ตอนที่ ๒
วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ (ต่อ)
๑๑ น. หมอนิพัธ share ว่าทีแรกก็สงสัย พอรู้จัก KM ใหม่ๆ ว่าทำไมต้องคุย เดิม ego self สูง เพราะเป็นหมอผ่าตัด เป็นคำถามอยู่ตลอดเวลาว่าทำไมต้อง dialogue สุนทรียสนทนามันช่วยอะไร......ให้ลองคิดตามไปช้าๆ ว่าความทุกข์ส่วนใหญ่ในชีวิตเราเกิดจากอะไร......ความทุกข์สุขเกิดจากความสัมพันธ์ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งสุขมากทุกข์มาก.....การที่จะสุขจะทุกข์ของคนเราขึ้นกับความสัมพันธ์เป็นหลัก ความสัมพันธ์ส่วนใหญ่ขึ้นกับคำพูด การพูดคุย เราพูดอย่างไรกับคนไข้.....
ถ้าเรารู้จักการพูดคุยในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มีความสุข ที่นี่ปลอดภัย ที่นี่ไว้ใจได้ ที่นี่มีแต่มิตรทั้งสิ้น ......นอกจากจะได้เรื่องราวแล้วเรายังได้ความสุขด้วย dialogue เป็นกระบวนการ มีกติกา ๔ ข้อหลักๆ respecting, suspending, หัวใจคือ deep listening, รองลงไปคือ voicing อธิบายหลักการแต่ละเรื่องว่าเป็นอย่างไร ทำอย่างไรบ้าง
คุณธวัชเข้ามาต่อด้วยโมเดลการจัดการความรู้ SECI Model สุ จิ ปุ ลิ ที่ลงไปในหัวใจคือลิที่เกิดจากการ practice ในกระบวนการพยายามทำให้ง่ายๆ ไว้ มันส์ด้วยยิ่งดี ให้เกิดผลดีต่องานด้วย และมีสุข ฉายภาพการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนชาวนาให้เห็นว่า KM ใช้ได้กับทุกคน มีนักวิชาการเข้าไปทำงานให้เห็นว่าเชื้อที่ชาวนาว่าคืออะไร ทำให้ความรู้ explicit ต่อยอดจากความรู้ของนักเรียนชาวนา KA ของเขาง่ายๆ ใช้วิธีวาดรูป ย่อนามาให้เล็กๆ ในกระถาง
บล็อกเป็นการเขียนประสบการณ์การทำงาน เรื่องเล่าดีๆ ยกตัวอย่างบล็อกและชุมชนของชาวเครือข่ายเบาหวาน เป็นตัวอย่างของ KA (ทำได้หลายรูปแบบ แต่ต้องเข้าถึงง่าย ค้นหาง่าย)
Sharing เวลาพูดถึง บางคนนึกถึง CoP เกิดขึ้นได้อย่างไร ยกตัวอย่าง CFT ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ แยกเป็นกลุ่มใบพัด กลุ่มหม้อน้ำ กลุ่มควบคุมมลพิษ ฯลฯ มีทีมคอยเก็บ story ดีๆ ปัจจุบัน มีอยู่ ๑,๐๐๐ กว่าเรื่อง ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ก็มีหลายฝ่าย share กันผ่าน weblog
Peer Assist ก็เป็นการ share กัน แต่ต้องมีการเตรียมการ ไม่ใช่เวลามาแล้วเป็นฉิ่งฉาบทัวร์
Small group activities เป็นรูปแบบ sharing ของโรงงาน เวลามีอะไรเหมือนขอเวลานอกมาคุยกันหน่อย
เวลาทำ KM ไม่ต้องไปทำอะไรใหญ่ ทำให้เนียนๆ เข้าไว้ design ให้ดีว่าจะให้ใครมาทำอะไร เริ่มจากเล็กๆ แล้วขยายวง อย่ารอให้รู้ทุกเรื่องแล้วค่อยทำ KM ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ทำ
พัก รับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างนั้นเราขอให้ทางโรงแรมจัดห้องใหม่ เพราะพอตั้งวงเก้าอี้สำหรับกลุ่มย่อยแล้ว ดูห้องประชุมคับแคบ จึงเอาเก้าอี้กลุ่มย่อยออกทั้งหมด ขยายวงตัวยู และปูผ้าที่พื้น เอาไว้ให้นั่งและนอน
13.00 น. เริ่มกิจกรรมช่วงบ่ายด้วยรายการ “ผ่อนพัก ตระหนักรู้” นำโดยหมอฝนประมาณ ๓๐ นาที หลังจากนั้นให้อยู่กับตนเอง ทบทวนเรื่องความประทับใจในวัยเด็ก เราแจกกระดาษและดินสอสีให้วาดรูปนั้น ใช้เวลา ๕ นาที
วาดภาพความประทับใจในวัยเด็ก <p style="text-align: center;"> </p> <p style="text-align: center;"> </p><table border="1"><tbody><tr>

</tr></tbody></table> แต่ละคนวาดภาพมีสีสัน น่าดูน่ามอง
วาดภาพเสร็จให้จับคู่ทำกิจกรรม “กระจก” ผลัดกันเล่าผลัดกันฟังเรื่องราวตามภาพที่วาด ดิฉันแอบดูภาพของคุณหมอนกยักษ์ (พญ.ศรัณยา สุคันธไชยวงศ์) วัยเด็กเธอมีความสุขกับการเล่นยางวงที่ร้อยเป็นสาย เธอเล่าพร้อมหัวเราะว่ามีความสุขจริงๆ บางคนมีความสุขกับการขี่จักรยาน ฯลฯ
เราขออาสาสมัคร ๒ คู่มาเล่าประสบการณ์ของ “ผู้เล่า” และ “ผู้ฟัง” ให้ที่ประชุมฟัง มีผู้สารภาพว่ายัง “เล่า” และ “ฟัง” ไม่ได้ดี มีน้องเภสัชกรคนหนึ่งบอกว่าเวลาฟังอะไรถนัดจด รู้สึกอึดอัดที่ให้ฟังอย่างเดียว เวลาเล่าก็มีความกังวลจึงเล่าแบบตะกุกตะกักจนคุณหมอศิริรัตน์ (หมอเจ๊) ที่เป็นคู่ฟังจับความรู้สึกได้
ดิฉันอธิบายกิจกรรมกระจก พร้อมยกตัวอย่างประสบการณ์ที่เคยจัดมาว่าบางคนมัวตื่นเต้นว่าตนจะเล่าอะไรเลยไม่ได้ฟังตอนเพื่อนเล่า (ผู้เข้าประชุมหลายคนพยักหน้าว่าใช่) บางคนตั้งใจฟังดีมากเล่ากลับได้ครบถ้วนจนเจ้าของเรื่องน้ำตาซึม เหมือนได้ทวนเรื่องของตัวเอง.......แนะนำวิธีการเอาไปใช้ แต่บอกว่าการที่จะทำให้คนผ่อนคลายและได้ทบทวนเรื่องราวก่อนที่จะเล่า สามารถไปออกแบบกิจกรรมได้ตามถนัด ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนที่เราทำ
ต่อด้วยการอธิบายเรื่อง “การเล่าเรื่อง” ยกตัวอย่างเรื่องเล่าที่ชัดบ้างไม่ชัดบ้างให้ดูเป็นตัวอย่าง และที่สำคัญเวลาฟังถ้าพบว่าตรงไหนไม่ชัด ไม่รู้ว่าเขาปฏิบัติอย่างไรให้ซักถาม
พัก รับประทานอาหารว่าง ๑๕ นาที แล้วมีกิจกรรมให้เกิดการจับกลุ่มๆ ละ ๘-๑๐ คน จำนวน ๖ กลุ่ม พอได้กลุ่มแล้วทีม “คุณอำนวยสำเร็จรูป” ของเราก็เข้าไปทำหน้าที่ทันที วันนี้เน้นการเล่าเรื่องและการฟัง ไม่มีการจดบันทึก ใช้เวลาประมาณ ๑ ชม.
ล้อมวงเล่าเรื่อง
หมอนิพัธถามผู้เข้าประชุมว่าได้ยินเสียงตัวเองไหมว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวเรา เมื่อไหร่จะจบเสียที....เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่จะรู้....เมื่อใดก็ตามที่ตั้งต้นด้วยความปรารถนาดี กิจกรรมต่างๆ จะไม่จำกัดกรอบอยู่แค่นี้ จะระเบิดต่อไปเรื่อยๆ ที่เรียนรู้มาตั้งแต่เช้าเป็น concept จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่ได้ฝึก
วัลลา ตันตโยทัย
ผมรับหน้าที่เ ป็นผู้ประสานงาน จัดตลาดนัด ภาคอิสาน
ตอนนี้ รอ รายชื่อ ที่อยู่ node ต่างๆ จาก พรพ.
และ templed ต่างๆ จาก อาจารย์ อยู่ครับ
เพื่อจะได้ประสานงาน ด้านเอกสาร ต่อไป