พี่น้องครับ

ขออนุญาตใช้สิทธิที่โดดพาดพิง นำเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นในสังคมมาเล่าต่อ..

ข้าวใหม่ ปลามัน ของขวัญวันวาเลนไทน์

โดย Suchada เมื่อ 15 กุมภาพันธ 2009 
 

สัปดาห์ ที่ผ่านมาวุ่นวายกับการขายข้าวสำหรับเป็นของขวัญในเทศกาลวาเลนไทน์ จนไม่เป็นอันทำอะไร  สนุกจริงๆ เวลาที่ได้ทำอะไรที่ไม่ค่อยเกี่ยวกับงานในหน้าที่ แต่เป็นเรื่องที่รู้สึกว่ามีคุณค่าและีน่าจะเป็นประโยชน์ ข้าวใหม่ปลามัน

เราตั้งชื่อโครงการนี้ว่า โครงการนำผลผลิตที่ดีจากท้องทุ่งสู่ครัวคนเมือง ตั้งใจให้เป็นหนึ่งในโครงการรับผิดชอบต่อสังคมของ SCG โดยในเบื้องต้นนี้ก็ทดลองทำเล็กๆก่อน เริ่มจากสินค้าข้าว

ที่มาของเรื่องนี้เกิดจากการพา พนักงานจากกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ SCG paper  ไปเข้าค่ายเรียนรู้ที่สวนป่าฯ หลายคนติดใจในความหอม นุ่ม อร่อยของข้าวต้มร้อนๆ และถามกันว่าเป็นข้าวพันธุ์อะไร จะหาซื้อได้ที่ไหน … สุดท้าย พ่อครูบาฯ ก็เลยฝากโจทย์จากชุมชนเป็นการบ้านก่อนกลับ จะออกแบบกล่องบรรจุสินค้าอาหารหรือพืชผักต่างๆ ให้เหมาะต่อการขนส่ง ปลอดภัย ประหยัดและคงความสดของอาหารได้นานที่สุดได้อย่างไร …. กระดาษจะมีส่วนช่วยยกระดับการดำรงวิถีไทย ให้อยู่ได้ อยู่ดี อยู่รอด อย่างไร

เสียงตอบรับจากคนที่ได้ลองลิ้มชิมรส ความหอม นุ่ม อร่อย ของข้าวต้มร้อนๆ  ที่ทดลองนำมาขายในหมู่คนกันเองช่วงเทศกาลปีใหม่ทำให้เกิดโครงการต่อเนื่องมา ถึงวันวาเลนไทน์ โดยเราคิดว่าน่าจะดีและเป็นไปได้ ที่จะเปลี่ยน วัฒนธรรมการให้ช้อคโกแล้ตและดอกกุหลาบ มาเป็นการให้ข้าวแทน …. ข้าวพิเศษที่เปิดโอกาสให้คนไทยได้ช่วยเหลือกันอย่างพอเพียง ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและผลผลิตในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน อิ่มท้อง อิ่มใจ ทั้งผู้ให้และผู้รับ

การเดินทางไปยังสวนป่าฯเพื่อดูแลการบรรจุข้าวลงกล่องในระหว่างวันที่ 7-9 ก.พ. ทำให้ได้เรื่องราว การเรียนรู้มากมาย เช่น

  • ราคาข้าวเปลือกที่ปรกติชาวนาขายให้ โรงสี ถูกมากๆ เมื่อเทียบกับราคาข้าวที่เราซื้อกันในท้องตลาดปัจจุบัน ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีการประกันราคา แต่ในความเป็นจริง เมื่อชาวนาขนข้าวไปหน้าโรงสีแล้ว หากเขารับซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาประกัน ก็จำเป็นต้องขาย (เพราะไม่คุ้มกับค้าใช้จ่ายในการขนกลับ และที่สำคัญ …. มีหนี้สินที่รอการชำระอยู่ ต้องรีบขาย)
  • การฝัดข้าวต้องใช้ทักษะและความ ชำนาญ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่นับวันจะสูญหายไป เพราะปัจจุบันในโรงสีขนาดใหญ่มีอุปกรณ์ที่ช่วยคัดแยกข้าวที่ทันสมัย ทำให้ไม่ต้องมาคัดแยกด้วยมือ
  • ข้าวที่มาจากโรงสีเล็กดีตรงที่ สามารถสีครั้งละน้อยๆ หากกะปริมาณให้สามารถรับประทานภายใน 15 วันหลังขัดสี ข้าวจะคงความสดและหอม ไม่ต้องกังวลเรื่องมอด จึงไม่ต้องใส่ยากันมอดเหมือนในโรงสีใหญ่

การฝัดข้าว

สุดท้าย  เก็บภาพบรรยากาศการขายข้าวใน SCG มาฝากค่ะ งานนี้เราวัดผลความสำเร็จเป็นรอยยิ้มและความสุขใจของคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ชาวนาที่เอาข้าวมาให้เราขาย ไปจนถึงคนที่ได้รับประทานข้าวต้มร้อนๆ หอม อร่อยในวันวาเลนไทน์ โดยรวมก็น่าจะได้ประมาณ 1,000 คน ซึ่งล้วนชื่นมื่นกันถ้วนหน้า ทำให้มีกำลังใจที่จะก้าวต่อไป และ ต่อไป …..

บรรยากาศลองชิม



16 ความคิดเห็น

  • #1 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กุมภาพันธ 2009 เวลา 11:26 (เช้า)

    น้อง ดาค่ะ มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับข้าวค่ะ พี่ดีใจมากค่ะที่ SCG ได้ริ่มโครงการนี้กับท่านครูบาฯ ซึ่งท่านปรึกษาเรื่องนี้กับพี่ด้วยค่ะ พี่อยากให้  SCG ทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าวันเกิด วันที่อยากเกิด วันที่อยากรัก เราส่งข้าวไปแทนควมรักความห่วงใย ท่านป่วยเราไปเยี่ยมท่านพร้อมข้าวที่สดใหม่ แทนความห่วงใย เราส่งข้าวที่อัดแน่นด้วยความห่วงใยมาเยี่ยมหลังพักฟื้น ทำเแพคเกจจิ้งให้แตกต่างตามวาระ ขนาดที่กระทัดรัด พร้อมคำแนะนำในการรักษาไม่ให้มอดขึ้น หากจะเก็บไว้นานเก็บในตู้เย็น อุณภูมิ 8 องศา มอดก็ไม่สามารถแพร่พันธุืได้แล้วค่ะ เอาไว้มีโอกาสเจอกัน คงมีอะไรหลายๆ อย่างได้ร่วมด้วยช่วยกัน แบบสหเฮดค่ะ

  • #2 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กุมภาพันธ 2009 เวลา 12:21 (เย็น)

    ดีจังเลยค่ะ ต้องช่วยกันสนับสนุนนะคะ เห็นพี่ส้มในรูปด้วยค่ะ ฝากสวัสดีด้วยนะคะ ^_^

  • #3 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กุมภาพันธ 2009 เวลา 12:44 (เย็น)

    อยากกินมั่งๆๆๆๆ  อิอิ

  • #4 แป๋ว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กุมภาพันธ 2009 เวลา 4:49 (เย็น)

    เป็นโครงการที่ดีมากๆเลยค่ะ ชื่นชม ชื่นชม

  • #5 Suchada ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กุมภาพันธ 2009 เวลา 8:52 (เย็น)

    ดีจังเลยค่ะ พี่ Lin Hui (ขออนุญาตเรียกพี่นะคะ) เรื่องข้าวนี่ดารู้สึกว่าตัวเองยังมีความรู้น้อยมาก
    แต่ยิ่งได้เข้าไปเกี่ยวข้องก็ยิ่งรู้สึกอยากทำ อยากหาความรู้เพิ่ม รู้สึกโชคดีที่มีหลายเสียงพร้อมจะร่วมด้วยช่วยกัน
    เข้าไปอ่านบันทึกที่เกี่ยวกับ ข้าว การหุงข้าว ในลานทับทิมแล้วด้วยค่ะ ได้ความรู้มากมาย
    ชอบคำว่า สหเฮด จังเลย  ^_^

  • #6 Suchada ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กุมภาพันธ 2009 เวลา 8:54 (เย็น)

    #2 krupu ขอบคุณค่ะ…. แล้วจะบอกพี่ส้มให้นะจ๊ะ (อุ๊ย! มีรูปโผล่มาด้วย รู้ด้วยความบังเอิญ อีกแล้ว อิอิ)

  • #7 Suchada ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กุมภาพันธ 2009 เวลา 8:58 (เย็น)

    สิ้นเดือนนี้ที่สวนป่าฯ ไงคะ …. คุณหมอจอมป่วน ได้กินแน่ๆๆๆๆๆ
    (แต่ดายังไม่รู้เลย ว่าจะไปได้รึเปล่า กำลังลุ้นนนน ค่ะ)

  • #8 Suchada ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กุมภาพันธ 2009 เวลา 9:00 (เย็น)

    เราแอบนับ อาจารย์แป๋ว เป็นหนึ่งในสหเฮดแล้วล่ะ  อิอิ
    ขอบคุณนะคะ ที่แวะมาให้กำลังใจ

  • #9 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 กุมภาพันธ 2009 เวลา 12:07 (เช้า)

    มาหนับหนุนด้วยคน

  • #10 sompornp ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 กุมภาพันธ 2009 เวลา 9:26 (เช้า)

    รอกินข้าวด้วยที่สวนป่าสิ้นเดือนนี้
    อิอิอิ

  • #11 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 กุมภาพันธ 2009 เวลา 8:38 (เย็น)

    มาชื่นชมกับกิจกรรมที่เกิดจาก ใจที่พร้อมจะให้แก่ผู้อื่นค่ะ
    น้องดาลองฝัดข้าวบ้างหรือยังคะ อิ อิ

  • #12 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 กุมภาพันธ 2009 เวลา 8:47 (เย็น)

    น้อง ดาค่ะ พี่เข้าไปตรวจเรื่องข้าวที่เขียนในลานทับทิมมี่เหลือแค่อันเดียว เลยเอาสารบัญของพี่ในG2K มาให้ค่ะ มีเขียนไว้หลายอันค่ะ ลองเข้าไปเลือกอ่านดูนะค่ะ
    http://gotoknow.org/blog/remotesensing/toc

  • #13 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 กุมภาพันธ 2009 เวลา 12:38 (เช้า)

    อยากชิมเหมือนกันแหละ  หุหุ

  • #14 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 กุมภาพันธ 2009 เวลา 6:29 (เช้า)

    เรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่น่าจะนำเสนอในงานระพีเสวนาเดือนพฤษภาคม

    ในมิติที่ว่า..

    • การคิดดี ทำดี จะเริ่มได้ยังไง โดยไม่มากดทับงานประจำของเรา
    • คิดแล้วทำ จะช่วยเปิดวามคิดให้กว้าง ไกล เป็นอะไรๆออกไปอย่างน่าพิศวง
    • ตั้งต้นที่ข้าว+ใจ = x ประทับใจ++++x~~ไปเรื่อยๆ
    • การที่เราสามารถแจกจ่ายความประทับใจให้ใครๆ เริ่มที่ 1,000 คน ไม่น้อยเลยละ
    • ความประทับใจที่อร่อย เท่ากับผลิตความสุขไปยังผู้ที่ได้ชิมไม่น้อยกว่า 5,000 ชีวิต
    • จุดเริ่มต้น ..น่าสนใจพอๆกับเบื้องหลังการถ่ายทำ ขอให้เก็บรายละเอียดผ่านการบันทึก
    • การทำความดี ให้เป็นความงาม จะงดงามในความรู้สึกของผู้คนทุกระดับ ชาวนา คนที่ช่วยคัดข้าว ฟัดข้าวนั่งเก็บเมล็ดข้าวเสียทิ้ง บรรจุ ชั่งน้ำหนัก ใส่เอกสาร ปิดกล่อง คนซื้อ คนขาย คนรายงาน เห็นแล้วบอกได้เลยว่านี่แหละงานบุญ เกิดผลที่ใจ ไม่ต้องรอชาติไหน ชาตินี้แหละ ถึงเหนื่อยก็ปลื้มๆ ใช่ไหม?
    • จับกระแสความสุขได้จากน้ำเสียงที่โทรมาบอก..ขายข้าวหมดแล้ว เป็นความอิ่มใจของผู้ที่ได้รับความสำเร็จตามที่ตั้งใจ โครงการแจกข้าวแทนดอกกุหลาบ ถ้าคิดให้ดี..ลึกซึ้งนัก ลึกจนลงไปนอนกลิ้งอยู่ในความคิดคำนึง ถ้าผู้ที่เกี่ยวข้องได้อ่านบันทึกของคนขายข้าว ทุกคนจะเกิดความยินดีทั้งๆที่ไม่ได้รับกุหลาบสักดอก มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น ที่สำคัญเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมของเราเข้ากับกาลเวลาประเพณีของสากล
    • นี้คือความเปลี่ยนแปลงที่ลงตัว “คิดได้ไง” ก็เกิดจากจุดเล็กๆที่เต็มไปด้วยความชุ่มเย็นแห่งน้ำใจ ที่เอาดอกกุหลาบทั้งโลกมาแลกก็ไม่ยอม เพราะเป็นการร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสังคมของโครงการนำผลผลิตที่ดีจากท้องทุ่งสู่ครัวคนเมือง ตั้งใจให้เป็นหนึ่งในโครงการรับผิดชอบต่อสังคมของ SCG
    • ถ้าเราผลิตความภาคภูมิใจให้เกิดขึ้นในหมู่ของชาว SCG ฐานแห่งความดีเพื่อสังคม ที่เกิดในจุดที่เหมาะสม พอดี พอเหมาะ พอควร อะไรที่พอดี อยู่ตรงไหน ไม่ทำไม่รู้หรอกนะ ความดี ความงามมันซ่อนอยู่ หาไม่เป็นก็ยากที่จะพบ ที่ซ้าร้ายเงินซื้อไม่ได้เสียด้วย เงินซื้อข้าวได้ แต่ถ้าซื้อข้าวแบบธรรมดาๆ มันก็ธรรมดา  ถ้าไปซื้อข้าวพิเศษในกล่องสีแดงๆ ความพิเศษจะเริ่มก่อหวอดที่ละนิด ข้าวพิเศษมีพลังแห่งมิตรไมตรีที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ กุศลที่เกิดจากใจที่เป็นสุข
    •  ..อาจจะค้นพบได้หลายวิธี เรื่องนี้เป็นเชิงประจักษ์ที่ลงตัวมาก นับไปหนึ่งสไตล์ของชาว SCG ได้
    • ดีใจด้วย ดีใจหลาย เฮ้อ! นานๆจะมีเรื่องให้ปลาบปลื้มเช่นนี้ ขอให้ยิ้มชื่นไปตลอดปีตลอดชาติ
  • #15 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 กุมภาพันธ 2009 เวลา 6:39 (เช้า)

    เมื่อสมาชิกมากขึ้นๆๆ  ทำให้จำชื่อลานโน้นลานนี่ไม่ไหว ถ้าเปลี่ยนเป็นชื่อลานที่มีเอกลักษณ์หน่อยจะจำง่าย เช่น ลาน SCG <  < ลานแม่ค้าข้าว  << ลานสุชาดา ชื่อตรงกับนางในพุทธประวัติเลยนะนี่  นางเอาข้าวไปถวายพระพุทธเจ้า แล้วลอยถาดอธิฐานในแม่น้ำ..

  • #16 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 กุมภาพันธ 2009 เวลา 6:44 (เช้า)

    ไปตรวจดูข้าวในตลาดดูไบ พบราคาข้าวไทยถูกเบียดไปอยู่อันดับ 3-4
    แสดงว่า แม้แต่ในตลาดโลก เราก็อ่อนด้อยเรื่องการค้าการขาย
    น่าตั้งโจ้ให้เป็นอธิบดี ดูแลการส่งออกสินค้าไทย
    ของดีๆ เอาไปขายเป็นของโหล
    ไทยหนอไทย ..ผสมข้าวอะไรไปขาย ทำลายตัวเองหรือเปล่า..

  • มักง่ายหากำไร แต่ชาวนาไทยตาบอย่างเขียด