นักเรียนได้แย่งกันจับดูและวิพากษ์วิจารณ์ว่า..เป็นวัตถุมงคล เครื่องลางของขลังที่มีคนส่งมาเป็นของขวัญปีใหม่

          เรื่องเล่าต่อจากบันทึกที่ ๑๐๘ ว่ามีอีกท่านหนึ่งที่มีน้ำใจต่อครูคิม  และจะขอบันทึกพิเศษเฉพาะ  เพราะคนละเรื่องจากน้าอึ่งอ็อบและโปรวิชั่น  ที่มาของเรื่องนี้น่าตื่นเต้นแกมขบขัน  คล้าย ๆว่า..ความเห่ยจะปรากฏอีกครั้ง  เมื่อได้รับกล่องหนังสือ ๒ กล่องและซองกันชื้นอีก ๑ ซองนั้น สิ่งที่น่าสงสัย แปลกใจก็คือซองกันชื้น จ่าหน้าซองด้วยลายมือสวยงามถึงครูคิม แต่ไม่ปรากฏว่าผู้ส่งเป็นใคร  เมื่อคลำ ๆ ดูก็รู้สึกว่าเป็นเม็ดคล้ายก้อนหิน 

ผอ.โรงเรียนกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ และนักเรียนชายมัธยมศึกษาปีที่ ๒

        นักเรียนลุ้นให้เปิด  เมื่อเปิดดูพบซองพลาสติคบรรจุลูกสีดำ ๆ คล้ายก้อนหิน ก็ไม่กล้าจับ ตื่นเต้น ตกใจว่า  เป็นอะไรกันแน่  และแล้วนักเรียนช่วยกันสำรวจในซองพบซองจดหมายขนาดยาวสีขาว  ไม่จ่าหน้าซอง พลิกดูด้านหลังมีคำว่า "พี่คิม"  แต่ก็ยังตกใจอยู่เหมือนเดิม พบมีจดหมายอยู่ด้านในจึงนำออกมาอ่าน ขณะนั้นนักเรียนได้แย่งกันจับดูและวิพากษ์วิจารณ์ว่า..เป็นวัตถุมงคล เครื่องลางของขลังที่มีคนส่งมาเป็นของขวัญปีใหม่แก่ครูคิม

        มีความว่า..."ได้ส่งเมล็ดกล้วยนวลมาให้ สำหรับเพราะแพร่ขายพันธุ์ที่โรงเรียน และแพร่ขยายต่อโรงเรียนอื่น ๆ ต่อไป"..จากน้องสาวหัวสิงโต  จึงกลับมาสนใจซองพลาสติคนั้นอีกทีได้พบเมล็ดกล้วยนวลจำนวน  ๑๖ เม็ด   จึงได้นำมาให้ครูที่โรงเรียนและผู้อำนวยการดู  พร้อมกับหนังสือที่เล่าในบันทึกที่  ๑๐๘  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ คนหนึ่งชื่อน้องแป๊บ บอกกับท่าน ผอ.ว่าเป็นเม็ดกล้วยป่า

                                   PPP

           ในภาพ..ครูคิมถือซองจดหมายของน้องสาวหัวสิงโต และซองเมล็ดกล้วยนวล และมีซองภาพลายการ์ตูนวางบนโต๊ะ  ขอขอบพระคุณน้องสาวหัวสิงโต phayorm แซ่เฮ เป็นอย่างสูง  ที่ได้มีแก่ใจมาช่วยสร้าง..ความเห่ยให้ครูคิมอีกครั้ง  ผอ. บอกว่า.."งานนี้ครูคิมต้องเพาะเมล็ดด้วยตนเอง"..แง ๆ ๆ ๆ