จันทร์นวล เสียงพิณ เสียงแคน เสียงครกมือสอดประสานเสียงหัวเราะ
ก่อนเที่ยงเล็กน้อยเรามาใกล้จะถึงลำห้วย ปู่บอกว่าเราต้องข้ามสะพานไม้ ถ้าข้ามห้วยตามทางเกวียนจะอ้อมและน้ำก็ลึกถึงหัวเข่า ปู่พาเราเดินแยกจากทางเกวียนจนถึงริมห้วย ผมมองเห็นสิ่งที่ปู่เรียกว่าสะพานไม้ มันคือขอนไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง วางพาดจากฝั่งห้วยฟากหนึ่งไปอีกฟากหนึ่ง และมีลำไม้ขนาดแขนทำเป็นราวสำหรับจับเดินกันตกจากขอนไม้ใหญ่ที่พาดนั้น
ชาวบ้านเรียกสะพานไม้แบบนี้ว่า "ขัว" ผมเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก เคยได้ยินแต่เขาพูดกัน พอมาเห็นก็ตื่นเต้นมาก รีบออกเดินไต่ขอนไม้ไป โดยใช้มือข้างหนึ่งจับราวไม้ ปู่บอก อย่ามองลงไปข้างล่าง คงคิดว่าผมกลัวความสูง แต่ผมไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ผมมองลงไป เห็นน้ำใสไหลเอื่อยๆ ห่างจากขอนไม้ไม่มากนัก ผมคิดว่าน้ำคงจะลึกไม่ถึงกับท่วมหัว ถ้าได้อาบก็คงจะดี
"พักก่อนดีกว่า ใกล้เที่ยงแล้ว กินข้าวอาบน้ำ แล้วค่อยเดินต่อ" ปู่บอก เมื่อเราพ้นขอนไม้ไปยืนอยู่อีกฝั่งผมรีบถอดเสื้อผ้านุ่งผ้าขาวม้า เดินลงห้วยทันที เหมือนอย่างที่คิด น้ำลึกแค่อกของผม แต่เย็นมาก พวกเราอาบพักเดียว ก็ต้องขึ้นจากน้ำ เพราะน้ำเย็นนั่นเอง
หลังจากอาบน้ำทานข้าวกลางวันเสร็จ เราก็เดินต่อ ปู่บอกว่าอีกไม่ถึงกิโลเมตรก็จะถึงบ้านสร้างหอม คำว่า "สร้าง" หมายถึงบ่อน้ำ สร้างหอมคงจะหมายถึงน้ำที่อยู่ในบ่อมีกลิ่นหอม แต่ผมมองไปข้างหน้า ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าจะถึงหมู่บ้านเลย เพราะมีแต่ป่า เสียงที่ได้ยินก็เป็นเสียงนกร้องในป่านั่นเอง
พอเราเดินผ่านโค้งข้างหน้า เราก็พบกับบ้านหลายหลังอยู่ห่างเพียงไม่กี่ก้าวเอง มีแต่บ้านไม่มีคน หมาก็ไม่มี เห็นมีแต่ไก่หลายตัวเดินคุ้ยเขี่ยหากิน ปู่บอกว่า เขาคงไปไร่ เด็กๆ ก็คงไปโรงเรียน หมาก็ตามเจ้าของไปไร่
เราเดินผ่านบ้านสร้างหอม เห็นคนแก่เฝ้าบ้านไม่ถึงห้าคน จากบ้านสร้างหอมถึงบ้านคำบากระยะทางเพียง 4 กิโลเมตร ดังนั้น ไม่ถึงบ่ายสามโมงเราก็มาถึงบ้านคำบาก
บ้านคำบากก็คล้ายบ้านสร้างหอม คือ พอพ้นโค้งก็เกือบจะชนบ้านหลังแรก แต่ที่ไม่เหมือนก็ตรงที่บ้านคำบากเมื่อเราเห็นบ้านหลังแรก เราจะมองเห็นภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า และบริเวณถนนมีเด็กๆ วิ่งเล่นกันอยู่หลายคน ซึ่งผมรู้ทีหลังว่า วันนั้นไม่มีครูมาสอนนักเรียน (แม้ว่าจะเป็นวันอังคาร) ปู่พาผมกับพ่อไปที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งปู่รู้จักคุ้นเคย เจ้าของบ้านต้อนรับเราอย่างดี บ้านนี้เป็นบ้านครอบครัวใหญ่ ประกอบด้วยพ่อแม่ ลูกชายสามคนและลูกสาวหนึ่งคน รวมหกคน เมื่อรวมผมเข้าเป็นสมาชิกของบ้านนี้อีก ก็เป็นทั้งหมดเจ็ดคน
เย็นวันนั้น ชาวบ้านทั้งคนแก่ คนหนุ่ม และเด็กๆ หลายคนได้มาดูครูคนใหม่ และนั่งพูดคุยกันจนมืดค่ำจึงทยอยกลับบ้าน หลังจากกินข้าวเย็นพ่อและปู่ก็นอนพักเอาแรงสำหรับเดินกลับในวันรุ่งขึ้น ส่วนผมได้พูดคุยกับลูกชายคนโต เขาชื่อ "เหรียญ" หน้าตาดี ผิวขาวไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป จบเพียงชั้น ป.4 เกิดปีเดียวกันกับผมพอดี เราคุยกันสักพักก็ได้ยินเสียงแคนดังมาจากท้ายบ้าน
"บักเถิง" เหรียญบอกผม "มันเป่าแคนได้คนเดียวในหมู่บ้านนี้..เดี๋ยวมันก็มา" จริงอย่างที่เหรียญพูด ไม่นานเลยเสียงแคนและคนเป่าก็ปรากฏตัวขึ้น เขาหน้าตาคม หล่อเหลา แต่ผิวค่อนข้างดำแบบชาวป่าทั่วไป หลังจากการแนะนำ เถิงได้ชวนเราไปเดินเที่ยวในหมู่บ้าน ผมอยากไปอยู่แล้วจึงไม่ปฏิเสธ
คืนนั้นเดือนหงายคงประมาณสิบสองค่ำ เดือนลอยอยู่ตรงศรีษะพอดี เถิงเป่าแคนและเดินไปด้วย เถิงเป่าได้ไพเราะมาก เรามองเห็นแสงไฟอยู่ไม่ไกล และได้ยินเสียงหนึ่งดัง "ตุ๊บๆ" เป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ เหรียญบอกผมว่า สาวๆ เขาตำข้าว พอเราไปถึงแสงไฟ เห็นหญิงสาวสองคน คนหนึ่งใช้สองมือจับสากยกขึ้นเหนือศรีษะแล้วตำลงบนครกใหญ่ อีกคนใช้มือข้างเดียวล้วงลงไปในครกพลิกข้าว คนตำกับคนพลิกทำเป็นจังหวะประสานสัมพันธ์กัน ผมมองดูด้วยความทึ่ง
"บักบุญคำ..มาแล้ว" เสียงเหรียญพูดขึ้นข้างๆ ผมมองเขาด้วยความสงสัยว่ารู้ได้อย่างไร "ครู..ได้ยินเสียงพิณไหม" ใช่จริงๆ ผมมัวแต่สนใจครกมือไม่ได้ยินเสียงพิณ จนคนดีดพิณมาใกล้พวกเรา เขาเป็นคนตัวเล็กๆ อายุไม่ถึงสิบสามปี และนอกจากเขาแล้วยังมีเพื่อนๆ และเด็กๆ ตามมาอีกห้าคน
กว่าผมจะกลับมานอนก็โน่นสาวๆ ตำข้าวเสร็จเป็นเวลาห้าทุ่มพอดี บ้านป่าเงียบสงัด แต่ผมกลับเห็นจันทร์นวลทั้งๆ ที่หลับตา ได้ยินเสียงพิณ เสียงแคน เสียงครกมือประสานสอดรับกับเสียงหัวเราะ ทั้งๆ ที่รอบตัวเงียบสงัด ผมหลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม
div#subtitle {background:#698B69;}
div#ribbon{background:#9BCD9B;}
div#page-wrapper { background-image: none;}
div#page {background-image: url(http://gotoknow.org/file/siriporn5633/bg7.gif);}
body{ background:#FFEC8B;background-image:url(http://gotoknow.org/file/siriporn5633/view2.gif);}
div#title{font-size:big; color:#FF6A6A; background:#F5DEB3; background-image:url(http://gotoknow.org/file/siriporn5633/view1.gif);background-repeat:repeat;background-position:top; height:100px;}
ให้ copy ตั้งแต่ div.....100px:} ก่อน
แล้วไปที่ เมนูของ theins--- ไปที่ บล็อก----- ตกแต่งหน้าบล็อก ---แก้ไข CSS ที่ตกแต่งมาเอง จะเห็นหน้าต่างว่างๆ ให้ Paste CSS ที่copy ลงไป ----แล้วกดบันทึกcss ด้านล่าง ----ดูผลงาน จะได้ blog ที่เหมาะสมกับตัวท่านแล้วค่ะ ถ้ายังไม่พอใจ จะหาให้ใหม่ค่ะ
ขอบคุณครับ คุณสุวิมล ผม copy ลงแล้ว สวยดีครับ
ขอบคุณคุณดุจดาว ผมอยู่ในเหตุการณ์นั้นครับ ก็กะจะเขียนไปเรื่อยๆ คงจะหลายตอนจบครับ มีล่าสัตว์เหมือนล่องไพรด้วยนะครับ สำหรับคุณครูก็จะมีการสอนแบบเก่าๆ มาเล่าให้ฟังครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอบคุณมาก จะลองเปลี่ยนหน้าบล็อก ดูค่ะ
ความรู้สึก คล้อยตาม และมีความสุขไม่แพ้กัน เฮ่อ! อดีตที่ไม่มีวันจะหวนกลับมาอีก อดีตที่ดีเก็บไว้ในความทรงจำ ที่ไปลืมเลือน
เดี๋ยวนี้บ้านคำบากเป็นเช่นไรนา ถ้ามีโอกาสอยากจะกลับไปเยือนไหม
จะยังมองเห็นสิ่งเก่าๆในอดีตยังเหลือให้ ซาบซึ้งอยู่หรือเปล่า
น้ำเย็น สะพานขอน ช่างเป็นธรรมชาติที่สวยงาม (เคลิ้มแล้ว)
ความรู้สึกถึงจะเหนื่อยในการเดินทาง แต่สิ่งที่ลุ้นระทึก มีตลอด เดี๋ยวเสียงแคน เสียงพิณ เสียงครกมองตำข้าว แต่ในที่สุด
กว่าผมจะกลับมานอนก็โน่นสาวๆตำข้าวเสร็จเป็นเวลาห้าทุ่มพอดี บ้านป่าเงียบสงัด แต่ผมกลับเห็นจันทร์นวลทั้งๆที่หลับตา ได้ยินเสียงพิณ เสียงแคน เสียงครกมือประสานสอดรับกับเสียงหัวเราะ ทั้งๆที่รอบตัวเงียบสงัด ผมหลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม
เห็นมีวิธีตกแต่งบล็อกด้วย จะนำไปฝึก เผื่อได้บล็อกสวย สำหรับท่านตกแต่งแค่นี้พอแล้ว อย่าใส่ลวดลายมากมาย ไปเยี่ยมหลายบล็อกแล้ว คนที่ตกแต่งมากๆ แยกตัวหนังสือ กับลายบล็อก ยิ่งตาลาย ใหญ่เลย บล็อกแบบนั้นเม้นท์สะดุดเพราะต้องมาถ่างตา เพราะลวดลาย ทับตัวหนังสือ
ว้าย! ได้เวลาไปจัดรายการแล้วเพลินเลย 4 โมงเช้า ไปแล้วหนา ไม่ทันแล้ว
ใช้เวลาอ่านบล็อกนี้เป็นชั่วโมงพร้อมเม้นท์ เพลิน เคลิ้ม
คุณสุเคยได้รับความอบอุ่นจากบรรยากาศเช่นนี้ จึงมีความรู้สึกดื่มด่ำ คล้อยตามและมีความสุข หากไม่เคยอาจสัมผัสได้ช้า (ต้องใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา.... เช่น อ่านบล็อกใต้เงาจันทร์ ฮ่าฮ่า)
จากที่ผมไปบุณฑริกเมื่อปี 2532 ยีสิบปีมาแล้ว ผมไปไม่ถึงบ้านคำบากเพราะมีเวลาน้อย แต่ผมเจอเหรียญ เขาเป็นเสี่ยเจ้าของโรงสีและมีรถบัส 2 คัน วิ่งระหว่างบ้านคำบาก-บุณฑริก-เดชอุดม บ้านคำบากไม่เหลือสภาพเดิมเลย ไฟฟ้า น้ำประปา ถนนราดยางเข้าถึง อาคารเรียนเก่าที่ผมใช้สอนเด็กถูกรื้อสร้างอาคารใหม่ใต้ถุนสูงสง่างามไปแล้วครับ
เกษียณนี้ผมตั้งใจจะไปเยี่ยม นำของเล่นไปมอบให้เด็ก ไปนอนป่าสักคืนสองคืน ไม่ทราบว่าไอ้เถิงกับบุญมายังจะเป่าแคนดีดพิณไพเราะเหมือนเดิมหรือไม่ แต่.. ครกมือ..คงมีเพียงเสียงในจินตนาการแล้ว
ขอบคุณที่ชมการตกแต่งบล็อก ต้องยกความดีให้พี่สาวแสนดีข้างบนนี้ครับ
อ้าว... ช้าไม่ทันรายการ 99.90 MHz นะครับ ฮ่าฮ่า
แล้วเจอกันอีกนะครับ.. อัดเสียงออกอากาศมาฟังหน่อยได้ไหมครับ อยากฟังจริงๆ
ต้องใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา.... เช่น อ่านบล็อกใต้เงาจันทร์ ฮ่าฮ่า) ของน้องลีลาวดีคนสวยใช่ไหมคะ
จัดรายการภาษาท้องถิ่น ลาวแต้ๆ
ต้องเอาภาษาไทย มาเรียบเรียงเป็นภาษาอิสานคักๆ
ตลกก็ตลกแบบอีสาน ถ้าดัดจริต สว.ฟังไม่ออก แฟนรายการมีแต่ สว. ชื่อรายการ แรงใจรายวัน
จัดเพื่อให้คนแก่อยู่บ้านเลี้ยงหลานไม่เหงาใจ และคนที่ดำนา กู้มัน หรืออะไรที่คนอีสานเขาลำบากอยู่ในขณะนี้ ให้กำลังใจเขาทักทายเขาออกหน้าไมค์ไปเพลงไตเติ้ลก่อนรายการ เปิดเพลงแรงใจรายวัน ของศิริพรอำไพพงส์(ชอบตรงนี้ จะอดหรืออิ่มเราจะยิ้มให้กัน) ฟังทุกวัน เนื้อร้องตอนอื่นไม่สน สนแต่ข้อความนี้แหละ ถ้าให้ร้องแบบไม่มีตัวช่วย จะร้องได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ตอนนี้จะพยายามจำเนื้อเพลงนี้ อยู่ คือมันสมควรจะจำได้แล้ว ด้วยฟังว่าเป็นของตาย ขณะที่เปิดเพลงนี้อยู่ มันก็เข้าหูซ้ายทะลูหูขวา เพราะช่วงนั้นเราจะเตรียมตัวหลายอย่าง ฟังก็เหมือนไม่ได้ฟัง มีแต่ว่า เพลงจบแล้ว เราจะทักทายผู้ฟัง ด้วยอะไร
ด้วยกลอน ด้วยคติสอนใจ คำพูดให้กำลังใจ นี่แหละทุกอย่าง ต้องใช้สติ บางทีพูดเร็วไป ก็มี ตกกะมะก็มี
เวลาเข้าไปในห้องจัดรายการ เตรียมเสียง เตรียมไมค์ เตรียมเปิดเพลงไตเติ้ล ระบบเสียง แบลกกราวทั้งหลาย ต่อด้วยเทบสปอตที่รับโฆษณา ยังไม่พอเตรียมรับโทรศัพท์คนขอเพลงเข้ามาในรายการ ทักทายพูดตลกโปกฮาไป
เวลารับโทรศัพท์ มือเตรียมกดหาเพลงที่เขาขอเข้ามา ถ้าหายังไม่เจอ ก็คุยร้อยแปดพันเก้า ไปก่อน
ธรรมดาก็มีน้องมาคอยกดเพลงให้ มานั่งเปิดเพลงให้ แต่สุก็ทำเอง รู้ไหม ที่เข้ามาจัดรายการนี่ ตั้งใจเข้ามาเรียนรู้จริงๆหาประสบการณ์เฉยๆ จัดมา 3-4 ปีแล้วนะ สามารถแล้ว กำลังฮอตฮิตติดชาจแล้ว สามารถแล้ว ยังไม่เก่งนะ ยังจะฝึกอีกอยู่ ทำอย่างไร คนจะติด
เวลาเข้าห้องจัดรายกาย ต้องเงียบสงบ เพราะดีเจต้องมีสติอย่างมาก ไม่รู้อะไรจะต้องทำ ต้องพูด มีปฏิภาณ
ไหวพริบ แก้ตัว แก้ต่างไป เอาตัวรอดให้ได้ความรู้หามา ข้อควรระวังหามาข้อควรระเว้นหามาหามาพูดให้เกิดประโยชน์แก่ชาวบ้าน แล้วที่เข้าไปเม้นท์เป็นตุเป็นตะกับทุกบล็อค ใช่อื่นไกล ฝึกสมองคิดเพราะว่าบางครั้ง ความคิดทั้งหลาย เมื่อเราใช้คิดบ่อยๆ มันจะเป็นปฏิภารณ์เวลาเราพูดหน้าไมค์เราไม่ได้เตรียมพร้อมมา เราคิดเราเขียนบ่อย มันเป็นตัวช่วยได้ ทำไม ทำไม ถึงต้องไปตอบเม้นท์เป็นตุเป็นตะก็เพื่อนำมาช่วยตนเองในงานนี้แหละคะ(ความลับแตกอีกแล้ว)
เป็นความสมบูรณ์แบบที่ยากจะบรรยายครับผม
อ้าว..... ครูลีลาวดีสะดุ้งเลย
หม่องนี่ แม่นหม่องอัดเสียง ต่อไปนี่เป็นประกาด ผู๋ได๋ถอนผักเสี่ยน มันผู๋นั่นเป็นผู๋บ่อนทำลายบ้านเมียง จบข่าว....... ฮ่า ฮ่า
ผมไม่เคยจัดรายการ เพียงแค่ไปร่วมออกรายการวิทยุ คุยกับนักจัดรายการออกอากาศ ครั้งแรกตื่นเต้นมาก แต่สนุกจริงๆ เราต้องมีสติตลอดเวลา
ตอนนี้... คิดจะตั้งสถานีวิทยุชุมชน ทำเล่นหลังเกษียณ หากทำสำเร็จขอเชิญคุณสุ ไปร้องเพลง "จะอดหรืออิ่ม เราจะยิ้มด้วยกัน...." ห้ามปฏิเสธนะครับ
ขอบคุณล่วงหน้า ฮ่าฮ่า
สุ จิ ปุ ลิ สร้างปัญญา เป็นของจริงแท้ แน่นอนครับ
ขอชื่นชมคุณสุ เป็นปราชญ์ชาวบ้านอีกคนครับ
สวัสดีครับ เป็นเอก
ยินดีที่รู้จักครับ
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจครับ
ถ้าสนใจ จะตั้งสถานีวิทยุชุมชน บอกมาจะเล่าให้ฟัง แต่ถ้าไม่ทำจริงไม่เล่า มันจะเสียเวลา เขียน และการตั้งสถานีวิทยุ มันมีหลายขั้นตอน กว่าจะได้มาตรฐาน
ตอนนี้ใครเป็นเจ้าของสถานี ก็เป็นเสือนอนกิน สบายตลอดชาติ แต่ต้องพัฒนา เสมอ เดี๋ยวสปอนเซอร์ หายหมด ที่ได้ ประจำ จากสปอนเซอร์ ที่เขานำสปอตร์มาโฆษณาต้นรายการ คนละ 3 วินาที สั้นๆ แต่มีหลายยเจ้า ที่เห็นอยู่มี 20 เจ้า เจ้าละ 2000บาทต่อเดือน
แล้วรายได้จากนักจัดรายการแบบสุนี่แหละ ไปซื้อเวลาเขา วันละ 1 ชั่วโมง เดือนละ 3 พัน วันหนี่งจะมีนักจัดรายการ มาแต่ละชัวโมงกี่คน
แต่ละชั่วโมงนี้ นักจัดรายการ ก็หาสปอนเซอร์ของตนเอง โฆษณาในช่วงตนเอง ถือว่าเป็นรายได้ส่วนบุคคล ใครมีสปอนเซอร์เยอะ ก็มีกำไรเหลือ เป็นค่าแรงที่ตนเองไปจัด
บอกแค่นี้แหละ ไปขยายตัวหนังสือทางขวามือเอาเองนะ เขียนตัวเล็ก มันนอกประเด็น ไม่อยากเด่นมากนัก แค่นี้ก็มีคนแซวแล้ว
คุณสุ เก่งจริงๆ รู้เรื่องวิทยุชุมชนดีด้วย
ผมเพียงล้อเล่น
อย่าโกรธนะครับ
ไม่คิดจะตั้งหรอก
ขอบคุณที่จะช่วย หากเอาจริง
ขอบคุณล่วงหน้า.....เอ๊ะ รึจะเอาจริง ฮ่า ฮ่า