Day Centre
การบริการทั้งของ Braeside hospital และที่ Sacred Heart Hospice มีกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ Day Centre
ที่จริงระบบ day centre นี้ ผมเห็นมาครั้งหนึ่งตอนไปดูงานที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ ประเทศไต้หวัน เมื่อสงกรานต์ปีที่แล้ว หลักการไม่มีอะไร คือมีคนไข้กลุ่มหนึ่ง (หรือที่ไต้หวันเป็นคนชรา) ที่ต้องการการดูแลสมำ่เสมอ แต่ที่บ้านก็มีเพียงลูกหลานซึ่งต้องไปทำงานนอกบ้านทุกวัน ดังนั้นทางโรงพยาบาลจึงจัดกิจกรรมการดูแลให้ในช่วงกลางวัน ที่ญาติคนไข้นำพาคนไข้มาฝากไว้จนถึงตอนเย็นเลิกงานก็มารับกลับบ้าน เป็นคล้ายๆ day nursing home นั่นเอง
หลักการนี้สำหรับคนไข้ palliative care แล้ว จะเห็นความจำเป็นที่ชัดเจนมากกว่าคนชราทั่วๆไป เพราะคนไข้ palliative care มักจะมีเรื่องของทุพพลภาพจากโรคที่เป็นมาก หรืออยู่่ในระยะสุดท้าย ที่ทำให้ต้องการการดูแลใกล้ชิด รวมไปถึงการดูแลกิจกรรมพื้นฐานในการดำรงชีวิตในแต่ละวัน อาทิ การอาบน้ำ แปรงฟัน เช็ดตัว ทานอาหาร การขับถ่าย รวมไปถึงการดูแลแผลหรือการดูแลพิเศษบางชนิด เช่น ทวารเทียม การพลิกตัวเป็นระยะๆทุกสองชั่วโมงเพื่อป้องกันแผลกดทับ ดังนั้น ถ้าไม่มีบริการ day centre แบบนี้ ผลลัพธ์ก็คืออาจจะทำให้ญาติพี่น้องหรือผู้ดูแลจะต้องลาออกจากงานมาดูแลคนไข้ที่บ้านตลอดระยะเวลาจนกว่าจะเสียชีวิต หรือต้องหาทางจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลที่บ้าน ซึ่งทุกคนอาจจะไม่สามารถ afford ได้ หรือไม่ก็ปล่อยตามยถากรรม คือ พยายามดูแลเท่าที่ทำได้ก่อนออกจากบ้านไปทำงาน แล้วก็ปล่อยคนไข้ให้อยู่บ้านคนเดียว หรือฝากฝังเพื่อนบ้านใกล้เคียง เสร็จแล้วก็ออกไปทำงานจนกลับมาบ้านในตอนเย็นอีกครั้งหนึ่ง
จะเห็นได้ว่าจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เยอะ รวมทั้งบริบททางจิตสังคม ทางเศรษฐานะ แทรกซ้อนลงมาเป็นปัญหาเพิ่มเติมอีก
Day Centre
ใน Day centre ทำอะไรกัน? สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจาก day centre ที่ดูแลเฉพาะคนชราก็คือ day centre สำหรับ palliative care จะใช้บุคลากรดังต่อไปนี้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่
- volunteer อาสาสมัคร
- physiotherapist นักกายภาพบำบัด
- occupational therapist อาชีวบำบัด
- speech therapist นักอรรถบำบัด
- group therapy นักกิจกรรมบำบัด หรือกลุ่มบำบัด
คนไข้ palliative care จะต้องเผชิญหน้ากับการเสื่อมของอวัยวะ ทั้งจากโรคโดยตรงและจากอายุ หรือจากภาวะแทรกซ้อน เราสามารถยืดระยะเวลาการทำงานของอวัยวะส่วนต่างๆได้นานพอสมควรโดยการบริหารและดูแลอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ การออกกำลังแบบที่ปรับให้เหมาะสมต่อปัจเจกบุคคล ทั้งด้านบุคคล จิตใจ โรคที่เป็นและระยะของโรค ฯลฯ รวมไปถึงบริบทที่บ้านว่าเป็นเช่นไร สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลามากพอสมควร
day centre จะเป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์เต็มที่ ในที่ที่มี facilities มาก เราจะมีการออกกำลังและการเสริมกำลังให้กล้ามเนื้อส่วนที่จำเป็นแก่คนไข้ในการดำรงชีวิต ดำรงกิจกรรมประจำวัน เช่น กล้ามเนื้อขา ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง กล้ามเนื้อต้นแขน กล้ามเนื้อหัวไหล่ การทำอรรถบำบัดสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางด้านการพูดและการกลืนอาหาร
ข้อสำคัญสำหรับ day centre ก็คือ คนไข้เหล่านี้ได้เข้าสังคมภายนอก ดีกว่าที่จะอยู่บ้านเฉยๆเท่านั้น แต่ยังได้มาพบปะสังสรรค์กับผู้คน ทั้งเพื่อนคนไข้ด้วยกัน กับอาสาสมัคร กับ therapists ที่มีใจเมตตา กรุณา และอยากจะให้เขาเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดี สิ่งเหล่านี้กอปรเป็นปัจจัยสำคัญที่จะ empower คนไข้ให้มี active life ที่ยังมีความหมาย และสามารถทำอะไรต่อมิอะไรที่อยากจะทำได้นานที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนไข้ palliative care ที่พึ่งกลับจากโรงพยาบาล จะต้องเปลี่ยนบริบทจากที่ รพ. ซึ่งมีพยาบาลสามผลัด มาช่วยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง มาเป็น caretaker ที่บ้าน อาจจะมีปัญหาด้านการปรับตัว ทั้งของคนไข้เองและของผู้ดูแล day centre จะทำหน้าที่เป็น continuity of care จากสิ่งแวดล้อม รพ. ไปหาที่บ้าน เนื่องจากคนไข้ยังมีเวลาใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ คนไข้ก็อาจจะเกิดความปราถนาและความกล้าลองทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง อย่างอุ่นใจ เช่น กล้าเดินด้วยไม้เท้า หรือเดินด้วยไม้สามขา ไม้สี่ขา จะได้ทราบว่าตนเองยังสามารถทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง
การเผชิญหน้ากับ "การสูญเสีย function" ก็สำคัญ เพราะคนไข้บางคนอาจจะปฏิเสธความเสื่อมของอวัยวะ และเสี่ยงต่่อการทำอะไรเกินตัวที่บ้าน ดังนั้น เราจะ encourage ให้คนไข้ลองทำในสิ่งแวดล้อมที่ควบคุมใน day centre เพื่อที่คนไข้จะได้ทราบด้วยตนเองว่าทำได้หรือไม่ได้ ดีกว่าที่หมอ หรือพยาบาลจะพยายามห้ามไม่ให้ทำ
Day care and Medical Education
กิจกรรม day centre ยังทำให้เกิด bonding ที่ดีมากระหว่างโรงพยาบาลและชุมชน เพราะจะมีปฏิสัมพันธ์กันบ่อยในลักษณะที่สร้างสรรค์ เป็นเวทีสำหรับอาสาสมัคร ที่จะมาช่วยพูดคุย ดูแลคนป่วยไข้ เป็นเวทีเรียนรู้ที่ดีมากสำหรับนักศึกษาแพทย์ นักศึกษาพยาบาล นักศึกษากายภาพบำบัด ที่มาเรียนรู้ communication skill และรับทราบความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายและจิตใจจากโรค ไม่เพียงแต่เท่านั้น นักศึกษายังมีโอกาสได้สะท้อนเห็นถึง relationship ทีเกิดขึ้นในการดูแลคนป่วยได้เป็นอย่างดี ในสิ่งแวดล้อมที่นักศึกษาสามารถทำอะไรได้หลายอย่างเพื่อช่วยคนไข้
ผมได้ไปนั่งฟังนักกิจกรรมบำบัด ช่วยคนไข้ทำกลุ่มบำบัด หรือกิจกรรมกลุ่มแล้ว รู้สึกได้ถึงความสุข ของทั้งผู้มาเข้าร่วมและผู้นำกิจกรรม เมื่อลูกหลานมารับคนไข้กลับบ้าน ก็เต็มไปด้วยความผูกพันและความรู้สึกที่ดี ที่โรงพยาบาลได้ช่วยดูแลคนไข้ให้ในเวลากลางวัน อาสาสมัครก็มีความภาคภูมิใจที่ได้ทำและได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์
สวัสดีครับ อ. JJ
สำหรับมูลนิธิพุทธฉือจี้ ใครไปดูก็จะรู้สึก in awe หรือทึ่งในสิ่งที่เขาทำได้ และ scale ที่เขาทำได้ จนกระทั่งอาจจะเกิดผลกระทบ (ที่คาดไม่ถึง) คือ เราเลยคิดว่าทำไม่ได้!!!
กระมังครับ
ที่จริงเรานำมาพัฒนา ดัดแปลง และใส่ในบริบทเราได้ไม่น้อยทีเดียว (ถ้าเราจะทำจริงๆ)
ยังไม่มีโอกาสได้เจอะเจออาจารย์เลย ครั้งที่แล้วที่อาจารย์ลงมากับ อ.วรภัทร์ ก็คลาดกันไปได้ แต่คงอีกไม่นานกระมังครับ (ธรรมะจัดสรร) ผมยังไม่เจอท่านอาจารย์วรภัทร์ที่เชียงใหม่ได้เลย
เรรียนท่านอาจารย์ Phoenix
อา... ขอบพระคุณครับ คราวนี้ไม่น่าพลาดแล้ว