ท่ามกลางชีวิตการทำงานของหลายผู้คนรวมทั้งผู้เขียน..น้อยนักที่จะมีช่วงเวลามานั่งมองดูดาว.

เมื่อเอ่ยถึงดาว.คนทั่วไปคงคิดถึงดวงดาวที่พร่างพรายระยิบระยับบนท้องฟ้า..หรือกลุ่มดาวต่างๆ เช่น..ดาวลูกไก่..ดาวไถ.ดาวจระเข้..และคราใดที่แหงนหน้ามองดูดวงดาว..ผู้เขียนก็จินตนาการไปต่างๆนานา..รวมทั้งคิดถึงผู้คนและเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมา..ทั้งอิ่มเอม.ทั้งเหงา.ทั้งเศร้า.ปนเปกันไปค่ะ.แต่ท่ามกลางชีวิตการทำงานของหลายผู้คนรวมทั้งผู้เขียน..น้อยนักที่จะมีช่วงเวลามานั่งมองดูดาว..

เสาร์-อาทิยตย์ที่ผ่านมาผู้เขียนจึงไปภูทับเบิกค่ะ..ไปนั่งผิงไฟดูดาวกับเพื่อนๆ..ท่ามกลางความหนาวเย็น..13-14 องศา..คืนนั้น ดาวบนฟ้าสว่างสุกใส.ระยิบระยับ.สู้แสงจันทร์ในคืนเดือนแรม..ช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก..ความสูงของภูทำให้รู้สึกว่าเหมือนหมู่ดาวอยู่แค่เอื้อมค่ะ..
จนค่อนคืนผู้เขียนจึงหลับไหลด้วยความสุข.อบอุ่นในอ้อมกอดของดาวเดือนและขุนเขาค่ะ..(ความจริงคือนอนในเต็นท์ ใส่ถุงเท้า.ใส่หมวกไหมพรม.ผ้าห่มอีก 2ผืนค่ะ)

..ตี4-ตี5..ดาวเดือนเริ่มเลือนลาง..แต่มองลงไปข้างล่างที่พื้นดิน..มีอีกแสงเรืองรองระยิบระยับเป็นเส้นแสงหลากสีสัน..งดงามไม่แพ้ดาวบนท้องฟ้า..ยิ่งคราใดที่หมู่หมอกกลบเกลื่อนแสงจันทร์..แสงนั้นพลันกลับสุกใสเรืองรอง..หรือว่านี่คือ..ดาวบนดิน..

                    

                    

              

                                   

        

                                                ดาวบนดิน.ในตัวเมือง..

       

                                                  ดาวบนดิน.ที่หมู่บ้านในหุบเขา..


(หมายเหตุ:ช่วงหัวค่ำดาวบนดินจะน้อยเพราะผู้คนหลับไหลค่ะ..ตี4ตี5 ดาวจะมากเพราะผู้คนตื่นขึ้นทำมาหากินค่ะ:ผู้เขียน)