“ปตานิง”  (Pataning) เป็นสำเนียงที่เจ้าของภาษามลายูท้องถิ่นปัตตานีออกเสียงชื่อจังหวัด  ผมเดินทางมาที่จังหวัดนี้ หลายครั้ง แต่ละครั้งก็ล้วนมาเพื่อ “งาน” โดยเฉพาะ หากไม่มีเรื่องของงานเข้ามาเกี่ยวข้องก็คงไม่ได้มาหรืออาจมายากบ้าง...ทุกครั้งที่มาปัตตานีก็ยังสวยงามเสมอในสายตาของผม

ภายใต้หมอกฝน และความอึมครึมของท้องฟ้าเหนือปัตตานีเช่นวันนี้ ก็คงเหมือนสถานการณ์ใต้ที่ยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ เมื่อไหร่จะมีภาพและบรรยากาศของความสงบ สันติสุข กลับมายังพื้นที่นี้อีกครั้ง

ต่างกรรมต่างวาระที่ปัตตานี ทุกครั้งผมได้รับมิตรภาพใหม่ๆจากเพื่อนมุสลิมในพื้นที่ช่วยเอื้อประสาน ต้อนรับขับสู้ผมเป็นอย่างดี เสมือนเป็นญาติคนหนึ่ง  ทำให้ผมมาเยือนที่นี่เหมือนมาเยี่ยมมิตรสหายตามวาระเวลาคิดถึง

น้องชายมารับที่โรงแรมซีเอสปัตตานี ครั้งนี้มาเขาพร้อมน้องมุสลิมที่เป็นนักศึกษา มอ.อีก สองท่าน ความตั้งใจของน้องชายนั้นอยากให้ผมได้พักผ่อน ผ่อนคลายกับเมืองที่มากด้วยเสน่ห์แห่งนี้ ผ่านคนท้องถิ่นเช่นเขา

เขาถามผมว่า “อยากไปที่ไหนครับพี่ ?”

ผมชอบบรรยากาศ “แตออ” ดังนั้นขอไป แตออ กันที่หน้า มอ.ตานี ดีกว่า อ.จารุวัจน์ เพื่อนอาจารย์มุสลิม (มอย.) ก็เคยพาผมมาสนทนาประสามิตรที่นี่  ปรากฏว่าวันนี้วาสนาไม่ดี “ร้านปิด...” งานนี้อดดื่มด่ำบรรยากาศร้านน้ำชา หน้ามอ เลย.. น้องก็เลยพาไปร้านน้ำชาแตอออีกร้านที่ไม่ไกลกันมาก

Dscf3885 Dscf3884
   

ปัตตานียามนี้ ตามท้องถนนดูคึกคักขึ้นมาบ้าง ร้านข้าวเหนียวไก่ทอดที่มีคนขายเป็นมุสลิมสาวสวยๆคนนั้นเธอก็ยังขายที่เดิม แบแอ หนุ่มมุสลิมคนกระบี่ คนขับรถเมื่อผมมาเยือนปัตตานีหนแรกๆ บอกผมว่า ร้านไก่ทอดร้านนี้ คนขายสวยมากๆ และผมได้หาโอกาสไปซื้อไก่ทอด เธอก็สวยสมคำร่ำลือจริงๆครับ สาวน้อยมุสลิมที่สงบเสงี่ยม เรียบร้อยภายใต้ ดวงตากลมโต ใสนิ่ง...แม้เธอจะพูดน้อยไปหน่อยกับคนแปลกถิ่นแบบผม ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพื้นที่ที่นี่

Patani123

“ชาชัก” ถูกเรียกมาชิม พร้อม แตออ อุ่นๆ บทสนทนาเรื่องแล้วเรื่องเล่า...ปนกับเสียงหัวเราะครื้นเครงของพวกเรา ความผูกพันที่น้องๆมีให้ผมนั้น ทลายเส้นบางๆที่มีบางคนหยิบเอาความต่างของศาสนามาเป็นเงื่อนไข...เราทั้งหมดนั่งรถมอเตอร์ไซด์ท่องราตรีปัตตานี และมีโอกาสได้ไปนั่งสนทนากันอีกร้านหนึ่ง กับ “ข้าวยำปักษ์ใต้” แสนอร่อย..(หรอย หรอย)ค่ำคืนนี้ผมอิ่มทั้งมิตรภาพและอาหาร ..กลับ โรงแรมเพื่อพักผ่อนเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไป “เมืองยาลอ” หรือ ยะลา วันรุ่งขึ้น

ถึงห้องพัก เปิดคอมพิวเตอร์ เช็คเมลล์ก่อนพักผ่อน  ก็มี MSN จากน้องทักทายให้ได้ชื่นใจก่อนนอน

(21:49) ขออัลลอฮฺโปรดคุ้ม:

ขอบคุณนะครับพี่

(21:50) Mr.Ake:

ครับ ขอบคุณน้องๆด้วยครับ

(21:50) ขออัลลอฮฺโปรดคุ้ม:

พี่ทำให้พวกเราประทับใจในความตรงไปตรงมา และสัมผัสได้ถึงความจริงใจ อันนี้น้องๆเขาพูด อย่างน้อยพี่ก็เป็นคนนึงที่ตีกำแพงบางอย่างของเด็กที่นี่ราบคาบครับ

(21:50) ขออัลลอฮฺโปรดคุ้ม:

มีอะไรให้ช่วยบอกนะครับ ผมเต็มใจ และ ยินดีครับ

(21:50) Mr.Ake:

น้องๆทุกคนก็น่ารักมากครับอยากให้กำลังใจทุกคนครับ ...เขาเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีหากให้ผมช่วยอะไรได้  บอกมาเลยนะครับ

(21:52) ขออัลลอฮฺโปรดคุ้ม:

ครับ พวกเขามีอะไรบางอย่างที่อยากจะทำ อยากจะช่วยสังคมที่นี่ แต่พวกเขาไม่มีกำลังและคนคอยช่วย

(21:52) Mr.Ake:

ครับ

(21:52) ขออัลลอฮฺโปรดคุ้ม:

แค่ได้ทุนทำวิจัยเพื่อช่วยสังคมบ้านเขา เขาก็ดีใจแล้วครับ

(21:53) ขออัลลอฮฺโปรดคุ้ม:

พื้นที่ๆผมไปทำที่ยะหา ก็บ้านน้องเมื่อกี้นั่นแหละครับที่พี่ซ้อนมอไซค์

(21:53) Mr.Ake:

หากผมพอช่วยอะไรได้ บอกมาเลยนะครับผมยินดี

(21:53) ขออัลลอฮฺโปรดคุ้ม:

และที่ผมเลือกน้องสามคนต่างจังหวัดต่างพื้นที่มาทำงานกับผมเพราะผมมองว่าอยากจะขยายพื้นที่ด้วยกับกลุ่มเยาวชนที่มุ่งมั่นกับพื้นที่จริงๆในการพัฒนา

(21:54) ขออัลลอฮฺโปรดคุ้ม:

นี่คือเหตุผลที่เลือกเด็กสามคนมาทำงานร่วมกับผมครับ

(21:54) ขออัลลอฮฺโปรดคุ้ม:

ขอบคุณนะครับสำหรับความรู้สึกดีๆ พี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมกล้าที่จะเป็น “เสียงเล็กๆ” ต่อไป

 

 

ทั้งหมดเป็นบทสนทนาของเรา...ที่ผมนำมาเปิดเผยสาธารณะ ผมมองว่า  เรื่องราวของมิตรภาพ ความสมานฉันท์ ไม่มีพรมแดน ไม่มีศาสนา แต่สามารถเชื่อมโยงจิตใจมนุษย์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน จากใจที่เปิดกว้างไร้อคติ เราจะรักกันมากขึ้น ปราศจากเงื่อนไขใดๆ

ผมปิดการสนทนากับน้องชาย...ด้วยการแบ่งปันกำลังใจให้เขาเหมือนเช่นทุกครั้ง  ผมทราบดีว่า ารเดินทางของเขานั้นไม่ได้สุขสบาย แต่การให้กำลังใจกันอย่างน้อย เขาก็จะได้มีพลังใจ เสริมต่อพลังกายในการทำงานเพื่อสังคมของสามจังหวัดภาคใต้ของพวกเขา

มขอให้กำลังใจน้องๆและคนทำงานเพื่อสันติภาพและความสงบสุขทุกท่านครับ

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

หาดใหญ่

๑๗ ม.ค.๕๒