สมุนไพร บำรุงกำลัง

              ว่านนางครวญ  สืบเนื่องจากเมื่อครั้งไปเที่ยวสตูล ตามบันทึก เที่ยวเชิงอนุรักษ์ มะนัง สตูล1 และได้รู้จักว่านนางครวญ จากการบอกของคุณธันวุฒิ ปานหวาน  เจ้าหน้าที่เกษตรที่อำเภอมะนัง  จริงๆแล้วต้นพืชนิดนี้เจอบ่อยมากและจำได้ติดตา แต่ไม่รู้จักเท่านั้นเอง  เพราะที่ว่าจำได้ติดตาเผมเห็นมันขึ้นอยู่ตามควน(สวน)ผมที่อำเภอธารโต ผมไปตัดหญ้าครั้งใดเจอทุกทีและผมก็ตัดเสียจนเตียน.........เมื่อรู้เช่นนั้นแล้วผมจึงหาข้อมูล ปรากฏว่าต้นที่พบที่มะนังกับตันที่ควนเป็นชนิดเดียวกัน เขาเรียกว่า "ว่านนางครวญ" ซึ่งผมเองจะเติมคำว่าเสน่ห์ไปข้างหน้าทุกทีเพื่อให้น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น  พืชชนิดนี้เป็นว่านครับ พอพูดว่าว่าน รู้ทันทีว่าต้องเข้า  ยา แต่ก่อนที่จะพูดถึงสรรพคุณมารู้จักกับพืชชนิดนี้กันก่อน

          ชื่อถิ่น  ว่านนางครวญ  เป็นชื่อที่คนใต้เรียกกัน  ว่านค้างคาวดำ คนแถวภาคกลางเรียก คนเชียงใหม่เรียกว่าเนียมฤาษี คนทางเหนือ เรียกดีงูหว้า คนยะลาเรียกว่าน พังพอน แต่ชื่อจริงจริงๆเรียก เนระพูสีไทย ว่านชนิดนี้ชอบขึ้นในที่ชื้น ดินระบายน้ำได้ดีมีแสงแดดรำไร โดยปกติพบในป่าดงดิบชื้น มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 500-1.000เมตร  แต่แถวริมคลอง เชิงเขา ที่มีความชื้นเพียงพอก็พบมากครับ

               ใบ คล้ายรูปหอกแกมรูปไข่ แผ่นใบมีสีเขียวเข้ม เป็นมัน กว้างประมาณ 10 ซม ยาว ประมาณ 40 ซม. ก้านใบสีเขียวชูขึ้น ดอก  ออกดอกปลายฝน ช่อดอกเป็นช่อแบบกระจุกกลีบดอก 2 กลีบ ออกดอกแน่น แต่ผมยังไม่เคยเห็นของจริงเสียที ดอกเขาบอกว่าคล้ายค้างคาวกำลังกางปีกบิน(จึงเรียกว่านค้างคาวดำ) การขยายพันธุ์ วิธีที่ง่ายคือแยกหน่อ และเพาะเมล็ด แต่เพาะเมล็ดจะโตช้ามากๆๆ

                   สรรพคุณ  ใช้ส่วนของเหง้าต้มหรือดองเหล้าดื่มแก้โรคความดันเลือดต่ำ บำรุงกำลังทางเพศ บำรุงกำลังสตรีระหว่างตั้งครรภ์ ต้มอาบแก้เม็ดผื่นคันตามร่างกาย หรือหั่นเป็นชิ้นบางๆตากแห้งต้มดื่มเป็นน้ำขา ตามความเขื่อ บางคนว่าเป็นว่านทางเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี บางคนเชื่อว่าถ้านำหัว(เหง้า)มาดองเหล้ากินก่อนนอนจะช่วยเพิ่มพลังทางเพศ จึงมีชื่อเรียก"ว่านนางครวญ"  เขาว่ามา ผมก็ว่าต่อ ใครไม่เชื่อก็ต้องลองแล...ฮิๆๆ ขอบคุณมาก  สวัสดีครับ