ผญาเป็นคติเตือนใจที่บรรพบุรุษอีสานได้ฝากไว้เป็นมรดกตกทอดมายังอนุชนรุ่นหลัง แม้ในเรื่องความรักระหว่างหนุ่มสาวก็มีเช่นกัน แสดงถึงความอ่อนหวานและวัฒนธรรมด้านความรัก ความเข้าใจระหว่างหนุ่มและสาว

      การพูดถึงความจริงใจที่มีต่อกันระหว่างหนุ่มและสาว ที่มาเกี่ยวพาราสีนั่น มีความจริงใจแค่ไหน อย่างไร หรือจะมาโกหก(ผญา มรดกอีสาน: อ.สวิง บุญเจิม) เช่น

 

      ...อย่าสิมาตั๋วข่อย กินแกงบอนให้คันปาก อย่าสิมาฝากลมปากไว้ แต่ใจเจ้าบ่นำ

    

      ... อย่าสิมาลวงล้อ ให้คึดต่อนำหลาย อย่าสิมาตั๋วซาย ให้คีดนำแลงเซ่า หลายเถาะ

     นอกจากนี้ในกรณีที่ชายหนุ่มมีความหล่อไม่พอ รวยไม่พอ หรือยากจนค้นแค้น สาว ๆ อาจจะไม่สนใจ ชายหนุ่มก็จะกล่าวพญาตัดพ้อก้บสาว ๆ ก็มีเช่นกัน เช่น

    ...เห็นว่าข่อยผู้ฮ้าย อย่าฟ่าวหน่ายแหนงซัง หากว่าบุญมันยัง สิฮุงเฮืองเมื่อหน้า

    ... เห็นว่าข่อยผู้ฮ้าย ครองวัตรกะยังงาม  เห็นว่าข่อยฮูปทราม  ฮีตครอง กะยังฮู้

    ... เห็นว่าทุกข์ยากฮ้าย เขินขาดเงินทอง ข่อยกะมีใจเดียว ฮักนางจริงแท้ ดีกว่าเศรษฐีเฒ่า เงินทองเต็ม กะต่า เอาเงินมาหลอกเจ้า กินแล้วกะเหล่าหนี

       ผญาที่แสดงออกถึงความรักแท้และมั่นคง ยอมอดทนรอ เพื่อความสมหวังในคนที่ตนรัก แม้จะเนิ่นนานเพียงใด แต่หัวใจดวงน้อย ๆ ของชายหนุ่มยังรอคอย และหวัง และหวังว่าจะพบกับความสมหวัง ก็มีเช่นกัน  โดยเปรียบกับธรรมชาติของคนชนบท เช่น

     ...คองคอยเจ้าอยู่หัวนาของเก่า นกเขาขันแตดแต้แจนแวนฮ้อง แห่งคึดหลาย

     ...คองดอยเจ้า คือกบเขียดคอยฝน คือคนจนคอยรวย ย่านแต่ตายบ่เห็นซ้ำ

    ...คองคอยเจ้านานหลายจนว่าเบือ  ความเว้าว่าปีนี้ บาดเถิงแล้วว่าปีฮือ

     คนเราเมื่อมีความรักต่อกันแล้ว แม้กายจะห่างไกล แต่หัวใจก็ยังคิดถึงกันอยู่เสมอ แม้จะนานเพียงใดสักวันจะต้องมาพบกันอย่างแน่นอน

     ... ไกลขอให้ไกลแต่หน้าสิไปมาบ่ให้ห่าง ส่วนจิตข่อยกะอยู่ผี่ ใจข่อยกะอยู่นี่ สิไปพุ้นแต่ฮ่างคีง

    ... ไกลขอให้ไกลแต่บ้านฮั้วไฮ่นาสวน ไกลขอให้ไกลแต่มวลหมู่เฮือนกับเล้า ส่วนว่าวาจาเว้าสองคนเฮาอย่าได้ห่าง ต่างคนแม่นสิอยู่ต่างบ้าน ความเว้าอย่าห่างกัน

 

       ความรักไม่มีคำว่าเก่า ใหม่ ล้าสมัย หรือทันสมัย และความรักไม่เคยฆ่าคน มีแต่คนฆ่าความรักและฆ่าคนที่ตนรักเท่านั้น