงเวลาที่ต้องการการเติมเต็ม  http://gotoknow.org/blog/pandin/79964

 

.....

 

หลังการประชุมปิดตัวลง  ผมหอบสังขารที่ยังเต็มไปด้วยจินตนาการ”  กลับมาซบนั่งที่โต๊ะทำงาน  พร้อมคลิกเข้าสู่บล็อกและเหลือบเห็น คำถามล่าสุด จากน้องแจ๊คที่บอกข่าวและแสดงความยินดีว่า ผมได้รับการพิจารณาให้รับรางวัล " KM มมส."  ประจำเดือนมกราคม 2550  (และถ้าเข้าใจไม่ผิด  นี่คือครั้งแรกของการประกาศผลรางวัลดังกล่าวในเวที KM ของชาว มมส)

ผมหันไปเปรยด้วยน้ำเสียงราบเรียบกับเจ้านุ้ยที่กำลังก้ม ๆ เลย ๆ อยู่หน้าคอมฯ  แต่เจ้าหล่อนกลับขานทักขึ้นมาว่า หนูรู้ก่อนพี่แล้วล่ะ..    ....  

 

ผมรื้อปรับเอกสารบนโต๊ะอันรกรุงรังอีกครั้ง  ซึ่งแว้บนั้นก็พลันสะดุดกับซองจดหมายขนาดกลางสีน้ำตาลซองหนึ่งที่จ่ายหน้าซองมาถึงผม  .. ในนั้นมีหนังสือเล่มหนึ่งที่นอนนิ่งราวกับกำลังพักเหนื่อยจากการเดินทางอันแสนไกล

 

สิ่งใดก็ตามที่ผมได้รับจากผองมิตรในโลก G2K  ทั้งในรูปรางวัล  ของฝาก  โปสการ์ด  การขานทักทางโทรศัพท์ นั่งพบปะพูดคุย  หรือแม้แต่ถ้อยคำในบล็อก..  ทุกอย่างล้วนเป็น รางวัลแห่งชีวิต  สำหรับผมเสมอ

 

...............

 

ท้ายที่สุดนี้  ผมไม่รู้จะสื่อสารผ่านบันทึกนี้ด้วยถ้อยคำใดดี  นอกเสียจาก  ขอบคุณ “G2K”  พื้นที่แห่งคุณภาพ  ที่ช่วยให้ชีวิตในโลกแคบของผม  เปล่งประกายและมีคุณค่าขึ้นมาอย่างมหัศจรรย์

 

และถึงแม้บันทึกของผม  จะเป็นเรื่องราวของคนกลุ่มเล็กๆ  ในมุมเล็กๆ  และแทบไม่มีกลุ่มคนในแวดวงเดียวกันเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากมายสักเท่าไหร่  แต่ผมก็สุขใจ...กับวิถีของตนเองในพื้นที่แห่งคุณภาพนี้เป็นที่สุด


ผมจะยังคงเขียนต่อไปและต่อไป..เพื่อบอกเล่าและยืนยันว่า  ในโลกแคบและมุมแคบๆที่ผมเป็นอยู่นี้  มีเรื่องราวงดงามอยู่อย่างน่ามหัศจรรย์

 

ขอบคุณครับ,
ขอบคุณ
G2K..ที่ชักพาให้พบพานเรื่องราวดีๆ คนดีๆ ..
และคนดีๆ  นั่นแหละ คือรางวัลชีวิตที่ผมได้พบเจอเมื่อสองปีที่แล้ว
และสองปีที่แล้วที่ว่านั้น  ก็ยังคงงอกงามเป็นปัจจุบันสืบมาจนทุกวันนี้