เป็นนักเรียนสถาบันพระปกเกล้าตอนที่๘๐(ระโหยโรงแรงแห่งอิหร่าน๓)

อิสลามในเนื้อแท้มิได้สอนให้ใช้ความรุนแรง พุทธก็มิได้สอนให้ใช้ความรุนแรง แต่คนพุทธมักเอาชนะกันด้วยความรุนแรงเพราะไม่สนใจคำสอนทางศาสนา ไม่ได้นับถือพุทธอย่างแท้จริง แม้ผู้ก่อความรุนแรงในภาคใต้ ผมก็ว่ามิได้นับถือศาสนาอิสลามด้วยหัวใจ..ผมเชื่ออย่างนั้น เพราะใจของคนอิสลามที่ผมไปเห็นที่อิหร่านผมเห็นถึงความสงบ ความเป็นมิตร...

          เช้าวันต่อมาผมกับครูบาจะลงไปทานอาหารเช้า ผมได้ข้อมูลมาว่าเมื่อคืนเขาจะให้เราทานอาหารที่ชั้น ๑๑ เราลองขึ้นไปดูกันดีกว่า แล้วก็ไม่ผิดหวังครับวิวสวยมากๆ ใครไม่ได้ขึ้นมาเสียดายแย่..แต่ที่รู้มีผมกับครูบาสองคนเท่านั้นที่ขึ้นไปตอนจังหวะแสงพอดี ตอนแรกเราถ่ายรูปผ่านกระจก แต่ตอนหลังผมเจอทางขึ้นลงออกไปข้างนอกก็เลยได้ถ่ายภาพอีกหลายภาพ ผมถ่ายภาพพาโนรามา แต่มีปัญหาที่แสงมองภาพในจอไม่ค่อยชัดก็เลยไม่ได้ภาพดังใจสักเท่าไหร่ แต่ก็พอมีโชว์มั่งแหละน่า...อิอิ แม่น้ำที่เห็นเป็นแม่น้ำสายหลักของที่นี่

 

  ทานข้าวกันเสร็จแล้วไกด์พาเราไปจตุรัสอิหม่ามหรืออิหม่ามสแควร์ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของชาห์ อับบาสที่ ๑ ที่สร้างอิสฟาฮานให้เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่เหมือนกับย่อโลกครึ่หนึ่งมาไว้ที่นี่ นี่ว่าตามที่ไกด์เล่าแล้วฟังออกมั่งไม่ออกมั่งแล้วอ่านจากหนังสือ  "อิหร่านในรอยจำ" มั่ง เจอคุณไกด์(ฟาม)ในหนังสือเล่มนั้น ก็เลยได้ถ่ายภาพเธอเอาไว้และให้เธอลงชื่อที่รูปของเธอในหนังสือด้วย แต่เธอน่าจะเซ็นชื่อตรงผ้าสีชมพูจะได้เห็นลายเซ็นของเธอ นี่ถ่ายมาก็มองไม่เห็นอะไร อย่าดูเลย อิอิ

          เขาเล่าว่าชาห์ อับบาสที่ ๑ สร้างพระราชวังอาลิกาปู ขึ้นมาก่อนมีระเบียงสำหรับกษัตริย์ทอดพระเนตรงานพระราชพิธีและการแข่งขันกีฬา และมีทางลับลอดไปยังสุเหร่าราชวงศ์ลงไปใต้ดินได้ด้วย เนื่องจากเราไม่มีเวลามากนัก เราจึงไม่ได้ไปสุเหร่าหลวง(ซึ่งผมเสียดายมาก) เราได้ไปแต่สุเหร่าอิหม่ามซึ่งเป็นสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงดูไม่เบื่อ ไกด์เล่าว่าที่สุเหร่าอิหม่ามจากยอดถึงพื้นมีความสูง ๕๐ เมตร จากจุดที่ทำเครื่องหมายไว้เมื่อส่งเสียงไม่ว่าจะปรบมือหรือส่งเสียงพูดจะมีเสียงสะท้อนเจ็ดครั้ง ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหนก็จะได้ยินว่าคนที่พูดอยู่ที่ตำแหน่งดังกล่าวพูดว่าอะไร นี่เป็นความสามารถในการคำนวณที่ยอดเยี่ยม นี่คือภูมิปัญญาของคนในอดีตที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องขยายเสียงแบบตะวันตก

  จริงๆแล้วเราเดินที่สุเหร่าอิหม่ามก่อน แล้วจึงขึ้นไปที่พระราชวังกาลิกาปู ซึ่งพวกเราบางคนไม่ขึ้นไปเพราะไม่รู้ถึงความสำคัญของพระราชวัง แต่สำหรับคนสนใจงานศิลปะอย่างผมไม่ขึ้นไม่ได้ แต่เมื่อขึ้นไปแล้วนอกจากจะเห็นความงามของศิลปะสมัยโบราณแล้ว ผมกำลังเห็นการบูรณะครั้งใหญ่มีการกระเทาะเอาส่วนที่ชำรุดออกหรือเอาภาพที่ฝ่ายอนุรักษ์เห็นว่าไม่เหมาะสมออกหรือเป็นเพราะอะไรไม่ทราบได้ ก็เพราะไม่ทราบเหตุผลจึงไม่กล้าวิจารณ์ แต่ที่แน่ๆกว่าจะขึ้นไปถึงข้างบน หอบครับหอบ....มาหยุดหอบหายใจกับผมสักหน่อยไหม..อิอิ .ทางชันเหลือเกินทำเป็นบันไดวนครับ แต่กระเบื้องที่บันไดก็งดงามมากอดถ่ายรูปไม่ได้และสังเกตเห็นที่ขอบบันไดมีไม้ฝังตามขอบไว้ด้วย

หลังจากออกจากพระราชวังแล้วก็ถึงเวลาช้อบปิ้งปรากฏว่าพวกเรากลุ่มใหญ่ไปเดินช้อบปิ้งอยู่ก่อนแล้ว ผมก็ตามไปช้อบกับเขาบ้างได้ผ้าโพกหัวแบบสาวมุสลิมเขาใช้กันหรือจะใช้เป็นผ้าพันคอก็ได้มาเจ็ดผืนในราคาเท่ากับคนอื่นซื้อ ๖ ผืน....อิอิ กับไปซ ื้อผ้าปักจักรแต่ทำเลียนแบบพรมอิสฟาฮานลายที่มีชื่อเสียง ว่ากันว่าพรมที่ดีที่สุดอยู่อิสฟาฮานนี่เอง เขาว่าพรมจะแพงหรือไม่แพงเขาดูที่ลวดลาย ดูที่ปมของพรมที่มัดอยู่ที่ขอบพรมยิ่งมากเท่าไหร่แสดงว่าพรมผืนนั้นใช้ความละเอียดมากเท่านั้น กับลวดลายความสวยงามของพรม

 เมืองอิสฟาฮานได้ขื่อว่าเป็นเมืองศิลปะ ความงดงามของสุเหร่าก็ดี ของพระราชวังล้วนแล้วแต่วิจิตรบรรจง แม้แต่กระเบื้องที่มาประดับแต่ละชิ้นเขียนลายด้วยมือ ไม่ใช่ภาพพิมพ์ยิ่งดูยิ่งตื่นตา เพราะเป็นเมืองแห่งความงามทางศิลปะนี่เอง เราจะเห็นเด็กๆในชุดนักเรียนมานั่งวาดภาพกัน ในร้านค้าเราก็จะเห็นผู้หญิงนั่งเขียนลวดลายลงบนภาชนะทองแดงที่ขึ้นรูปต่างๆไว้ ตอนแรกผมเข้าใจว่าจานที่เขียนลวดลายทำจากกระเบื้องนึกชมว่าฝีมือดีมาก รู้ทีหลังว่าทำจากทองแดงแล้วลงสีเคลือบจากนั้นจึงลงลวดลายต่างๆ อยากได้แต่ไม่อยากขนของพะรุงพะรัง

เสร็จแล้วเราไปทานข้าวร้านใกล้ๆแถวนั้น เก้าอี้เขาคลาสสิคดีเป็นไม้แกะสลัก พนักพิงเป็นไม้ชิ้นเดียวไม่เต็ม ข้าวเก้าอี้เป็นเชือกปอ..อาหารที่นี่ก็เหมือนกับทุกมื้อที่ผ่านมา ไม่ไก่ก็ปลา เชื่อแล้วครับว่าอาหารน่าเบื่อมาก......เพราะเดาหน้าตาอาหารได้ทุกมื้อชนิดไม่มีลุ้น..ฮา  

ทานอาหารเสร็จก็นั่งรถฝ่าทะเลทรายไปเมืองกุม จอดแวะข้างทางเพื่อเข้าห้องน้ำสามครั้ง แต่ห้องน้ำไม่พอกับพวกเราเลยเป็นสาเหตุให้พวกเราหลายคนต้องไปปลดปล่อยกันที่ทะเลทราย..ฮา..

การเดินทางช้ามากเพราะอย่าลืมว่านั่งเครื่องใช้เวลา ๑ ชั่วโมงจากเตหะรานถึงอิสฟาฮาน นั่งรถจากอิสฟาฮานกลับเตหะราน จะให้ถึงเมืองกุมตามเวลานัดหมาย บ่ายสามโมงครึ่งไม่ทันแน่นอน แต่คุณเลอพงศ์ บอกว่าประสานงานกับมหาวิทยาลัยไว้แล้วว่าช่วงสามโมงครึ่งถึงหกโมงครึ่ง ระหว่างทางก็มีวิวสวยๆให้ถ่ายแต่ต้องถ่ายจากบนรถก็มีเงากระจกสะท้อนบ้าง ก็ยังดีที่มีภาพให้ถ่ายได้บ้าง

เราเดินทางมาถึงเมืองกุม เมื่อเวลา ๑๘ นาฬิกาเศษ แวะมาที่มหาวิทยาลัยอิหม่ามโคมัยนี่เพื่อพบกับนักศึกษาไทยที่มาเรียนทางด้านศาสนาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ แต่เราผิดเวลาไปมาก เมื่อมาถึงมีนักศึกษาชาวไทยและอาจารย์ชาวไทยรอรับพวกเราอยู่ เรารู้สึกดีใจและรู้สึกสัมผัสถึงความยินดีที่คนไทยด้วยกันได้มาพบกันที่ต่างแดน พวกเรารู้สึกหิว แต่ดีที่การต้อนรับมีขนมปังรองท้อง เรารู้สึกว่ารถที่เรานั่งมาขับช้ามากระยะทาง ๖๐ กม.วิ่งหนึ่งชั่วโมง ดูจากระยะทางและเวลาที่ผ่านมา

การต้อนรับเริ่มจากการสวดสรรเสริญพระเจ้าเป็นทำนองคล้ายๆเสียงตามสายที่ชาวมุสลิมทำละหมาด จากนั้นมีการกล่าวแสดงความยินดีและต้อนรับ  โดยมีรองอธิการบดีมาให้การต้อนรับ ท่านบอกว่าเมืองกุมที่นี่เป็นเมืองแห่งศาสนา มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในอิหร่านซึ่งเป็นประเทศที่ใช้ศาสนาอิสลาม มหาวิทยาลัยแห่งนี้ใช้เป็นที่ค้นคว้าปัญหาและวิจัยปัญหาของมุสลิมทั่วโลก  มี ๓๐๐ กว่าองค์กรที่ทำวิจัยเกี่ยวกับศาสนาและสังคมวิทยาในเมืองกุม และที่นี่ยังเรียนเรื่องศาสนาเปรียบเทียบจึงมีการสอนทั้งพุทธ คริสต์และอิสลาม มีนศ. ๕๐ , ๐๐๐ กว่าคน มหาวิทยาลัยแห่งนี้รับนศ.ต่างชาติแต่เพียงอย่างเดียว

เมืองกุมนอกจากเป็นเมืองศาสนายังเป็นบ่อเกิดแห่งการปฏิวัติโดยท่านอิหม่ามโคมัยนี่ จึงเป็นเมืองแห่งการเปลี่ยนแปลงโลก ที่นี่มีห้องสมุดที่ใหญ่มากแต่ไม่มีเวลาพาไปเยี่ยมชม..ที่นี่มีการเรียนและวิเคราะห์ถึงนิกายอื่นนอกจากชีอะก์เพื่อค้นคว้าข้อเท็จจริง น่าสนใจมหาวิทยาลัยแห่งนี้มากครับ

เราพูดกันด้วยความเป็นธรรม ถ้าศาสนาสอนเราแบบนี้ให้มีการ

วิเคราะห์ถึงคำสอนของแต่ละศาสนา เอาส่วนดีของแต่ละศาสนามาเรียนรู้กันแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้และปฏิบัติตามคำสอนของศาสดาที่ตนนับถือ สังคมน่าจะสงบสุข แต่จะทำอย่างไรที่จะให้ศาสนิกในแต่ละศาสนารู้จักแก้ปัญหาด้วยความไม่รุนแรงและไม่อ้างศาสนามากระทำความรุนแรง อิสลามในเนื้อแท้มิได้สอนให้ใช้ความรุนแรง พุทธก็มิได้สอนให้ใช้ความรุนแรง แต่คนพุทธมักเอาชนะกันด้วยความรุนแรงเพราะไม่สนใจคำสอนทางศาสนา ไม่ได้นับถือพุทธอย่างแท้จริง แม้ผู้ก่อความรุนแรงในภาคใต้ ผมก็ว่ามิได้นับถือศาสนาอิสลามด้วยหัวใจ..ผมเชื่ออย่างนั้น เพราะใจของคนอิสลามที่ผมไปเห็นที่อิหร่านผมเห็นถึงความสงบ ความเป็นมิตร...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อัยการชาวเกาะ



ความเห็น (26)

สวัสดีค่ะท่านอัยการ

ระโหยโรงแรงแห่งอิหร่าน แต่ละตอนทำให้ผู้อ่านมีความรู้ เหมือนได้ไปชมมากับตาตนเองเลยค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับท่าน
  • ได้ความรู้ดี แถมเหมือนได้ไปเที่ยวกับท่านทีเดียว
  • ขอบพระคุณ

แถวตะวันออกกลางเป็นพื้นที่ที่ผมอยากมีโอกาสไปเที่ยวมากครับ เป็นดินแดนที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่หลากหลายที่น่าศึกษาครับ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ไปอาศัยอ่านบันทึกท่านอัยการไปก่อนครับ

เขียนเมื่อ 

เรียนท่านอัย..

  • ข้าน้อยได้เกาะท้ายเรื่องเล่าไปเที่ยวในครั้งนี้ สนุกยิ่งนัก
  • นอกจากจะได้เที่ยวแล้วดูเหมือนจะได้ออกกำลังกายด้วย ฮืฮิ
  • ศาสนาพุทธสอนให้เป็นคนดีแต่ไม่ได้บอกให้ตั้งใจเป็นคนดี
  • กว่าจะเข้าวัดอ่านธรรมะก็แก่ไม่รู้ว่าทำบาปไปสักเท่าไรแล้ว เฮอ..
  • ถ้าทุกคนนำธรรมะมาใช้ในงาน ชีวิตประจำวัน ความรุนแรงก็คงไม่เกิดแน่นอน
  • สรุป  ควรสอนและใส่ธรรมะตั้งแต่เด็ก ไม่เพียงแต่ท่องมนต์เท่านั้น
  • พูดมากไปหรือเปล่า  ท้ายสุด ขอบคุณมากกก        ชอบค่ะชอบเที่ยว สนุกดี จะตามท่านไปทุกที่เลยค่ะ ประหยัดดี 55555555555

 

สวัสดีครับคุณจินตนา

ผมพยายามจะเขียนให้ความรู้ไปด้วย สนุกไปด้วย และบอกไปด้วยว่าผมได้เห็นอะไรที่เป็นประโยชน์มาบ้าง

ขอบคณที่ติดตามอ่านครับยังมีอีกอย่างน้อยสองตอนครับ

สวัสดีครับคุณศรีกมล

ไปเที่ยวอิหร่านกับผมสนุกไหมครับ อิอิ

การอบรมอัยการจังหวัดผมจะแนะนำให้ไปอิหร่านให้ไปเรียนรู้อารยะธรรมของอิหร่าน ให้ไปเรียนรู้ว่าประเทศของเขาใช้คุณธรรมจริยธรรมมาควบคุมการบังคับใช้กฎหมายอย่างไร

เขียนเมื่อ 

เรียนท่านอัย..

ข้าน้อยได้เกาะท้ายเรื่องเล่าไปเที่ยวในครั้งนี้ สนุกยิ่งนัก

นอกจากจะได้เที่ยวแล้วดูเหมือนจะได้ออกกำลังกายด้วย ฮิฮิ ได้ยินว่าหอบเลย

ศาสนาพุทธสอนให้เป็นคนดีแต่ไม่ได้บอกให้ตั้งใจเป็นคนดี

กว่าจะเข้าวัดอ่านธรรมะก็แก่ไม่รู้ว่าทำบาปไปสักเท่าไรแล้ว เฮอ..

ถ้าทุกคนนำธรรมะมาใช้ในงาน ชีวิตประจำวัน ความรุนแรงก็คงไม่เกิดแน่นอน

สรุป ควรสอนและใส่ธรรมะตั้งแต่เด็ก ไม่เพียงแต่ท่องมนต์เท่านั้น

พูดมากไปหรือเปล่า ท้ายสุด ขอบคุณมากกก

ชอบค่ะชอบเที่ยว สนุกดี จะตามท่านไปทุกที่เลยค่ะ ประหยัดดี 55555555555

สวัสดีครับ อ.ธวัชชัย

อิหร่านน่าสนใจมากๆ ผมเสียดายที่ไม่ได้ไปเมืองชีราส และเมืองอิสฟาฮานก็ได้เที่ยวนิดเดียว ยังไม่ได้ไปจุดที่อยากจะไปอีกหลายแห่ง แต่ภาพอิหร่านที่เห็นแตกต่างจากภาพที่อเมริกันเขียนให้น่ากลัว เหมือนกับภาพคอมมิวนิสต์สมัยเราเป็นเด็กที่อเมริกันสร้างให้เป็นยักษ์เป็นมารนั่นแหละครับ อิอิ

สวัสดีครับคุณมาลัย

ถ้าชอบเที่ยวนะครับยังสามารถย้อนหลังไปอ่านบันทึกผมตอนไปหลวงน้ำทา สิบสองปันนา และอีกหลายๆตอนครับ ลองถอยไปดูบันทึกก่อนๆนะครับ

"ศาสนาพุทธสอนให้เป็นคนดีแต่ไม่ได้บอกให้ตั้งใจเป็นคนดี" เอ..ผมไม่แน่ใจว่าบอกหรือเปล่า นิมนต์หลวงพี่ติ๊ก ,พระอาจารย์ชัยวุฒิ ฯลฯ ท่านผู้รู้ช่วยตอบแทนผมด้วยเถอะครับ

ดีใจที่ทำให้คุณมาลัยมีความสุขจากการอ่านครับ

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

การยอมรับในความแตกต่างเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก แต่หากทำได้ที่ไหน ที่นั่นก็จะมีแต่ความสงบสุขครับ

ที่สำคัญคงต้องเริ่มในจิตใจของแต่ละคนให้ได้ก่อน

ผมเห็นว่าจิตใจตนเอง เป็นเขตแดนสุดท้ายที่จะคงสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่

คนจะอยู่ในสังคมใด ศาสนาใด สิ่งแวดล้อมอย่างไรก็ได้ แต่ในใจตนนั้น มีเสรีภาพมากที่สุด

อิหร่านเป็นตลาดข้าวที่สำคัญของไทยมาตลอดครับ ปัจจุบันการแข่งขันสูงขึ้น ไทยคงต้องเหนื่อยหน่อย

ได้ความรู้ ได้ดูภาพที่สวย ๆขอบคุณมากคะ

ผมเคยมีเพื่อนเป็นลูกสาวของหมอที่ย้ายจากอิหร่านมาอเมริกาสมัยช่วง 70s ครับ เขาเล่าถึงอิหร่านไว้น่าสนใจมากครับ เลยได้รู้ว่าที่จริงแล้วไม่ได้น่ากลัวมากมายเหมือนที่สื่อฝั่งตะวันตกพยายามนำเสนอเลยครับ

เรื่องนี้ก็คงเหมือนประเทศจีนเหมือนกัน คนอเมริกันเยอะมากที่ปัจจุบันยังรู้สึกว่าประเทศจีนเป็นพื้นที่น่ากลัวมากๆ ครับ

เขียนเมื่อ 

ผมว่า..ทุกศาสนา(แท้)สอนให้คนทำดี..ไม่เบียดเบียนผู้อื่นทั้งนั้น...แต่คนที่สร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย...ไม่ว่าที่ไหน...เป็นคนที่ไม่ไยดี..กับคำสอนของศาสนาใดๆ...แม้แต่ศาสนาในทะเบียนบ้านของเขา

ขอให้ลุงอัยการ ลุงเอก พ่อครูบา และชาวโกทูโนว์ทุกคนมีสุขภาพดีนะครับ

  • ตามมาโหนเที่ยวด้วยคนค่ะ

สวัสดีครับน้องเพ็ญศรี

เที่ยวอิหร่านสนุกไหมครับ อิอิ

สวัสดีครับท่านพลเดช

ทุกอย่างอยู่ที่ใจจริงๆ เปิดใจรับฟังกันอย่างจริงจัง เราคงแก้ปัญหาในสังคมได้ง่ายกว่าในปัจจุบัน

ตลาดข้าวอิหร่านน่าเป็นห่วงดังที่ท่านว่าจริง สำคัญอยู่ที่ว่าใครจะผูกสัมพันธ์กับอิหร่านได้ดีกว่ากัน เพราะเวลาที่ข้าวเรามีปัญหาอิหร่านก็ช่วยเราทุกที อาจเป็นเพราะความสัมพันธ์ที่มีมายาวนาน และที่เมืองกุมก็เป็นบ้านเกิดของต้นตระกูลบุนนาคในไทยด้วยใช่ไหมครับ

สวัสดีครับคุณประกาย

อยากเอาภาพสวยๆมาให้เยอะแยะเลยครับ แต่กลัวเปลืองเนื้อที่ G2K ครับ แค่นี้ก็เกรงใจแย่แล้ว

สวัสดีครับ อ.ธวัชชัย

อิหร่านเป็นเมืองที่น่าสนใจมากจริงๆ นี่ขนาดไม่ได้ไปเมืองชีราส และได้ดูอิสฟาฮานเพียงแค่นิดเดียว ยังเห็นอะไรมากมาย อยากไปดูเขาปลูกพืชว่าเขาทำอย่างไร ไกด็เขาเล่าว่าอิหร่านปลูกพืชทางตอนเหนือของเตหะราน และที่เราเห็นในเมืองก็คือน้ำหิมะที่ละลายแล้วไหลมาตามคูที่เขาทำไว้โดยเอาก้อนหินสกัดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมเล็กเป็นพื้นคู ผมอยากรู้ว่าจริงอย่างที่ไกด์ว่าหรือเปล่าก็เลยลองล้างมือด้วยน้ำที่ว่านั้น แฮ่ะๆ มันเย็นจับใจดีจริงๆ

สวัสดีครับ อ.พิสูจน์

เห็นด้วยกับ อ.พิสูจน์ทุกประการเลยครับ ทำไมคนถึงไม่ใส่ใจกับแก่นแท้ของศาสนาที่ตนนับถือกันนะ...เราจะอยู่กันอย่างมีความสุขมากขึ้นถ้าทุกคนปฏิบัติตามคำสอนของศาสดาแต่ละศาสนาครับ

ขอคุณ อ.พิสูจน์ที่อวยพรให้พวกเราสุขภาพดีครับ ตั้งแต่กลับมาไม่มีอาการไชข้ครับ แต่มีไอนิดหน่อยเพราะอากาศเปลี่ยนครับ

สวัสดีครับพี่ตา

ตามไปเที่ยวสนุกไหมครับ ลืมซื้อพรมนั่งเหาะกลับบ้าน อิอิ

สวัสดีค่ะ ท่านพี่อัยการ

หาย จากอาการ ระโหยโรยแรงแล้วหรือยังคะ อิอิ

พอลล่ามาเที่ยวด้วยคนค่ะ ภาพสวยจังเลยค่ะ คนถ่ายอารมณ์ดี ถึงถ่ายมาได้งาม นะคะ อิอิ ของฝาก ค่ะ แป่ววววววววววว

คิดถึงค่ะ

เขียนเมื่อ 

ภาพสวยมากค่ะท่านอัยการ และได้ความรู้เหมือนได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองเลยค่ะ

สวัสดีครับน้องพอลล่า

หายระโหยโรยแรงแล้วครับ แต่กำลังรีดน้ำหนักจาก "นาน" อิอิ

มีภาพสวยๆอีกเยอะทั้งคนสวย ทั้งเด็กสวย ทั้งสถานที่สวย ภูเขาสวย ไม่รู้จะเอาลงอย่างไรให้หมด เลือกเอาเท่าที่ได้ก็แล้วกันนะ..อิอิ

สวัสดีครับคุณอัญชลี

ขอบคุณที่ชมภาพว่าสวย จะว่ากล้องดีก็ใช่ แต่คนถ่ายเก่งด้วยมั๊ง เอิ้กๆๆ

อิอิ

พอลล่าว่าแล้ว ว่าท่านพี่อัยการ ต้องชอบแนวคมเข้ม อิอิ