การจากบ้านไป 7-8 วัน ดูเหมือนว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากมายกับการที่ทอดทิ้งคนที่อยู่ข้างหลังเราให้เผชิญกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

แต่ถ้ามองดูภาระกิจของตัวเองก็พบว่า เวลาช่างน้อยเหลือเกินกับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่จะต้องต่อสู้กับช่วงชีวิตที่เหลืออยู่

สิ่งเหล่านี้ มันคงขึ้นกับว่าเราปรับสมดุลได้พอเหมาะพอควรอย่างไร กับภาระกิจที่ต้องรับผิดชอบทั้งในเรื่องส่วนตัว เรื่องงาน เรื่องครอบครัว

การจากบ้านไปนาน เมื่อหันเข้าบ้าน สิ่งรอบกายของเราไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ อ่างปลา ตู้ปลา ห้องนอน ห้องน้ำ ดูมันเศร้าหมองอย่างไรพิกล

เมื่อเช้าเดินดูกล้วยไม้ ที่ขาดการดูแล หลายช่อหลายกระถางเริ่มออกสีเหลือง แต่ยังพอชื่นใจกับหวายหลากชนิดที่เราเอาไปสุ่มๆๆเข้ากับตอไม้ ให้ช่อสะพรั่งสวยงาม แต่อารมณ์ในยามนี้ไม่อยากถือกล้องไปกดเก็บเอาความสวยงามไว้เลย

ตู้ปลาที่เคยเน่า วันนี้น้ำใสสวย แต่ปลาทองจากไป 1 ตัว เลขนำโชค ปลาทอง 8 ปลาดำ 1 เริ่มไม่ครบจำนวน ไม่เป็นไร คนจะโชคดี ยังไงๆๆก็ต้องโชคดี

ห้องต่างๆเห็นได้ชัดว่าฝุ่นจับ แต่จนป่านนี้ยังไม่ได้ลงมือ เก็บกวาดเช็ดถู ตื่นเช้าก็จัดการกับเสื้อผ้าของพ่อที่เปียกโชกด้วยการปัสสาวะรดของพ่อเอง(เห็นแล้วหดหู่และทรมานใจเหลือเกิน)

แล้วสุดท้ายวินาทีนี้ก็จบลงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ คงต้องอยู่อีกซักแป๊บๆๆก็ต้องทำงานบ้านต่อ ความคิดที่อยากได้แม่บ้านเริ่มวิ่งเข้ามาในสมอง ว่าดีไม่ดีกับการที่จะมีคนมาดูแลให้ ทั้งๆที่เราเคยเป็นคนปฏิเสธเองว่า ไม่จำเป็นหรอก เราอยู่กันแค่นี้ บ้านแค่นี้ ทำเองได้ แต่...วันนี้ อยากทบทวนอีกครั้ง

มองอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ว่า เกิดอะไรขึ้น จะเอาอย่างไร กับชีวิต กับภาระกิจ ส่วนตัว งาน ครอบครัวและที่สำคัญคือ ผู้มีพระคุณ

สาระขันวันนี้ : บางครั้งคนเรา ก็ขำกับชีวิตที่ขำขำไม่ออก