นับจากนี้ไปเราจะขอใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด

  

           ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง  นักเรียนหลายคนจะรับรู้จากครูอาจารย์ที่สอนในรายวิชาต่างๆ  เพราะเป็นเรื่องฮอตฮิตที่สุดในช่วงเวลานี้ของโรงเรียนของเรา....ใจหายค่ะ  ยอมรับว่าใจหาย  แต่โชคดีที่ครูแป๋มเปรยๆกับเด็กๆไว้บ้างแล้ว  ความทุกข์โศกจึงค่อยบรรเทาเบาบางลงบ้าง  ก็เราได้ทำใจไว้แล้วนี่คะ....ตาเริ่มแดงแล้ว....

     ถามว่าห่วงไหม? ขอตอบตรงๆว่าห่วง  มากด้วย  ก็คือ 8 หนุ่มแห่ง"จักรยานน้ำเก็บขยะ"  ห่วงมากกว่าใครเพื่อน  ด้วยว่าจะหาใครที่จะนำพาให้เขาไปไกลให้ถึงฝั่งฝันที่หวังเอาไว้  สงสารแววตาที่เคยส่อประกายแห่งความฝัน  บัดนี้ช่างแห้งแล้งเหลือเกิน  นับจากนี้ไปเราจะขอใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด  การจากกันครั้งนี้เป็นการจากกันชั่วคราวเท่านั้น  ไม่ช้าเราจะมาพบกันอีก  เป็นการปลอบใจหลอกตัวเองชัดๆค่ะ...

      กลั้นค่ะ....กลั้นน้ำตาสุดๆแล้ว  ทุกคนร้องไห้ราวกับนัดกันไว้  ครั้งนี้ขออนุญาตท่านผู้ชมแสดงความอ่อนแอสักครั้งนะคะ  เราต่างคนต่างช่วยกันพิจารณาถึงเพื่อนครูที่จะมารับช่วงต่อกับเด็กกลุ่มนี้ยากเหลือเกิน (ก็เพราะพวกเขาเป็นเด็กห้องท้ายนี่แหละค่ะ)  ลองแย๊บ  ลองสะกิด  ลองขอร้องก็แล้ว  ทุกคนต่างเบือนหน้าหนีเมื่อรู้ว่าต้องดูแลเด็ก  ห้องที่ได้ชื่อว่าโหล่สุด "คงเหนื่อยน่าดู  แค่งานสอนแต่ละวันก็แทบตายแล้ว  พี่คงไม่รับหรอก ไหนจะลูก  ไหนจะครอบครัว" "งานพิเศษก็ประดังประเดเข้ามา  น้องไม่มีเวลาหรอกค่ะคุณพี่" แน่ะ! แม้แต่น้องๆครูพิเศษ  พนักงานราชการ  ก็ปฎิเสธแบบนุ่มๆ....คิดแล้วเศร้าค่ะ....