ดิฉันได้มีโอกาส ไปเที่ยวชม
งานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2552 30 ม.ค.- 7 กุมภาพันธ์ 2552
จัดโดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ วิทยาเขต บางเขน กทม.
ปีนี้ ดิฉันมีความสนใจเป็นพิเศษ ที่จะเข้าไปชมงานนี้
เนื่องจากตั้งแต่กลางปี 2551
เริ่มปรากฏเหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
โดยที่เศรษฐกิจไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปี 2552 เป็นปีที่วิกฤตเศรษฐกิจลุกลามกว้างขวางที่สุดครั้งหนึ่งของโลก
และวิกฤตครั้งนี้อาจกินเวลานานประมาณ 4-5 ปี
ตามข่าว ประเทศต่างๆจะ
มีดัชนีผลผลิตทางอุตสาหกรรมลดต่ำลงอย่างหนักและส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงประมาณร้อยละ
7-10 โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงคือ
ประเทศที่พึ่งการผลิตทางอุตสาหกรรมและมีการก่อหนี้มาก
ในการประชุม the World Economic Forum's annual
meeting
"Shaping the Post-Crisis
World"หรือ ดับเบิ้ลยูอีเอฟ ครั้งที่ 39 Davos-Klosters, Switzerland,
ระหว่างวันที่ 28 ม.ค.1 ก.พ.2552-
นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย
คุณอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ ได้ไปปราศรัยภายใต้หัวข้อ
"Rebooting the World Economy" และเรื่อง "
Fresh Solutions for Food
Security"
โดยเน้นย้ำว่า ไทยยังเป็นศูนย์กลางของอาหารแห่งโลก
ในยามที่เศรษฐกิจด้านการเงินป่วยหนัก...เพราะอย่างไรเสีย คนก็ต้องกิน
และยังไงๆ เรื่องของปากท้องก็จะต้องมาก่อนเรื่องอื่นๆ นายกฯ
ของไทย เสนอตัวเองเป็นผู้ประสานด้าน
"ความมั่นคงทางอาหาร"
โดยเฉพาะผลผลิตทางด้านการเกษตรที่จะประคับประคองให้โลกมีความพอดีทางด้านอาหารการกิน
ขณะที่ต้องต่อสู้กับภัยทางด้านเศรษฐกิจ
ดังนั้น ประเทศเกษตรกรรมอย่างเรา แม้จะไม่ร่ำรวย
แต่ก็คงพอเอาตัวรอดได้ อย่างน้อย เราก็ปลูกข้าวกินเอง
และขายคนอื่นด้วย ที่โชคดีไปกว่าประเทศเรา น่าจะเป็น
อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ซึ่งขยายตัวช้าในอดีตที่ผ่านมาคล้ายคลึงกับไทย
อาจเป็นประเทศในภูมิภาคนี้ที่ได้รับผลกระทบหนักน้อยที่สุด

งานนี้ เป็นงานใหญ่ ที่จัดเป็น 11โซนด้วยกัน เดินไป ชมงานไป ไม่ร้อนเลย เริ่มตั้งแต่ส่วนที่ 1 เป็นผลิตภัณฑ์ของทางมหาวิทยาลัยฯ ส่วนที่ 2คือ ต้นไม้ ไล่ไปเรื่อยๆ เป็น สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี่ สินค้าอุปโภค บริโภค ศูนย์อาหาร ตลาดนัดหนังสือ เป็นต้น ดิฉันได้อุดหนุนสินค้าต่างๆ เป็นระยะๆ
แต่ที่สนใจมากที่สุดคือ
นิทรรศการงานวิจัย ชื่อว่า "บนเส้นทางงานวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ปี 2552"ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ
ดิฉันไปชม ตรงบูธ ที่แจ้งว่า นักวิจัยและผลงานวิจัย
ที่ได้รับรางวัล ปี 2550-2551 สนใจ และใช้เวลาอยู่กับเรื่อง ข้าว
นานหน่อย
ข้าว เป็นอาหาร ที่ใช้เมล็ดพันธู์ตามธรรมชาติ
มาบริโภคได้โดยตรง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากข้าว จึงมีภาพลักษณ์ว่า
เป็นอาหารธรรมชาติ มีงานวิจัยเรื่อง
ข้าว เช่น ผลงานวิจัย
ที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพของข้าวกับความก้าวหน้าทางจีโนมิกส์
มาใช้ในการค้นหาตำแหน่งและหน้าที่ของยีนส์
ที่สำคัญทางเศรษฐกิจเพื่อใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวคุณภาพและผลผลิตที่ดีขึ้น
รวมทั้งเรื่อง ข้าวกล้องงอก ที่เพิ่ม
GABAและกระทงทองกรอบนนทรี เป็นต้น

หลังจากชมนิทรรศการเรื่อง ข้าว
นี้แล้ว ดิฉันรู้สึกดีใจ
ที่ประเทศเรายังมุ่งมั่นที่จะทำงานวิจัยเรื่อง ข้าว
อย่างต่อเนื่องทุกขั้นตอน ไม่ว่า
จะเป็นเรื่องพันธุ์ การผลิต การแปรรูป การตลาด
ตลอดจนเรื่องวัฒนธรรมและสังคม ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการ ที่เรา
จะเป็นศูนย์กลางอาหารของโลกต่อไป
คนไทย มีความผูกพันกับข้าว มานานกว่า 5,500 ปี
โดยพิจารณาจากหลักฐานการค้นพบรอยพิมพ์ของเปลือกข้าวที่โนนนกทา
อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น อีกทั้งยังรับประทานข้าวเป็นอาหารหลักมานาน
จนใช้คำว่า "กินข้าว" แทน "กินอาหาร"
และอาหารที่รับประทานกับข้าว ก็มักเรียกว่า "กับข้าว" นอกจากนี้
ข้าวยังใช้เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ในพิธีกรรมต่างๆ
คนไทยนิยมอวยพรด้วยการโปรยข้าวตอกดอกไม้เพื่อความเป็นสิริมงคล
ในงานบุญประเพณีต่างๆ มากมาย

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ
ข้าวกล้องงอก กาบาไรซ์ เป็นผลงานวิจัยของ
ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมกับประเทศญี่ปุ่น
เมล็ดข้าวมีความนุ่ม หอมและรสชาติหวานกว่าข้าวทั่วไป
สามารถหุงได้โดยไม่ต้องผสมข้าวขาว เก็บไว้ได้นาน 6 เดือน
โดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น จะหุงรับประทานหรือบดให้ละเอียด
ก่อนนำไปต้มดื่ม ก้ได้คุณค่าอาหารครบถ้วนเช่นกัน
ข้าวกล้องงอกกาบา
เป็นการนำข้าวกล้องมาผ่านกระบวนการงอก
ซึ่งผลที่ได้จากกระบวนการนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณ สารกาบา
gamma amino butyric acid
(GABA) ในข้าวกล้อง สารดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มโปรตีน
ที่ช่วยบำรุงเซลล์ประสาท
ทั้งยังทำให้สมองเกิดการผ่อนคลายและนอนหลับสบาย ข้าวกาบา
ที่ได้รับรางวัลจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
เกิดจากข้าวกล้องที่นำมาทำให้งอกก่อนเป็นต้นอ่อน
เพื่อให้เกิดสารกาบาสูงสุด มากกว่าในข้าวกล้องธรรมดาถึง 15 เท่า
ทั้งยังมีใยอาหาร วิตามินอี วิตามินบี1 บี2 บี6 แคลเซียม เหล็ก
แมกนีเซียม กรดอะมิโนสูงขึ้นด้วย
สนใจข้าวกาบา Nutra Gaba Rice
ติดต่อโดยตรงที่ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ บางเขน โทร.0-2579-0572,
0-2942-8629-35 ต่อ 107-8 หรือศูนย์วิจัยการเกษตรข้าว
โทร.0-2561-2182, 0-2561-2082 ราคาถุงละ 80 บาท บรรจุ 450
กรัม
ไปคราวนี้ ซื้อ
น้ำข้าวกล้องงอก มาทดลองดื่มด้วย
นอกจากนี้ ในส่วนงานวิจัยนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องมากที่น่าสนใจ
เช่น KU
WAX นวัตกรรมสารเคลือบผิวผลไม้
ที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ได้รับรางวัลชมเชยมาได้จากเวที
"นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 1"
หรือ The 1st Sci & Tech Innovation and Sustainability Awards
KU WAX
เป็นสารเคลือบผิวผลไม้ที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
และผ่านการรับรองความปลอดภัยในการบริโภค
ช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักจากการคายน้ำได้ดีกว่า และยังช่วยชะลอการสุก
ยืดอายุการเก็บรักษาได้นานยิ่งขึ้น เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่น่าสนใจมากๆ คือ
อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
คิดค้นระบบตรวจจับยานพาหนะโดยใช้ Red Light
Camera กล้องตรวจจับรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร
ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นำมาติดตั้งใช้งานจริงใน 30
ทางแยกที่สำคัญของกรุงเทพฯ และมีปริมาณการจราจรจำนวนมาก

ดิฉันคงไม่สามารถ เขียนสิ่งที่ได้ไปชม ลงในบันทึกนี้ได้หมด
คงจะขอแยกกล่าวถึงเรื่องพลังงาน
และสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ในบันทึกต่อๆไป เพื่อไม่ให้่ยาว
เกินไป


หมายเหตุ:::ข้อมูลที่เกี่ยวกับงานเกษตรแฟร์ ทั้งหมด
ได้รับจากแผ่นพับที่แจก
และการอธิบายของวิทยากรในงาน
พรุ่งนี้มีคนไปเก็บเช็คที่ม.เกษตร ตอนแรกคิดเหมือนกันว่าจะไปเก็บเองเพราะจะได้มีข้ออ้างหนีงานไปเดินเที่ยวค่ะ ^ ^ ไม่รู้ว่า KU WAX ต้นทุนต่างจากปกติมากมั้ยคะ เพราะมีเพื่อนที่มีสวนส้มใหญ่อยู่ภาคเหนือ ถ้าไม่ต่างกันหรือถูกกว่าก็น่าสนใจ อยากแนะนำให้เขาหาข้อมูลดู
สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์
โชคดีไทยเราอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาตินะคะ อย่างน้อยเราก็ยังปลูกข้าวกิน ขายได้เองบ้าง อย่างคุณพี่ว่า ส่วนเรื่องพลังงานทดแทนได้ข่าวเหมือนกันนะคะว่า ที่ทุ่งรังสิตกำลังเร่งปลูกปาล์มเพื่อผลิตไบโอดีเซล ... น่าจะเป็นไปได้ดี ในระยะยาวนะคะ
เรื่องข้าวกล้อง เมื่อวานเห็นในบันทึกพ่อครูบอกว่าดื่มน้ำข้าวกล้องค่ะ เวลาหุงข้าว อย่างคณพี่ว่า ข้าวกล้องแข็ง จึงต้องค่อยๆ ลองโดยผสมกับข้าวหอมไปก่อน ทีละนิดๆ :) แบบก็ยังติดในรสชาติอยู่คะ :)
คุณพี่มีเมนูเด็ดๆ อะไรบ้างไหมคะ ไม่ได้เข้าไปในอนุทินเลยเดี๋ยวนี้ มีความสุข กับบ้านสวน สนุกกับหลาน สงบกับดอกไม้ ใบหญ้า นะคะคุณพี่
2. Little Jazz
ดีเลยค่ะ ถ้าจะไปพอดี ก็ถือโอกาสเดินเที่ยวเลย มีของขายเยอะมาก และก้มีสิ่งใหม่ๆมาแสดงค่อนข้างมาก มีงานวิจัยใหม่ๆ ที่อาคาร จักรพันธ์เพ็ญศิริ
พอดีพี่สนใจเรื่อง ข้าว และเคยอยู่ในวงการเกษตรเก่า ก็เลยอยากจะดูอะไรใหม่ๆค่ะ
เรื่องKU WAX นี่ก็น่าสนใจ เพิ่งจะทราบว่า แวกซ์นี้ ทำมาจากอะไร เห็นผลไม้เคลือบกันแพร่หลายอยู่
เป็นสารละลายที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที วิธีการใช้แค่ฉีดพ่น หรือเคลือบ KU WAX ลงบนผิวผลไม้ โดยสารละลาย 1 ลิตรสามารถใช้ได้กับผลไม้ 1,000 กิโลกรัม ทางผู้พัฒนาตั้งราคาขายไว้ที่ 150 บาทต่อลิตร ขณะที่สารเคลือบผลไม้สดทางการค้ามีราคาขาย 120 - 250 บาทต่อลิตร
ผลไม้ที่สามารถเคลือบเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาได้แก่ ส้ม ส้มโอ มะนาว มังคุด และมะม่วง
รักให้เป็น..อย่าเป็นเหยื่อของความรัก
รักให้หนัก..อย่าให้รักมาหนักอก..
รักนาน ๆ อย่าให้กาลทำช้ำชก
รักให้ตก..ผลึกรัก..รักให้เป็น..
3. poo สวัสดีค่ะ ไม่แวะมาคุยกันเลยพักนี้ ดีใจที่แวะมาเยี่ยมค่ะ
พี่ไปงานเกษตรฯ เห็นคนนำสตรอเบอรี่ มาขายมาก หลายเจ้า เพราะช่วงนี้ เป็นฤดูกาล ที่ออกมากพอดี
เป็นผลไม้ที่สามารถรับประทานผลสด และนำมาแปรรูปเป็นอาหารประเภทต่างๆ ได้หลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น อบแห้ง แช่อิ่ม ทำคุกกี้ ขนมเค้ก พาย ไอศกรีม โยเกิร์ต น้ำผลไม้ ไวน์ เป็นต้น แต่ชอบกินสดๆมากกว่า
ทีนี้ ซื้อมามากไปนิด ดูว่า มีบางผลออกงอมๆ เลยเอามาปั่นทำน้ำผลไม้ ก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ
strawberry เป็นผลไม้ขนาดเล็ก ที่มีคนเอาไปปลูกกันทั่วโลก มากที่สุด ปลูกในบ้าน หรือ ปลูก ในสวน ให้เป็นเรื่องเป็นราวก็ได้
ที่อเมริกา รัฐที่มีการปลูกแบบ เป็นการค้ามากที่สุดคือ Oregon, California, Tennessee, Michigan, Louisiana, Washington, Arkansas, Kentucky และ New York
5. เกษตร(อยู่)จังหวัด
ดีใจที่ชาวเกษตรตัวจริงแวะมาค่ะ
เรื่องข้าวนี่ เป็นจุดแข็งของเรา เป็นที่ต้องการทั้งในและต่างประเทศมาก ข้าวมีคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะเป็นอาหารหลักนะคะ ไม่มีโปรตีนกลูเตน ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ แต่มีใยอาหาร และสารแอนตี้อ็อกซิเดนท์ เช่น oryzanol/ ferulic acid/ phytic acid/ gamma amino butyric acid (GABA) เป็นต้นค่ะ
ตัวเอง กินข้าวกล้องมาตลอด ไม่ชอบข้าวสารขาว เพราะแม้จะนุ่มกว่า ข้าวกล้อง แต่คุณประโยชน์ดีกว่ามากๆนะคะ
สวัสดีค่ะ
ตามเข้ามาอ่านค่ะ งานเกษตรไปมาเหมือนกันค่ะ มีของขายเยอะมาก และมีของที่น่าสนใจด้วยค่ะ ไปดูงานต้องเลือกวันที่สบายๆ ไม่ต้องรีบร้อนเดินดูไปเรื่อยๆ เพราะงานจัดไว้เยอะมาก ไปมาแล้วยังเดินดูไม่ทั่วเลยค่ะ คงต้องหาเวลาไปอีกสักวันค่ะ
ปกติชอบกินข้าวกล้องงอกของร้าน....เห็นครั้งแรกที่ร้านนี้น่ะค่ะ
เพิ่งทราบจากบันทึกนี้โดยละเอียด
ที่บ้านน้องทานข้าวกล้อง,ข้าวมันปูได้ทุกคนค่ะ น้องเองชอบด้วยค่ะ เคี้ยวช้า ๆ ให้ได้เวลาพิจารณารสชาติ(แหะ ๆ น้องเคยเปิดพจนานุกรมแล้วว่า รสชาติ เขียนแบบนี้ค่ะ) หนึบ ๆ อร่อยและมีความสุขกับการเคี้ยว
น้องเคยอ่านในข่าวทางการแพทย์ นานแล้วค่ะ ว่าคนไทยและคนทางเอเชีย "ติด" น้ำตาล,การเคี้ยวและรสชาติ ของข้าว-นี่เป็นงานวิจัยของชาวต่างประเทศค่ะ
ฝรั่งหลายคนที่มาอยู่ที่นี่(นฐ) ก็ยอมรับว่าติด"ข้าว" เหมือน ๆ เราเลยค่ะ ;P
ขอบคุณบันทึกดี ๆ นี้ค่ะพี่ศศิ
และขอขอบคุณ แจกันดอกราชาวดี ย้อนหลังด้วยค่ะ
เชื่อมั้ยคะว่า น้องฟื้นตัว เดินเข้าห้องน้ำเอง ลำไส้กลับมาทำงานได้เร็วมาก ประมาณว่า สาม-สี่ชั่วโมงหลังผ่าตัด
มีเทคนิค ว่าจะค่อย ๆ เล่าค่ะ
9. ภูสุภา
สวัสดีค่ะคุณหมอ
ไปอ่านบันทึกคุณหมออย่างทึ่ง ในความใจเย็น และเทคนิคในการดูแลตัวเองไม่ให้เครียด ยามถึงเวลา ต้องไปนอนโรงพยาบาลนะคะ แถมยังบอกว่า ฟื้นตัว เดินเข้าห้องน้ำเอง ลำไส้กลับมาทำงานได้เร็วมาก ประมาณว่า สาม-สี่ชั่วโมงหลังผ่าตัด มีเทคนิคอะไร ต้องเล่าไว้นะคะ เป็นประโยชน์มากค่ะ
เรื่่องการทานข้าวกล้อง,ข้าวมัน ปู บ้านพี่ก็ทานได้ทุกคน และชอบด้วย แต่พี่นิสัยไม่ดี ชอบเคี้ยวเร็วๆ เลยอาจได้รสชาติ ไม่มากเท่าไร เป็นคนใจร้อนค่ะ
ไม่ใช่มีแต่ประเทศเรา ที่ผลิตข้าวกล้องงอก ที่ญี่ปุ่น เขาก็ผลิตมาตั้งแต่ปี 1995 เป็นการค้าด้วย วิธีทำไม่ยุ่งยาก ง่ายๆค่ะ
1.นำข้าวกล้องมาแช่น้ำ 24-72 ช.ม. ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ
2. ข้าวกล้องจะงอก0.5-1 มิลลิเมตร ตอนนี้สำคัญค่ะ เพราะในกระบวนการงอก จะมีการเปลี่ยนแปลงของสารอาหารในเมล็ดข้าว มีการเพิ่มขึ้นของใยอาหาร วิตามินอี บี1 บี 2 บี6 แคลเซียม เหล้ก และแมกนีเซียม กรดอมิโน ชนิดต่างๆ และมีปริมาณ GABA- gamma amino butyric acid
ผล พลอยได้ ทำให้ข้าวกล้องงอก มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล อ่อนนุ่ม น่ารับประทานมากขึ้น และยังนำมาทำเป็นอาหารว่างได้อีกหลายชนิด เช่น ซุป เครื่องดื่ม snack เป็นต้นค่ะ
ข้อมูลจาก Food Journal ปีที่ 37 ฉบับ ที่ 4 ต.ค.-ธ.ค. 2550
8. คุณกฤษณา
เห็นบันทึกไวดีนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
ที่ นิทรรศการงานวิจัย ชื่อว่า "บนเส้นทางงานวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 2552"ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มีงานวิจัยมาแสดงแยะนะคะ แม้กระทั่งเรื่องจราจร ยังมีมาแสดงเลยค่ะ

อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คิดค้นระบบตรวจจับยานพาหนะโดยใช้ Red Light Camera กล้องตรวจจับรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นำมาติดตั้งใช้งานจริงใน 30 ทางแยกที่สำคัญของกรุงเทพฯ และมีปริมาณการจราจรจำนวนมาก โดยได้จับผู้ฝ่าฝืนในช่วง 1 สัปดาห์ มากว่า 20,000 คันแล้ว
"รศ. ร.อ.พิพัฒน์ สอนวงษ์" อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
หัวหน้าโครงการติดตั้งระบบตรวจจับรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (Red Right Camera) ได้กล่าวถึง การติดตั้งระบบตรวจจับฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร
ที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ว่าจ้างทีมคณะนักวิจัยในวงเงิน 4.5 ล้านบาทว่า
" หลักการทำงานของระบบตรวจจับรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร
ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน คือ กล้องดิจิทัลสำหรับบันทึกภาพถ่าย ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับและคอมพิวเตอร์ประเมินผล เมื่อไฟสัญญาณจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดงตัวเซ็นเซอร์จะเริ่มทำงานหากมีการฝ่าสัญญาณไฟ ระบบจะส่งข้อมูลไปยังกล้องเพื่อทำการบันทึกภาพ
จากนั้นคอมพิวเตอร์จะประมวลผลส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์พร้อมรายละเอียดผ่านระบบสื่อสารโครงการ ADSL (Asynchronous Digital Subscriber Line) ไปยังศูนย์สั่งการและควบคุมจราจร (บก.02) มาขึ้นที่จอมอนิเตอร์ใน บก.02"
ทั้งนี้ โดยเครื่องจะอ่านอัตโนมัติว่าเป็นรถของใครซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจจราจร ได้เชื่อมต่อเครือข่ายกับกรมการขนส่งที่ศูนย์รัตนาธิเบศร์ เพื่อบอกสี ยี่ห้อ ชื่อเจ้าของรถ เมื่อได้รายละเอียดก็จะนำมาพิจารณาพิมพ์ใบสั่งและจัดส่งทางไปรษณีย์พร้อมแนบภาพก่อนกระทำผิด
" ภาพขณะกระทำผิดและภาพเฉพาะทะเบียนรถ โดยในภาพจะปรากฎชื่อ สถานที่ วันเวลากระทำผิดและความเร็วของรถ ซึ่งใช้เวลา 3-5 วัน หากผู้กระทำผิดไม่ไปจ่ายค่าปรับเปรียบเทียบปรับภายในกำหนด 7 วันหลังจากได้รับใบสั่ง ระบบจะส่งข้อมูลต่อไปยังกรมขนส่งทางบกเพื่อระงับการต่ออายุใบขับขี่"
ทั้งนี้จัดว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาการขับขี่โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้งาน และนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยสำหรับโครงการระบบตรวจจับสัญญาณไฟจราจร
ซึ่งได้นำมาใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2551 - 5 มกราคม 2552 เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และสามารถตรวจจับผู้ทำกระผิดใน 30 ทางแยกได้ทั้งหมดกว่า 20,000 คัน
และเป็นการลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งลดภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร รวมทั้งเป็นการสร้างวินัยในการขับขี่รถยนต์ด้วย
ได้ลองชิม ข้าวกล้องงอกกับน้ำข้าวกล้องงอกไหมคะ ได้รับรางวัล งานวิจัย ปี 2550-2551 ที่เรียกกันว่า g- rice ข้าวกล้องงอกเพิ่ม GABA สูง ก็เ ป็นเพราะว่า ข้าวกล้องมี gamma amino butyric acid (GABA) อยู่นั่นเอง
สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์
ขอบคุณข้อมูลที่มีการรวบรวมมาอย่างครบถ้วนและเป็นระบบค่ะ
อ่านบันทึกพี่บันทึกเดียว ได้ความรู้รอบตัวทั้งด้านวิทยาการ วิจัย และศิลปะในการใช้ชีวิต
เรื่องข้าวกล้องงอกน้องได้ทานจากการที่เครือข่าวของครูมนรัตน์สารภาพ ซึ่งท่านเป็นอาจารย์ของม.เกษตร กำแพงแสน นำมาให้ชิม อร่อยหอมและนุ่มมาก แต่ก็หาซื้อได้ค่อนข้างยากค่ะ จึงได้ทานต่อเมื่อพบเห็นที่ไหนและมีผู้อนุเคราะห์นำมาฝาก และเข้าใจว่าราคาของข้าวกล้องงอกจะแพงกว่าข้าวกล้องทั่วไปด้วยนะคะ
ขออนุญาตเก็บข้อมูลไว้ เพื่อนำไปให้เพื่อน ๆ และพี่ ๆ ค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะ
สนใจงานเกษตรอยู่ค่ะ ลองดูใน google เจอบันทึกเกี่ยวกับงานเกษตรที่บางเขน จึงเข้ามาอ่านในบันทึกนี้ มีประโยชน์มาก และได้ความรู้เรื่องต่างๆ ที่เราไม่ทราบมาก่อนค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่นำบันทึกดีๆ มาให้อ่าน
สวัสดีครับ
วิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ภาคการเกษตรของเราได้รับผลกระทบไม่มาก ปีวัวดุปีนี้ต้องรอลุ้นว่าจะเป็นอย่างไร
ผมเคยมีโอกาสนำผลงานจากจังหวัดสุรินทร์ไปร่วมจัดแสดงในงานวันเกษตรแห่งชาติเมื่อหลายปีก่อนนู้น หลายปีแล้วที่ไม่เคยมีโอกาสดูกิจกรรมนี้ที่ มก. แต่ไปดูที่ มข. (ขอนแก่น)ซึ่งใกล้บ้านกว่า
ขอบคุณครับ
ข้าวกล้อง ข้าวกล้องงอก และน้ำข้าวกล้องงอก เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
แต่คนส่วนมากไม่ค่อยชอบกินข้าวกล้องและผลิตภัณฑ์จากข้าวกล้องเนื่องจาก ข้าวกล้องมีเนื้อแข็ง ไม่อ่อนนุ่มเหมือนข้าวขาว
ทำให้รู้สึกว่า กินไม่อร่อย ทั้ง ๆ ที่ประโยชน์และคุณค่าทางอาหารของข้าวกล้องมีมากกว่าข้าวขาวเนื่องจากข้าวขาว คนที่กินข้าวกล้องจึงเป็นคนที่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพจริง ๆ
ได้ ลองซื้อ น้ำข้าวกล้องงอกมาชิม ปรากฏว่า อร่อยดี หวานนิดๆ เค็มปะแล่มๆ
วิธีทำ.....ได้มาจากการนำข้าวกล้องงอกมาแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 3-5 ชั่วโมง สังเกตดูจะเห็นตุ่มเล็ก ๆ งอกออกมาจากบริเวณจมูกข้าว จากนั้นก็นำข้าวกล้องงอกที่มีตุ่มเล็ก ๆ เหล่านี้ไปหุงต้มจนเดือด แล้วให้กรองด้วยผ้าขาวบางหรือกรองด้วยตะแกรงก็ได้ กรองน้ำข้าวกล้องงอกมากินได้ทันที
ทำเองก็ได้ ง่ายจัง ไม่ต้องซื้อ ให้เสียเงิน
สวัสดีค่ะ
สนใจข้าวกล้องงอก ไม่รู้ว่าวิธีการทำข้าวกล้องงอกอย่างไร มาอ่านดูแล้วก็ทำไม่ยาก เป็นวิธีที่ง่ายค่ะ และได้คุณค่าทางอาหารมากมาย มีประโยชน์ต่อร่างกายเยอะ และทำได้หลายอย่างดีค่ะ ชอบบันทึกนี้มากเลยค่ะ ได้ความรู้หลายอย่าง จากที่ไม่เคยสนใจมาก่อน
สวัสดีครับ
คนไทยเราเก่งนะครับ ไม่ทราบมาก่อนว่าคนไทย คิดค้นระบบตรวจจับยานพาหนะโดยใช้ Red Light Camera กล้องตรวจจับรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร อ.มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เก่งๆ จริงครับ และมีกิจกรรมหลายๆ อย่างที่น่าสนใจมาก อะไรบ้างอย่างที่ผมไม่เคยรู้ เมื่ออ่านบันทึกนี้แล้วผม มีความรู้มากขึ้นครับ ขอบคุณครับ
11. คนไม่มีราก
สวัสดีค่ะ ดีใจจังที่เข้ามาอ่าน
พี่ไปงานนี้มา เห็นว่า มีสาระเยอะ น่านำมาเผยแพร่ ก็เลยเขียนเป็นบันทึกค่ะ
ได้รับแจก โบรชัวร์ Rice for the Future จากศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวด้วยค่ะ
ทีมวิจัย จะมีการปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 80 ทนน้ำท่วม แต่ยังคงความอร่อยไว้ นอกจากนี้ก็มี ข้าวหอมชลสิทธิ์ ข้าวหอมนาปรังทนน้ำท่วม ข้าวสินเหล็ก ข้าวหอมต้านเบาหวาน มีธาตุเหล็กสูง ข้าวต้านอนุมูลอิสระ ข้าวหอมนุ่มเหนียว เป็นต้น
ที่ศูนย์ความเป็นเลิศแห่งนวัตกรรมข้าว Exellence center of Rice Innovation จะมีข้อมูลให้ศึกษามาก เรื่อง ข้าวค่ะ
เมื่อกลางปี 2551 เคยมีวิกฤติการณ์ ราคาข้าว ที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อประชากรโลกไม่น้อยเลยค่ะ อันเนื่องมาจากความแปรปรวนของอากาศและน่ำท่วมเป็นเวลายาวนานกว่าที่ผ่านมา จริงๆแล้ว เป็นโอกาศดีของประเทศเรา และเวียดนามนะคะ ที่ขายข้าว ได้ราคาดี แต่ถ้าธรรมชาติ มีความแปรปรวนมากๆ จึงมีแนวโน้มว่า ราคาข้าวอาจสูงขึ้นอีก จนกลายเป็นวิกฤติการณ์อาหารของโลกก็ได้ค่ะ
นอกจากข้าวแล้ว ที่งานนี้ ยังมีการแสดงผลการวิจัยอีกหลายๆเรื่องมาก ที่น่าทึ่งทีเดียว
ส่วนข้าวกล้องงอก ทำเองก็ได้ค่ะ ไม่ยาก ทดลองทำแล้วค่ะ รวมทั้งจะทำน้ำข้าวกล้องงอกด้วยนะคะ
13. คุณพิทักษ์
สวัสดีค่ะ ดิฉันคิดว่า งานที่ขอนแก่นก็คงคล้ายๆกับที่กทม.ค่ะ แต่อาจจะเล็กกว่าดิฉันชอบดูงานพวกนี้ค่ะ อยากดูว่า แต่ละปี มีความก้าวหน้าอย่างไรบ้าง
เรื่องพันธุ์ข้าวนี้ ได้ไปเยี่ยม และอ่านรายละเอียดที่บูธ ก็ดีใจ ว่าได้มีการปรับปรุงพันธุ์ ให้เป็นข้าวพันธุ์พิเศษ ถึง3 กลุ่ม 8 สายพันธุ์ โดยเมล้ดพันธุ์เหล่านี้ ได้รับการรับรองมาตรฐานแล้ว
เป็นผลงานของความร่วมมือระหว่าง กระทรวงวิทยาศาสตร์ -มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์-สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
อย่างเช่น ข้าวในเขตนาชลประทาน คือ
1.ข้าวพันธุ์แก้วเกษตร 2.ข้าวหอมปิ่นเกษตร 3.ข้าวหอมปิ่นเกษตร 2 เป็นต้นค่ะ
นอกจากนี้ เป็นข้าวโภชนาการสูง อีก 2-3 พันธุ์
นอกจากนี้ ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือเรื่องหญ้าแฝกค่ะ เป็นการใช้หญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ ดินและน้ำ เป็นพืชนำ ในการคืนความสมบรณ์ให้ผืนดิน
ดิฉัน ได้เห็นด้วยตาตนเอง ในเรื่องหญ้าแฝกนี้ เขาปลูกกันทั่วไป ตามไร่ นา ได้ผลมากทีเดียวค่ะ
12. คุณภาวิณี สวัสดีค่ะ
ดิฉันเดินชมที่ภาควิชาพืชสวน ที่งานนี้ มีพวกผักพื้นบ้านมาแสดงหลายบูธเลยค่ะ
ผักพื้นบ้านคือ พรรณพืชที่มนุษย์ในถิ่นต่างๆ บริโภคในรูปของผัก และเป็นส่วนผสมหลักในอาหารแบบต่างๆที่กินกัน บางชนิด ก็ไม่ปลูกกันเป็นการค้า ปลูกกันตามหัวไร่ ปลายนา หรือในสวนครัวหลังบ้าน เหลือ จึงจะนำไปขายที่ตลาด ผักพื้นบ้านไทยมีกว่าร้อยชนิด
ที่เราเห็นกันบ่อยๆ เช่นกะเพรา กระถินไทย กระเทียม ข่า ตำลึง เตยหอม ถั่วงอก ขจร ผักขม ชะอม ผักแต้ว ผักติ้ว ผักบุ้งไทย ผักพาย ผักเสี้ยว มะกอก สะตอ แตง ถั่ว มะระ น้ำเต้า บวบ เป็นต้น
ผักบางชนิด จัดเป็นพืชมีพิษของชาวตะวันตก เช่น มะเขือพวง บอน บุก ผักหนาม แต่ด้วยความฉลาดของคนไทย จึงคิดค้น วิธีปรุงเป็นอาหารให้ มีคุณค่าสูง และรสชาติดีและปลอดภัยค่ะ
ผักที่เรากินกันอยู่ทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นผักเศรษฐกิจเพียงไม่กี่ชนิด ที่ได้รับการผสมพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์แล้วจากต่างประเทศ เช่น หอม กระเทียม กะหล่ำดอก ผักกาดขาว ฟัก ฟักทอง เป็นต้น
บริษัทเกษตรข้ามชาติ มีผลต่อระบบการผลิตของเรานะคะ เพราะเขามีเทคโนโลยีและทุนมากกว่าเราในทุกด้าน มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสม จดลิขสิทธิ์พันธุ์พืช ตลอดจนผลิตสารเคมีมาขาย
ดังนั้น การที่เราหันกลับมาช่วยกันสร้างกระแสนิยมอาหารพื้นบ้าน ที่มีผักพื้นเมืองเป็นส่วนประกอบ ก็จะช่วยอนุรักษ์องค์ความรู้ของแต่ละท้องถิ่น เกี่ยวกับวิธีการปรุงอาหารจากผักพื้นบ้านเหล่านั้น และพัฒนาตำรับใหม่ๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้อีกค่ะ
นอกจากนี้ ยังมีผักบางตัวที่เรียกกันว่า สมุนไพร เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้เผยแพร่สู่สาธารณชนแล้ว และขณะนี้ทางสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ได้ทำการวิจัยถึงศักยภาพของผักพื้นบ้านไทย ที่มีฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระและต้านสารก่อกลายพันธุ์ ซึ่งผลงานวิจัยน่าจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคทั้งประเทศ
15. คุณอรนัสชา สวัสดีค่ะ
เรื่องข้าวกล้องงอก และน้ำข้าวกล้องงอก มีข้อมูลพอเป็นสังเขปอยู่ด้านบนแล้วค่ะ ดิฉันก็ทำน้ำข้าวกล้องงอกดื่มเองด้วยนะคะ
ดิฉันขอเล่าว่า ในงาน มีแสดง สินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยด้วยค่ะ
พอ ดีตอนนี้ 07-02-2552 ก็มีข่าวว่า ทางกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผลักดันสินค้าเกษตรอินทรีย์ส่งออกขายต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศที่มีกำลังซื้อสูง เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แคนาดา สหภาพยุโรป และตะวันออกกลางค่ะ
ปัจจุบัน คนหันมาตื่นตัวดูแลสุขภาพมากขึ้น แม้พืชผักปลอดสารพิษ (ออแกนิค)จะมัราคาสูงกว่าสินค้าเกษตรทั่วไปถึง 10-20% แต่คนก็ยังซื้อค่ะ
ทางกระทรวง พาณิชย์ตั้งเป้าว่า ปีนี้จะเพิ่มมูลค่าการค้าเกษตรอินทรีย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 10-20% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 1,200 ล้านบาท
โดยประเทศที่จะเข้าไปทำ ตลาดอันดับแรก คือ ญี่ปุ่นเพราะกระแสบริโภค พืชผักปลอดสารพิษแรงมาก โดยผลสำรวจพฤติ กรรมการบริโภคชาวญี่ปุ่นระบุว่า 2 ใน 3 ของประชากรพร้อมจะจ่ายเงินมากขึ้น 10-20% เพื่อซื้อสินค้าออแกนิค
ต่อ ไปจะร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ จัดทำฐานข้อมูลสินค้าอินทรีย์ และเว็บไซต์กลางใช้เป็นศูนย์รวมประชาสัมพันธ์สินค้าออแกนิคของไทยเพิ่มความ น่าเชื่อถือให้ผู้บริโภคทั่วโลกรับทราบ
ตอนนี้ ที่ขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้น้อย เพราะผู้บริโภคไม่มีข้อมูลและความน่าเชื่อถือเพียงพอ นายวัลลภ พิชญ์พงศ์ศา นายกสมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย กล่าวว่า การส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยปีนี้ คาดว่าจะขยายได้ 10% เพิ่มขึ้นจากปี 51 ที่มีมูลค่าการส่งออก 1,000 ล้านบาท เพราะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เนื่องจากเกษตรอินทรีย์เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม ต่างกับสินค้าทั่ว ๆ ไป ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มีกำลังซื้อสินค้าอยู่
"แม้ช่วงปลายปีที่ผ่านมาการส่ง ออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยจะชะลอตัวไปบ้าง
แต่ก็เป็นระยะสั้นเนื่องจากคนตกใจกับวิกฤติการเงินที่เกิดขึ้นกับทั่วโลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาเพียง 1-2 เดือนเท่านั้น แต่หลังจากนั้นยอดการนำ เข้าก็กลับมาปกติ
โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารอินทรีย์ที่ยังส่งออกได้ดี เพราะเป็นสินค้าจำเป็นและยังเกี่ยวข้องกระแสสิ่งแวดล้อมด้วย"
ปัญหาสินค้าเกษตรอินทรีย์ขณะนี้ อยู่ที่ปริมาณผลผลิตที่มีปริมาณน้อย แค่ 0.1% ของพื้นที่เพาะปลูกสินค้าเกษตรทั้งหมด
ดัง นั้นรัฐบาลจึงจะ หาทางส่งเสริมให้เกษตรกรไทยหันมาปลูกเกษตรอินทรีย์มากขึ้น เพราะสินค้าไทยมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก ด้วยการให้งบอุดหนุนการปลูกเกษตรอินทรีย์ เหมือนกับที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือเกษตรกร เช่น การแทรกแซงราคาสินค้าเกษตร ซึ่งจะทำให้เกษตรกรไทยสนใจและหันมาให้ความสำคัญกับการปลูกเกษตรอินทรีย์ เพิ่มขึ้น