บันทึกของท่านพ่อครูบาฉบับวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๒ แจ้งว่าจะไปเยือนเมืองสองแคว จึงได้เรียนถามท่านพ่อครูบาว่าจะไปวันใด  ทำให้ทราบว่าในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ ๒๑ วันที่มีปัญหาการส่งข้อความไม่ได้

        เมื่อไปถึงโรงเรียนได้เรียนถามอาจารย์ขจิตว่า  เป็นการสมควรไหมที่จะโทรศัพท์ไปหาท่านผู้ใหญ่  และอีกอย่างท่านได้ไปเยี่ยมถึงถิ่นที่เราอยู่  จากนั้นจึงได้โทรศัพท์ไปยังท่านเพื่อการแสดงความยินดีต้อนรับและแนะนำตัว 

       ตอนเย็นกว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดและมีอาการเป็นไข้หวัดอีก  ได้รับเมล์จากคุณพี่คุณหมอเจ๊ส่งข่าวเรื่องท่านพ่อครูบาไปพิษณุโลก ต่อจากนั้นอาจารย์ขจิตได้โทรเข้ามาถามว่าจะไปพบท่านพ่อครูบาไหม  แต่ในความรู้สึกจริงนั้นอยากพบ  กลัวว่าจะเป็นการรบกวน  แล้วท่านพ่อครูบาก็ได้โทรเข้ามา  จึงตัดสินใจแต่งตัวขับรถออกไปหาท่านพ่อที่ร้านอาหารบ้านไม้  เดิมคุณหมอสุธี บอกว่าจะไปรับ  แต่ได้เรียนคุณหมอว่าบ้านอยู่ถนนมิตรภาพ กิโลที่ ๑๔ ไกลมาก 

       แวะไปชวนน้องครูนินและสามีไปด้วยกัน  ได้พบกับท่านพ่อครูบา คุณหมอสุธีและภรรยา คุณราณี และคุณครูสุ ตั้งแต่แรกที่พบกันท่านพ่อครูบามีสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา  ใกล้ถึงเวลาเครื่องลงได้ไปรอรับพระคุณเจ้าหลวงพี่ติ๊กที่สนามบิน  เช้าวันนี้ก่อนปิดเครื่องเห็นบันทึกของพ่อครูบาขึ้น http://gotoknow.org/blog/sutthinun/236619 จึงหยุดอ่านทำให้ทราบรายละเอียด  เมื่อไปถึงโรงเรียนจึงได้โทรศัพท์ไปเรียนถามท่านพ่อว่านอนหลับสบายดีไหม วันนี้มีโปรแกรมอะไร ไปไหน ท่านพ่อตอบว่านอนสบาย  ทานมื้อเช้าที่โรงแรม และแล้วแต่เจ้าภาพจะพาไป  

         เวลาประมาณ ๑๐ นาฬิกา  น้องนักเรียนตัวเล็กมาบอกว่า "มีแขกมาพบที่ห้องผู้อำนวยการ" ขณะนั้นกำลังสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑  เด็ก ๆ โห่ฮา เพราะเข้าใจว่า "ครูคิมโดนเช็คบิลแน่ "  บางคนก็เย้าแหย่ว่า.."ผม/หนูเป็นกำลังใจให้ครับ/ค่ะ..บาย...ๆ  โชคดีนะคุณครู"

          จากการได้สนทนากับท่านพ่อครูบาเพียงเล็กน้อย  ได้รับโจทย์กลับบ้านอย่างอิ่มใจ และในวันนี้ชื่นใจแทนเด็ก ๆ ครูทุกคนและโรงเรียน  ขอขอบพระคุณ..คุณพี่คุณหมอเจ๊และอาจารย์ขจิต ที่ช่วยเหลือให้ได้พบกับท่านพ่อครูบาในครั้งนี้  วันที่ ๒๗ จะไปรอกราบคุณพี่คุณหมอเจ๊งาม ๆ พร้อมด้วยนักเรียน ๓ คนค่ะและคุณครูของครูคิมอีก ๑ ท่านคือ..คุณครูขจิต ฝอยทอง ที่ได้แอบเรียนรู้เทคนิค วิธีการและกลยุทธ์การสอนภาษาอังกฤษจากท่านมาเป็นเวลานานจากเอกสารวิชาการและเว็ปวิชาการดอทคอม

การบ้าน  :  หลังจากที่ได้สนทนากับท่านพ่อครูบา  แล้วได้กลับมาคิดทบทวนว่า..เป็นบุญที่ได้มีโอกาสได้พบกับปราชญ์ทางปัญญา  แล้วเราได้อะไรบ้าง.....ทำคือธรรม..ธรรมอาจไม่ใช่ทำ  ขอคิดแบบนี้ไว้ก่อน

      น้องเจิน  และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ นำเสนอการจัดกิจกรรมจิตสาธารณะและนักเรียนธรรมาภิบาล  สาธิตการปฏิบัติสมาธิ

        ความสุขที่อิ่มเอมและประทับใจไป อย่างไม่มีวันจางหาย  มีแต่จะเพิ่มพูนและงอกงามในจิตใจของหนูน้อยบ้านป่าเหล่านี้ไปตลอดชีวิต