ช่วงนี้อากาศดีมาก เย็นสบาย อาจถึงขั้นหนาวไปหน่อย นกที่บ้านหลากชนิดขับขานเสียงลากยาวหวานเจื้อยแจ้ว กระรอกสีนวลๆหลายตัวก็ไต่ไปมาตามต้นไม้จากต้นโน้นไปต้นนี้ มีตัวหนึ่งคงเห็นปลอดคนมานอนหลับตาพริ้มรับแดดอุ่นบนหลังคาศาลา เห็นแล้วรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย

 

 

ได้อ่านหนังสือดีๆไปหลายเล่ม ทั้งหนังสือบันเทิงและธรรมะ อยากบอกต่อ แบ่งปันความรู้สึกดีๆจากการอ่านหนังสือธรรมะสามเล่มนี้ค่ะ

 

·         เล่มแรกอ่านแล้วรู้สึกเบิกบานทางปัญญาเป็นหนังสือธรรมะที่ได้มาใหม่ยอดเยี่ยมมาก คือ “พระพุทธเจ้าทรงสอนอะไร” แปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยโดย รศ.ชูศักดิ์ ทิพย์เกษรและคณะ เป็นหนังสือที่อธิบายพระพุทธศาสนาแนวใหม่ที่สุดโดยตัวแทนพุทธศาสนาที่ทรงคุณวุฒิและทรงภูมิปัญญาสูงสุดท่านหนึ่งคือ ท่านพระดร.ดับบลิว ราหุล เป็นหนังสือที่ทำให้เข้าใจความหมาย ความเชื่อมโยงของหลักคำสอนต่างๆโดยการวิเคราะห์ แล้วอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย

·         ทีแรกที่เห็นแค่ชื่อ ก็นึกว่าคงเป็นคำอธิบายหลักธรรมของพุทธศาสนาอย่างที่เคยเห็น เคยอ่านทั่วๆไป แต่พอได้เริ่มต้นอ่านแล้วรู้สึกขอบคุณผู้ที่ให้หนังสือเล่มนี้เลยค่ะ

หนังสือธรรมะอีกสองเล่มที่หยิบมาอ่านทบทวนในช่วงนี้ คือ

 

·         “ผู้ดู ผู้เป็น” เป็นคำสอนของหลวงพ่อคำเขียน สุวัณฺโณ (ลูกศิษย์หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) ให้คำอธิบายในสิ่งที่เคยเป็นความสงสัย เช่นการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว ทำไมจึงต้องทำเช่นนั้น(เช่นการสร้างจังหวะมือ การเดินจงกรม การไม่นั่งหลับตา) ครั้งแรกในชีวิตที่ปฏิบัติธรรมผู้เขียนได้ฝึกฝนการสร้างความเพียร เจริญสติในแนวทางนี้ และพบว่าตรงกับจริตของตน จึงพบว่าหนังสือเล่มนี้ได้ให้คำอธิบายในจุดที่อยากรู้จริงๆ

 

 

·         อีกเล่มคือ “ธรรมไหลไปสู่ธรรม” เป็นคำเทศนาของ พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโกซึ่งชี้ให้เห็นความสำคัญที่ต้องรักษาศีล เป็นอุบายที่จะช่วยให้เกิดสติสัมปชัญญะขึ้นภายในใจ ไม่มีอารมณ์ปรุงแต่งไปตามสิ่งที่มากระทบ เกิดความสงบได้ ท่านได้กล่าวถึงการมีหิริ โอตตัปปะอย่างละเอียดไปกว่าที่เราเข้าใจกันเผินๆว่าว่าเป็นความเกรงกลัวและละอายต่อบาป โดยที่เรามักคิดว่าบาปนั้นต้องเป็นเรื่องชั่วร้ายที่เห็นชัด แต่นี่ท่านชี้ลึกลงไปถึงการระมัดระวังแม้อารมณ์ของตนเองซึ่งเรามักมองข้าม หรือเข้าข้างตัวเองว่าถูกเสมอ

หิริ          คือ ความละอายแก่ใจเมื่อเกิดอารมณ์ยินดี ยินร้าย

โอตตัปปะ คือ ความกลัวเกรงในอารมณ์ยินดี ยินร้ายนั้น

เมื่อระลึกได้ การรักษาศีลที่สมบูรณ์ กาย วาจา และจิตของเราก็เข้าสู่ทางสายกลาง

 

 

หนังสือทั้งสามเล่มนี้ผู้เขียนรู้สึกว่าเป็นโชคดีที่ได้มา เพราะ นอกจากเป็นหนังสือที่ไม่ได้วางจำหน่าย(ธรรมะจัดสรรให้ได้มา) ยังเป็นหนังสือที่ให้คำอธิบาย ในสิ่งที่ไม่เคยเข้าใจเช่นนี้มาก่อน หรือให้คำอธิบายในสิ่งที่เคยเป็นความสงสัย และ ในข้อหลักธรรมที่อาจเข้าใจเพียงผิวเผิน ตลอดจนที่มา ที่ไปของคำสอน อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าเบื่อหน่ายแต่กลับรู้สึกสนุกด้วยความเบิกบานที่ได้รู้ ได้เข้าใจวิธีคิดที่สำคัญอีกประการคือเป็นแรงเสริมการปฏิบัติตนในเส้นทางนี้ให้หยั่งราก มั่นคงยิ่งขึ้น

 

 

ขอส่งกุศลและความสุขมาให้ผู้อ่านทุกท่านระหว่างที่ว่างเว้นมาเขียนบล็อกเนื่องจากไปเข้าปฏิบัติธรรม เจริญสติ ขัดเกลากิเลสแห่งตนให้เบาบางเป็นประโยชน์แก่ทั้งตนเองและผู้ที่อยู่แวดล้อมค่ะ