ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ น่าจะเป็นช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการก่อสร้าง "บ้านหลังสุดท้ายของชีวิต..."

 

สัปดาห์ที่น่าจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายกลับต้องยืดออกไปด้วยความวุ่นวายเรื่อง "หิน"

เรื่องหินที่หินจริง ๆ

ซุ้มประตูของเมรุที่วางแผนตอนแรกว่าจะใช้ "แกรนิโต้ (Granito)" สีดำนั้น เมื่อได้กลับเปลี่ยนให้มาเป็นแกรนิตสีแดง ทำให้เราได้ความรู้ "กว้าง" ขึ้นอีกมากมาย

นับตั้งแต่เดินเข้า เดินออกร้านขายแกรนิตร้านแล้วร้านเล่าในจังหวัด หาข้อมูลตั้งแต่หินใน หินนอก หินดำ หินแดง ดำจีน ดำไทย ดำอัฟริกา แดงอินเดีย ดอกกลาง ดอกเล็ก ดอกใหญ่ บริษัทไหน ๆ ก็ไปสืบเสาะ ลัดเลาะเพื่อให้ได้มาซึ่งหินดี บริษัทดี และ "คนดี..."

เรื่องหินก็หินพอตัวอยู่ แล้วต้องมาเจอเรื่อง "ติดหิน" เข้าไปด้วยแล้วก็ยิ่งวุ่นเข้าไปใหญ่

จะใช้ขนาดไหน จะตัดมาขนาดเท่าไหร่ การคำนวณพื้นที่ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูใช้สูตรไหน คำนวณอย่างไร ราคาหินต้องบวกค่าอะไรบ้าง ค่าตัดขึ้นรูป ค่าผ่าปาก เป็นอย่างไร บริษัทไหนบวก บริษัทไหนไม่บวก

ทั้งกระบวนการ Wet process อีกกระบวนการ Dry process เกิดมาก็ไม่เคยได้ยินชื่อ

Wet process ก็แบ่งแยกออกไปอีกเป็นปูนเปียก ปูนแห้ง ใช้สูตรผสมเท่าไหร่ ทำอย่างไรไม่ให้ยุบ ไม่ให้ร่อน

แล้วยิ่งมาเจอแบบ Dry process เข้าไปอีกยิ่งงงหนัก

สัปดาห์ก่อนที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ

หันมองป้ายโรงเรียนเกือบทุกป้าย ดูป้ายส่วนราชการตามถนน ดูป้าย ดูหิน ดูผู้คน เพื่อวิเคราะห์ วิเคราะห์จนได้รู้กัน

เอ่... ป้ายนี้ทำไมมี "พญานาค" (คราบน้ำปูนที่ไหลออกมาจากแผ่นหิน)

ดูแล้วก็มาคุย มาหาข้อมูล มาวิเคราะห์ จนพอทราบคร่าว ๆ ว่า การปูแบบเปียก (Wet process) นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้มีคราบปูนไหลออกมา

ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนมาใช้การปูแบบแห้ง หรือการใช้ "พุค" (Both) ยึดติดกับแผ่นหิน

คราวนี้เราก็ต้อง "วุ่น" หาความรู้เรื่องเจ้าพุคนี้อีก ใช้น็อตขนาดเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ ค่าติดตั้งเท่าไหร่ แบบไหนถึงจะแข็งแรงที่สุด ช่างหาที่ไหน เราทำเองได้มั๊ย ทุกคำถามล้วนแล้วแต่มีคำตอบ แล้วคำตอบต่าง ๆ เหล่านั้นทำให้เรา "กว้าง" กว้างขวางใน "ความรู้" (Open The KNOWLEDGE)

ความรู้ทางวิชาการ หรือภาษาธรรมที่เรียกว่าความรู้ทางโลกียะเหล่านี้ ทำให้เราสามารถสร้างวิริยะบารมีได้ดีทีเดียว

ต้องเพียรติดต่อ เพียรศึกษา เพียรค้นหา จึงจะได้มาซึ่งความรู้เพื่อความกว้างทางด้านนี้

เราได้รู้จักหินมากขึ้น

เราได้ทำชีวิตนี้ให้แข็งแกร่งอย่างหินมากขึ้น

เราได้ทำชีวิตคนให้เป็นคนมากขึ้น

เราได้ใช้ความวุ่นนี้ สร้างความกว้างให้มากขึ้นกับชีวิตคน

ถ้าไม่วุ่นก็ไม่กว้างเน๊อะ...

 

แต่รู้แล้ว กว้างแล้วก็อย่าไปยึดติด อย่าไปหลงกับความรู้นี้นะ

เรามีหน้าที่ทำ ก็ทำไป

หน้าที่หลักของเราคือ "ทำความดี" หน้าที่หลักของเราคือ "เสียสละ"

หน้างาน ไม่ว่าจะเป็นปูน ทราย หรือว่าหิน สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นเพียงตัวละครที่ให้เราใช้ ให้เราศึกษา ทำให้เรามีโจทย์ ทำให้จิตเรามีงานทำเท่านั้น "อย่าให้อุปทานซ้อนอุปทานนะ...!"

ทำไม่ดีก็เพียรทำให้ดี แต่ทำดีแล้วอย่าติดดี

ไม่รู้ก็เพียรค้นหาเพื่อให้รู้ แต่รู้แล้วอย่ายึดติดในความรู้

ทำไป ปล่อยไป วางไป ทำให้ความวุ่นทั้งหลายเป็นความ "กว้าง"

ผ่านความวุ่นแล้ว ผ่านความกว้างแล้ว ก็จะปล่อยซึ่งความวุ่น วางซึ่งความกว้าง แล้วชีวิตนี้จะมี จะอยู่ซึ่งถนนและหนทาง ที่สงบและสว่างแห่งชีวัน

อันความวุ่น เป็นโจทย์ในชีวิต

ใช้เวลาแห่งชีวิตแก้โจทย์นั่น

ทำชีวิต ให้กว้าง เบิกตาพลัน

โอ้สุขแท้ จริงนั่น คือ "ปล่อยวาง..."