“หนูดาวเป็นลูกสาวกก
จบชั้นม.6 โรงเรียนบ้านหนองใหญ่
คุณแม่ขายไร่ขายนา ส่งดาวเข้ามาเรียนมหาลัย
มาเรียนอยู่ในกรุงเทพ ยูนิเวอร์ซิตี้ที่ทันสมัย
ดาวสวยดาวเริ่ดดาวเด่น คนมันสวยทำอะไรก็เด่น
ก็เลยถูกพรีเซ้นต์ให้เป็นดาวมหาลัย
เพื่อนๆที่คณะ ปลื้มดาวสุดๆเลยนะฮะ

ซัมเมอร์แม่เรียกตัวกลับมา
ช่วยทำไร่ทำนาอยู่ที่บ้านหนองใหญ่
ไปอยู่บ้านป่ากับดงดาวบอกตรงๆว่ามันไม่ใช่
บ้านนอกขาดการพัฒนามีแต่ทุ่งนาและหมูหมากาไก่
ชาวบ้านก็ด้อยการศึกษากินแต่ปลาร้าที่ไม่พาสเจอร์ไรซ์
กินกบกินอึ่งกินแย้ แมงจินูน แมงจิโป่ม ดักแด้
กินแม้แต่กุดจี่ที่อยู่ในกองขี้ควาย
ฮื้อ กินเข้าไปได้ไงอะ แวะ
…”

 

 

เพลง “ดาวมหาลัย” ของ สาวมาด เมกะแดนซ์ ลีลาแร็พคล้ายเพลงหมีแพนด้า นี้ขึ้นอันดับ Top ของสถานีวิทยุลูกทุ่ง เรียกได้ว่าดังทั้งตลาดบนและตลาดล่าง ส่วนอีกเพลงที่แนวเดียวกันนี้ “มันต้องถอน” ของปอยฝ้าย มาลัยพร ก็ดังเบียดเสียดสูสีกัน

ผมมานั่งคิดว่าปรากฏการณ์ของเพลงก็บอกบรรยากาศและความรู้สึกของบ้านเมืองเราได้ ...

บอกยังไงนะหรือ...??

ผมมองว่า ห้วงที่ผ่านเมืองไทยเราตึงเครียดกันมาก กับสถานการณ์ความขัดแย้งของประเทศ ที่แม้แต่ขึ้นแท้กซี่เราต้องสงบปากสงบคำ มิฉะนั้นจะถูกพี่แท้กซี่เชิญลงกลางทาง J

เมื่อเครียด ...เราก็หาทางออก การเมืองถึงคราปลดล็อค ได้ ระดับหนึ่งพี่โอบามาร์ค มาเป็นนายกรัฐมนตรี ทุกอย่างดูเหมือนจะดูดีขึ้น (เพราะนายกดูดี)   สถานการณ์ความตึงเครียดดูเหมือนคลี่คลายลง ...ห้วงนี้บทเพลงที่ฟังกันก็คงเป็นเพลงสนุกๆ ไม่คิดให้ซับซ้อน ขำๆ ออกแนวเสียดสีสังคมเล็กๆ เจ็บๆคันๆ  เพลง “ดาวมหาลัย” จึงพุ่งขึ้นสู่ท้อปชาร์ตแบบไม่รีรอ

ฟังครั้งแรกก็ขำแล้ว...ฟังอีกครั้งยิ่งสนุก แอบไปดู MV ก็ได้รสชาติมากขึ้น

เพลงดาวมหาลัย ออกแนวตลกขบขัน คล้ายกับบเพลงโจ๊ะอีสานที่ได้รับความนิยมมาเสมอๆ และจุดเด่นของเพลงที่ ครูสัญญาลักษณ์ ดอนศรี เป็นผู้แต่ง คือ ออกแนวเสียดสีสังคมลึกๆ  ในเนื้อหาเพลงปนความขำ ขำ เป็นภาพสะท้อนของความล้มเหลวของระบบการศึกษาของเมืองไทย การถูกสังคมสมัยใหม่ดึงคนชนบทเข้ามาถลำลึกแบบถอนรากถอนโคน เป็นเสมือนบทวิจารณ์สังคมอีกชิ้น ที่อ่านแล้ว หัวเราะได้แบบแค่นๆ ขม และ ขื่น พอกัน

4444888

อ้างอิงภาพจาก http://www.daradaily.com/news/11878/ดาวมหาลัย%20%22สาวมาด%20เมกะแดนซ์%22%20โดนใจแฟนหมอลำยันเด็กมหาลัย/

มารู้จักสาวมาด เมกะแดนซ์ กันครับ ว่าเธอมีเรื่องราวความมาอย่างไร ?

สาวมาด เมกะแดนซ์ คนนี้มีชื่อจริงว่า "สุรดา ชมวงค์" เป็นสาวเมืองหนองบัวลําภู ชื่อ "สาวมาด" หมายถึง นักร้องที่มาดมั่นในการร้องเพลง ส่วน "เมกะแดนซ์" เป็นสไตล์เพลงสนุกสนานนั่นเอง



"ชีวิตวัยเด็กหนู พ่อแม่ทำไร่ทำนา แต่ไม่มีนาของตัวเอง อาศัยเช่านาจากคนอื่น ปีไหนที่ไม่มีเงินก็ไปรับจ้างทำนาแทน หนูมีพี่น้อง 5 คน หนูเป็นคนที่ 5 ชีวิตตอนเด็กลำบากสุดๆ พ่อต้องพาไปขอข้าววัดกินจนถึงม.3 ชุดนักเรียนมีชุดเดียวต้องไปขอจากญาติพี่น้องมาใส่ และเลาะชื่อเปลี่ยนเป็นชื่อตัวเอง เวลากลับจากโรงเรียนก็จับเสียมจับพลั่วลงทุ่งนาไปหากับข้าวมากิน ตอนนั้นไม่รู้จักความสบายว่าเป็นยังไง เลยไม่รู้สึกว่าลำบาก"

"ตอนเด็กยังไม่มีความฝัน คิดแค่ว่าอยู่ไปวันๆ กับพ่อแม่ เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ยังถือว่าโชคดีที่ได้เรียนหนังสือ หนูชอบเรียนอยู่แล้ว แม่อยากให้หนูเป็นหมอเพราะเวลาแม่ไม่สบายจะได้มาดูแล สุดท้ายไม่ได้เป็นหมอรักษาโรคแต่ได้เป็นหมอลำแทน(หัวเราะ) แต่แม่มาเสียตอนหนูอยู่ม.2 ด้วยโรคมะเร็งที่ลำคอ ก่อนหน้านี้ปีนึงพี่ชายเป็นโรคไหลตาย ถัดจากแม่เสียมาปีนึงพ่อก็มาเสียอีกด้วยโรคไตวาย ผีซ้ำด้ำพลอยมาตั้งแต่เล็กๆ ตอนนั้นคิดอยู่ว่าหนูไม่มีใครแล้ว"

ประวัติของคุณสุดา ชมวงค์ หรือสาวมาดเมกะแดนซ์ มีแง่มุมที่น่าสนใจมาก ในบทบาทของคนสู้ชีวิต  อ่านเพิ่มเติมที่  http://www.esanclick.com/newses_art.php?No=09166

ปลายปี 2007 เธอโด่งดังจากเพลง สาวลาดพร้าว เพลงสนุกๆ พูดถึงคนบ้านนอกที่มาอยู่กรุงเทพฯ จากจนๆ ก็อยากอัพเกรดตัวเองมาเป็นสาวลาดพร้าว ที่ได้รับกระแสตอบรับเร็วมาก



จนมาถึงอัลบั้มชุดใหม่ "ดาวมหาลัย" ก็ทําให้ "สาวมาด เมกะแดนซ์" เป็นที่กล่าวขวัญ ถึงทั่วบ้านทั่วเมืองอยู่ในขณะนี้

 


MV  อ้างอิงจาก : http://www.youtube.com/watch?v=tWoRWW8fqho&eurl=http://www.oknation.net/blog/nity/2009/01/27/entry-2&feature=player_embedded

เรื่องราวที่นำเสนอบางส่วนจาก :  http://www.esanclick.com/newses_art.php?No=09166