วันพุธที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เวลา ๑๗.๓๐ น.ได้รับโทรศัพท์จากคุณรานี "ให้ทายว่าใครมาเอ่ย" ในใจก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นพ่อครูบา  แต่ก็ลองทายก่อนปรากฏว่าไม่ใช่  คำตอบต่อไปคือคือคุณหมอเจ๊ "ใช่เลย" ได้ยินเสียงคุณหมอเจ๊ มาตามสายและนัดพบกันเวลา ๑๘.๐๐ น.ที่เก่าเหมือนเดิมครั้งที่นัดพบกับพ่อครูบาสุทธินันท์  ฉันและครูสุขับรถไปถึงร้านอาหารเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อฉันจอดและก้าวลงจากรถ รถครูสุ คุณราณี คุณหมอเจ๊ก็มาถึงพอดี  แล้วก็จัดการกันตามระเบียบของชาวเฮฮาศาสตร์  คุณครูสุและคุณราณีเป็น..งง  ว่า .."รู้จักกันมาตั้งแต่เมื่อไร" 

          สถานีต่อไป..ฉันขับรถไปจอดที่หน้าร้านทำความงามของคุณรานี และขึ้นรถไปคันเดียวกัน ไปที่ร้านซ่าหริ่มเจ้าเก่า  ที่ฉันเคยทานมาตั้งแต่ราคาถ้วยละ ๑ บาท ปัจจุบันไม่อยากจะบอกราคา  ต้องรักษาสมบัติอันล้ำค่าของบ้านเมือง (พิษณุโลก) ใครไปพิษณุโลกไม่ได้ชิมซ่าหริ่มแห่งนี้ เจ้านี้ถือว่ายังไม่ครบสูตร

           ปฏิบัติการตามแผนของใครไม่ทราบ  ถ้าไม่มีแผนงานก็คงไม่เดิน ออกเดินทางไปบ้านคุณหมอจอมป่วน  เป็นอะไรที่น่าเรียนรู้และปรับปรุงกับชีวิตตัวเอง คุณราณี คุณหมอจอมป่วนและคุณหมอเจ๊ ช่วยเหลือให้สมัครสมาชิกลานปัญญา 

          คุณหมอทั้งสองท่านได้คุยถึงการเดินทางของคุณหมอเจ๊  ในการไปสวนป่าพ่อครูบาสุทธินันท์ว่า  จะออกเดินทางไปวันที่ ๖ เวลา ๒๔.๐๐ น. ฉันนั่งใกล้ ๆกับคุณหมอเจ๊ จึงถามคุณหมอเจ๊เบาๆ ว่าวันที่ ๖ ตรงกับวันอะไร  คุณหมอเจ๊ตอบว่าวันศุกร์พร้อมกับชวนฉันเบา ๆ ว่า "ไปไหม" ฉันรีบโอเคโดยไม่ต้องคิดมาก 

         คุณหมอจอมป่วนรีบจัดการเป็นธุระเรื่องตั๋วรถโดยสารให้อีกด้วย  แล้วคืนนั้นฉัน คุณราณีและคุณครูสุก็ลากลับบ้านกันประมาณเกือบเที่ยงคืน  บ้านฉันและบ้านคุณครูสุอยู่ถนนมิตรภาพเช่นเดียวกัน แต่คนละหมู่บ้าน เราตกลงกันว่าจะขับตาม ๆ กันไป  เมื่อถึงสี่แยกอินโดจีน ครูสุเหยียบทันไฟเขียว เพราะมีบาทาปีศาจมั้งคะ  แต่ฉันไม่ทันต้องจอดรอนับ ๑ - ๑๓๐ และน่ากลัวก็คือบริเวณที่เรียกกันว่าสี่แยกไฟแดงอันตราย มีการจี้ปล้นกันบ่อย ๆ ฉันต้องขับรถคร่อมเลนเข้าไว้และตัดสินใจฝ่าไฟแดงเสมอ

         วันรุ่งขึ้นมีนัดทานข้าวกันที่บ้านคุณหมอจอมป่วนอีก  ฉันรับนัดแล้ว  แต่มีธุระต้องสะสางงานที่ฉันทำผิดพลาด  และเป็นงานเร่งด่วนรอไม่ได้ ก็ทำให้ต้องเสียนัดไป