เพราะการเข้าไปอ่านอนุทิน....มีอนุทินของท่านพี่ท่านหนึ่ง คือพี่ศศินันท์ ที่มักเขียนอนุทินถึงหลานชาย และบอกกล่าวถึงการเลี้ยงดู อบรมหลานชาย และได้อ่านบันทึกอันเนื่องมาจากลูก ๆ ของพี่โอ๋-อโณ ย้อนหลังทุกบันทึก นอกจากนี้ก็ยังมีบันทึกของแม่ใหม่ แห่ง ร.ร.บ้านน้ำจุนด้วยค่ะ...เมื่ออ่านสิ่งที่ท่านทั้งสามเขียนถึงหลานและลูก ๆ ทำให้ผู้เขียนย้อนกลับมานั่งนึก ตรองดู ใคร่ครวญ ถึงการเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนลูกของตนเอง...และดูวิถีของเพื่อน ๆ เจ้าหล่อน...ทำให้ผู้เขียนเห็นได้ชัดว่าการเลี้ยงดู อบรม สั่งสอน และแบบอย่างที่ดี มีผลต่อเด็กมาก ๆ ค่ะ... ผู้เขียนมีลูกสาวเพียงคนเดียวค่ะ...”แอมแปร์” มีเพื่อนเล่นที่บ้าน สองคน คนที่หนึ่งอายุ 6 ขวบกว่า ๆ และส่วนคนที่สอง อายุสี่ขวบกว่า ๆ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนเล่นแอมแปร์มา 2 ปีกว่าแล้วค่ะ
เพื่อนคนที่ 1 เป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่...มีน้ำใจ...ไม่รังแกน้อง...รู้จักแบ่งปัน....ทั้งนี้เพราะย่า และปู่ผู้ที่เลี้ยงนั้นอบรมสั่งสอน เลี้ยงดูด้วยเหตุและผล พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กคนนี้ทุกอย่าง...
แต่สำหรับเพื่อนคนที่ 2 แต่ไหนแต่ไรมาสิ่งที่เพื่อนคนที่ 1 มีนั้นหาได้ยากมากในเด็กคนนี้...มีของเล่นแอมแปร์หลายชิ้นที่โดนเพื่อนคนนี้ทำลายโดยเจตนา...เฉพาะของแอมแปร์นี่ล่อเข้าไปทั้งหมด 7 ชิ้นค่ะ...ชิ้นล่าสุดเอามือหักของเล่นแอมแปร์...แล้ววิ่งกลับบ้าน...สักครู่มาใหม่พร้อมของเล่นของตัวเอง...ผู้เขียนเลยแกล้งแย่ว่า...
ผู้เขียน : พี่....ทำของแอมแปร์หักใช่ไหม...งั้นเอาของเล่นพี่...ให้แอมแปร์นะ แล้วพี่....เอาของแอมแปร์ที่พี่....ทำหักไปแล้วกัน....
พี่.... : ไม่ได้...ฮือ ๆ ...น้องกลับบ้านแล้ว..ฮือ ๆ ......
(ว่าแล้วพี่.....ก็วิ่งกลับบ้านพร้อมกับ ฮือ ๆ ๆ ....สักครู่แม่พี่....ก็เดินมาที่บ้าน)
แม่พี่.... : น้าอ๋อย..เกิดอะไรขึ้น เห็นเจ้า....วิ่งร้องกลับไป แถมพูดว่า ป้าอ๋อยทำน้อง...
(ผู้เขียนเลยเล่าความจริงให้ฟัง พอดีกับที่พี่....เดินมาถึง)
แม่พี่... : ไม่เป็นไรลูก...ป้าอ๋อยเข้าใจผิดเอง...ไม่ต้องเสียใจ...หยุดร้องนะลูก แม่บอกป้าอ๋อยให้แล้วว่าอย่าทำน้อง
( อ้าว...ไหงบอกลูกแบบนั้นละคุณแม่ แล้วเมื่อไหร่ลูกจะได้รับสิ่งที่ถูกต้องละนี่ ว้า...แย่จัง...)
แอมแปร์ : มาพี่...มาเล่นกันเถอะ ไม่เป็นไรที่หักนั้น ค่อยเอากาวมาทาก็ได้หรือว่าติดสก๊อตเทปก็ได้...ไม่ต้องเสียใจ...
( ทุกครั้งที่พี่...ทำของเล่นแอมแปร์พัง หล่อนก็เป็นแบบนี้แลค่ะ...ไม่เป็นไร และปลอบใจพี่...ตลอด)
มีครั้งหนึ่งค่ะ...แอมแปร์เผลอไปเหยียบรองเท้าพี่....เข้าพี่....ร้องไห้พร้อมกับเอามือทุบแอมแปร์ที่หลังหลายโบ๊ะค่ะ...โดยที่แอมแปร์ก็ไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิด...มารู้ตอนที่พี่....ร้องพลางเล่าแม่ไปพลางว่าแอมแปร์เหยียบรองเท้า....
เวลาพี่...มาเล่นที่บ้านแอมแปร์(ก็เล่นที่บ้านนี้ทุกครั้ง เพราะแอมแปร์ไม่เคยไปเล่นบ้านพี่...ทั้งนี้เพราะที่บ้านนี้เล่นซนได้โดยไม่ต้องกลัวโดนดุ)....แอมแปร์มักแบ่งนมเปรี้ยวและขนมให้พี่....กินทุกครั้ง โดยเปิดตู้เย็นให้พี่...เลือกเอาเอง ขณะที่เวลาพี่...หิวนมและขนมจะวิ่งกลับบ้านไปเอานมมากินพร้อมขนม..โดยเอามากล่องเดียว เวลาพี่....อยากได้อะไร.ต้องได้ในทันที...ไม่งั้นมีการร้องแบบกรี้ดดดด.....
ยายและแม่พี่....มักบ่นว่าทำไม่พี่....เป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ แต่เขาไม่ได้มองมาที่ตัวเองว่าต้นแบบนั้นเป็นอย่างไร ครอบครัวไม่เคยแบ่งปันอะไรให้ใคร มุ่งแต่ความสะดวกสบายส่วนตน มุ่งแต่วัตถุนิยม ไม่เล่นกับเด็กแบบเด็ก ๆ ทั้งยาย แม่ และ พ่อ ก็ไม่มีสุนทรีย์แบบเด็ก ๆ ..ผู้เขียนสังเกตเวลาพ่อสัมเล่นกินพุงขาว(เอาปากไปเป่าลมที่พุงแอมแปร์) แล้วสองพ่อลูกหัวเราะกันนั้น พี่....จะเมินหน้าไปทางอื่น...
สรุปคือพี่....เป็นเด็กที่ต้องอยู่กับผู้ใหญ่ที่ไม่มีสุนทรีย์แบบเด็ก ๆ เลย มีแต่การตามใจ รัก อบรมบ้างตามสภาพ แต่ไม่ได้เป็นแบบอย่างทางสังคมให้พี่....เห็นเลย ทำให้พี่....มีพฤติกรรมเช่นนี้
ศ.ดร.นายแพทย์วิทยา นาควัชระ กล่าวถึงการเลี้ยงลูกให้มี EQ ดีไว้ในหนังสือ “ เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข” ว่า
1. พ่อแม่ควรจะมีความสุขเสียก่อน ข้อนี้สำคัญสุด เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ฝึกได้หรือไม่
2. ต้องตั้งใจฝึกลูก พ่อแม่ต้องตระหนักให้ได้ว่า การฝึกลูกให้มี EQ ดีนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก
3. พ่อแม่ต้องรู้จักอารมณ์ของตัวเองให้ดี
4. ทำให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่รักเขา โดยการกระทำ...ไม่ใช่คำพูด เช่น “ พ่อและแม่ รักและภูมิใจลูกมากนะ เพราะลูกเป็นคน(จงเอ่ยถึงความดีที่ลูกทำแล้วเรามองเห็น แม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อยก็อย่าลืมเอ่ย)” เด็ก ๆ จะสงบและสยบต่อความรู้สึกถูกรัก เขาจะภูมิใจเพราะรู้สึกว่าตัวเขามีคุณค่า

5. ไม่ติลูกต่อหน้าคนอื่นหรือพี่น้อง จงอย่าสร้างบาดแผลทางใจให้ลูกและทำให้ลูกเกิดปมด้อย ขาดความนับถือตัวเองตลอดไป สิ่งที่เราทำไปด้วยความไม่รู้นี้( โดยการที่เราตำหนิ ลงโทษลูกต่อหน้าคนอื่น ) จะไปอยู่ในส่วนของจิตใต้สำนึก ทำให้เขาไม่ภาคภูมิใจตัวเองต่อไป
6. ไม่ชมลูกคนใดคนหนึ่งต่อหน้าลูกคนอื่น ๆ
7. ให้กำลังใจลูกเสมอ
8. ปลอบลูกให้เป็น

9. หากิจกรรมฝึกสมองซีกขวาให้พัฒนามากขึ้น
เพื่อให้อารมณ์ดี
มีความสุนทรีและมีความสุขในชีวิต
กิจกรรมที่ว่าต้องไม่หวังผลกำไร ไม่เป็นการแข่งขัน เช่น การฟังดนตรี การร้องเพลง การเดินทางท่องเที่ยว
การทำสมาธิที่ไม่เคร่งเครียด เป็นต้น

10. พ่อแม่ต้องรู้จักชื่นชมตัวเอง เมื่อนึกถึงเรื่อง ดี ๆ รู้สึกดี ๆ หรือทำสิ่งดี ๆ กับตัวเองหรือกับลูกได้แม้แต่เพียงเล็กน้อยก็ตาม ทั้งนี้เพราะทำให้เกิดกำลังใจและเกิดพลังในการฝึกลูกต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ท้อแท้หรือยอมแพ้ง่าย ๆ
11. สอนให้ลูกรู้จักชื่นชมตัวเอง พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกรู้จักชื่นชมตัวเองเป็นระยะ ๆ เมื่อเขาทำสิ่งดี ๆ ได้แม้เพียงเล็กน้อย

12. พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดี ในเรื่องต่อไปนี้ 1. การยอมรับความจริง 2. การกล่าวคำขอบคุณ 3. การกล่าวคำขอโทษ 4. แสดงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 5. รู้จักการแสดงความรักเพื่อนมนุษย์อย่างสร้างสรรค์
13. สอนเทคนิคการแก้ปัญหาให้ลูก โดยบอกกับลูกว่า ทุกคนต้องมีปัญหา เมื่อเกิดปัญหาแล้ว เราอาจแก้โดยวิธี สู้ ถ้าสู้ได้ ถอยถ้าสู้ไม่ได้ ยอมรับว่าเกิดปัญหาแล้ว มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ปรับตัวเข้าหาความเป็นสากลนิยม


14. ฝึกความอดทนรอคอย จะทำให้มีความมั่นคงทางอารมณ์ มีวินัย แก้เครียดด้วยตัวเองได้
พี่น้องผองเพื่อน มิตรรักทั้งหลายคิดเห็นเช่นไรกันบ้างค่ะ.....ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยกันนะค่ะ...
เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากครับ
แบบอย่างและความเข้าใจจากพ่อแม่เป็นสิ่งสำคัญมาก ในขณะเดียวกันเราก็จะต้องสร้างความมั่นใจกับลูกด้วยเช่นกัน
อย่างกรณีลูกคนแรกของผม อิลฮาม แม่เขาจะกลัวไปทุกอย่างในการเล่นกับคนอื่น เช่น กลัวไปทำร้ายเพื่อน ดังนั้นเวลาอิลฮามไปเล่นกับใคร แม่เขาจะพยายามบอกว่าอย่านะๆ จนกระทั่งอิลฮามไม่กล้าทำใครแล้วก็จะเล่นได้ไม่นานก็ร้อง สุดท้ายแม่เขาเจอความจริงด้วยตัวของเขาเองว่า การห้ามไม่ใช่สิ่งดีเสมอไป ต้องปล่อยให้เขาได้เล่น ได้เผชิญปัญหาแล้วก็แก้ไข ซึ่งหลังๆ เลยว่า อิลฮามเลือกวิธีการแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้นครับ
แฮะแฮะ มาร่วมแชร์ประสบการณ์ครับ
สวัสดีค่ะ
พ่อแม่เลี้ยงดู ดูแลดี
แอมแปร์ถึงได้น่ารักสดใส
ชื่นชมพี่อ๋อยและครอบครัวครับ
จะเฝ้าดูพัฒนาดการต่อไปครับผม
สวัสดีครับ เป็นสุดยอดแห่งคำภีร์ บันทึกไว้แล้วขอยื่มให้แม่กับพ่อน้องม่อนอ่านมั่งนะ ขอบคุณมาก “ เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข”
ได้บรรยากาศการดูแลลูกรัก อิอิ
ป้าครูต้อยไปปลูกป่ามาค่ะ น้องแอมแปร์ เอาความดีมาฝากจ๊ะ กุศลครั้งนี้ ขอให้พี่น้องชาวใต้เรา มีความสุขนะคะ
เป็นโชคดีของแอมแปร์ที่อยู่ในครอบครัว+สิ่งแวดล้อมดีค่ะ บันทึกนี้คุ้มกับที่รอคอยเลยนะคะ (ก็พี่หน้าแตกเรื่องรูปสาวน้อยไปตั้งนานแล้วไง)
ดูแม่มดน้อยจะขี่ไม้กวาดซิ....พี่มีรูปพี่ฝนแบบนี้เหมือนกัน สงสัยต้องไปค้นมาดูบ้างแล้ว
อ่านแล้วอยากมีลูกเป็นของตัวเอง เพราะอยากรู้ว่าเด็กคนนี้จะเติบโตขึ้นมาในสังคมอย่างไร แต่มาคิดดูอีกที..แม่ยังขนาดนี้แล้วลูกจะเป็นขนาดไหน เพราะฉะนั้น..เป็นโสดน่ะดีแล้ว อิอิ
เคยเห็นเด็กมาหลายคนแล้ว เด็กบางคนก็น่ารัก เด็กบางคนก็น่าหมั่นไส้ เด็กบางคนก็น่า..อยากจะกระโดดเตะก้านคอ แต่เด็กเหล่านี้คืออนาคตของประเทศชาติ พวกเขาจะดีได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งแวดล้อม(พ่อ แม่ พี่น้อง ครอบครัว สังคม)ไม่เป็นใจ.....เนอะ
เมื่อคืนได้ยินเสียงน้องแอมแปร์แล้ว..ขอบคุณค่ะ ^^
+
อ.จารุวัจน์ค่ะ...
+ แอมแปร์ก็เคยเป็นแบบที่ อาจารย์เล่า เหมือนกันค่ะ
+ ย่าและทวดที่เลี้ยงแอมแปร์เป็นห่วงแอมแปร์ทุกอย่างค่ะ(ด้วยหล่อนเป็นหลานคนแรก ที่สำคัญเป็นหลานสาวด้วยค่ะ อิ อิ..ปกติบ้านนี้มีแต่ผู้ชาย) คิดแทนทุกอย่าง เวลาแอมแปร์จะเล่นกับเพื่อนก็นั่งเฝ้า คอยระวัง คอยเตือน คอยระวังทุกเรื่องค่ะ...ที่ยิ่งกว่าคือ มักจะอุ้มแอมแปร์จนแอมแปร์มีพัฒนาการด้านร่างกายช้ากว่าเด็กรุ่นเดียวกัน กว่าจะได้คลาน กว่าจะได้เดิน กว่ากล้ามเนื้อแขนขา แข็งแกร่งตามวัยนี่...เฮ้อ...ดีว่ายังไม่มากมายและตรงช่วงปิดเทอมเลยแก้ไขทันค่ะ...ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ทำให้แอมแปร์กลายเป็นเด็กไม่มั่นใจ...กลัวโน่น นี่ นั่น มากค่ะ เวลาจะทำอะไรต้องเรียกให้ใคร ๆ ไปเป็นเพื่อนตลอด...ไม่กล้าคิดเอง ทำเอง...โอ้ยสารพัดมากค่ะ....
+ อ๋อยเห็นว่าไม่ได้การแล้ว...เลยดื้อดึงเอามาเลี้ยงเองที่ตานีค่ะ...แล้วก็ค่อย ๆ ปรับ ไปค่ะ...แต่กว่าจะเป็นเช่นทุกวันนี้ใช้เวลาเป็นปีค่ะ...โชคดีด้วยค่ะศูนย์เด็กเล็กค่ายอิงคยุทธฯที่แอมแปร์เรียนเขาดูแลเอาใจใส่ ร่วมมือกับผู้ปกครองได้ดีมากค่ะ...
+ แต่การเลี้ยงลูกให้มี EQ ดีต้องใช้พละกำลังในหลาย ๆ เรื่องค่ะ...ที่สำคัญอย่างที่ อาจารย์บอก " แบบอย่างและความเข้าใจจากพ่อแม่เป็นสิ่งสำคัญมาก ในขณะเดียวกันเราก็จะต้องสร้างความมั่นใจกับลูกด้วยเช่นกัน " ตอนนี้แอมแปร์ดูเหมือนจะมี EQ ล้ำหน้าเพื่อน ๆ และลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันอายุพอๆ กัน อีกสองคนมากค่ะ...มีเหตุผล มีตรรกะ ในการคิด มีการเชื่อมดยงเรื่องราวได้ สามารถเอาเรื่องที่เรียนรู้ไปปรับใช้กับเรื่องอื่น ๆ ได้...แต่กว่าจะได้แบบนี้เหนื่อยมากค่ะ...เหนื่อยสุด ๆ ทั้งพ่อและแม่...พ่อและแม่ต้องอดทนมากค่ะ...เสียสละความสุขส่วนตนแบบหมดเวลาที่เป็นของตนเองเลยค่ะ...
+ ทุกวันนี้ย่าและทวดเอ่ยปากยอมรับเลยค่ะว่า...การเลี้ยงดูมีส่วนมากที่สุดที่จะทำให้เด็ก ดี มีสุข และเก่งตามมาค่ะ
+ ออ..พ่อสัมบอกว่าการเลี้ยงดูที่คิดแทน เป็นห่วงไปทุกอย่าง เป็นสิ่งที่แย่มาก เพราะเขาประสบมาด้วยตัวเอง...กว่าเขาจะแข็งแกร่ง มั่นใจในตนเองเช่นทุกวันนี้...เขาต้องใช้กำลังมหาศาลเพื่อเอาชนะตัวเอง...ทำให้เขาทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ลูกประสบเช่นเขา...
ดี เก่ง สุข คล้ายปรัชญาโรงเรียนที่เจ้คนสวยบริหารงานอยู่เลย นั่นคือ วินัยดี วิชาเก่ง มีความสุข
http://gotoknow.org/profile/kunwadeek
+
ครูพี่คิมค่ะ...
+ เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะกับ" บางคนเขามองข้ามความสิ่งที่จะเกิดในระยะยาว บางคนก็แค่ขอเลี้ยงลูกให้ได้กินอิ่ม "
+ ตอนที่อ๋อยตัดสินใจเอาแอมแปร์มาเลี้ยงเอง...ทวดโกรธมาก..แต่เรายอมไม่ได้ที่จะให้ลูกเป็นเช่นนั้น...โกรธก็ช่าง...จำได้อ๋อยบอกทวดไปว่า " ลูกเราต้องโตและอยู่ในสังคมต่อไปอีกยาวไกล แต่ทวดนะ 70 ปี แล้วอยู่ไม่กี่ตัวเสื้อแล้ว...โปรดเห็นใจด้วย อย่าเป็นพ่อแม่รังแกฉันเลย"
+ ทุกวันนี้ย่ายังตั้งคำถามกับพ่อสัมเลยว่า ..แม่เลี้ยงลูกผิดตรงไหน..ที่ลูกโท๊ะ(น้องพ่อสัม)ถึงคิดอะไรไม่เป็น ไม่สมกับวัย ไม่แข็งแกร่ง ต้องคอยบอกไปซะทุกอย่าง...ดีที่ไม่ถามอ๋อย...
+แม่เฒ่าของแอมแปร์(แม่ของอ๋อย)ยังเอ่ยปากว่าอ๋อยเลยว่า...สมัย กอ -อู เลี้ยงพวก มอ -อึ -งอ ไม่เห็นต้องยุ่งยากแบบนี้...แต่พอผ่านไปหนึ่งปี แม่เฒ่า ย่า และทวดเห็นถึงพัฒนาการของแอมแปร์...(เมื่อเทียบกับหลานอีกสองคนที่อายุห่างกันแค่ไม่เกิน 20 วัน )ต่างกันเยอะมาก...ก็เลยยอมรับว่าการเลี้ยงดูที่มากกว่าการกินอิ่ม นอนหลับ นั้นสำคัญจริง ๆ ....(อิ อิ..ดีนะค่ะที่ใจแข็ง..ไม่งั้นคงไม่มีวันนี้ค่ะ)
+ ทั้งนี้เพราะโลกเปลี่ยนไปเยอะมาก...เราต้องมองไปถึงอนาคตค่ะ...การเลี้ยงลูกให้มีความแข็งแกร่งทางความคิด คิดดี ทำดี...สำคัญเป็นที่สุดค่ะ...ซึ่งพ่อแม่ คนเลี้ยงดูเป็นผู้ที่สำคัญที่สุด...
+ พ่อแม่ทุกวันนี้ ให้ความรัก ให้เงิน ตามใจ อยากได้อะไรหาให้ คิดว่าแค่นี้เพียงพอ...ทำไปทำมาเด็ก ๆ ไม่เห็นคุณค่าเพราะได้มาง่าย...พ่อแม่ก็บ่นว่า..ให้ทุกอย่างแล้วแต่ทำไมเป็นแบบนี้...
+ จริง ๆ แล้วลูกต้องการ เวลา และการทำกิจกรรมที่สอดแทรกด้วยการอบรมมากกว่าค่ะ...แต่พ่อแม่มองไม่เห็น..เลยไม่เข้าใจ...พร่ำร่ำพันว่า..เลี้ยงดีแล้วอยากได้อะไรก็ให้ทุกอย่าง ทำไมเป็นแบบนี้อีก...
+ วัยรุ่นไทย(บางส่วน)ทุกวันนี้...ถึงเป็นเช่นนี้..เห็นชัดมากค่ะแถวบ้านนี่เกลื่อนเลยค่ะ...นั่งตามร้านน้ำชา ซิ่งมอเตอร์ไซค์ นั่งจับกลุ่มตามตู้โทรศัพท์ ทั้งนี้เพราะเขาไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง พ่อแม่ก็ทำมาหากิน ไปตามเรื่องตามราว ลูกก็ไปอีกทาง...
+ สงสัยสังคม วิ่งเร็ว ไปไกล แต่องค์ความรู้ของพ่อแม่ที่จะเข้าใจถึงสังคมที่เปลี่ยนไปมีไม่เพียงพอ...เลยเป็นเช่นนี้แล
สวัสดีค่ะ พี่อ๋อย..พอลล่าขอนำไปใช้กับน้องแพท ...บ้างนะคะ
พ่อแม่ คือ ความอบอุ่นแรก สัมผัส การถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด
เป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกฝังสิ่งดีๆ ทุกๆสิ่งค่ะ
ขอบคุณค่ะ
มีความสุขในทุกๆวัน นะคะ
+
น้องโย่งจ๊ะ...
+ พี่อ๋อยว่า...พ่อแม่ของโย่งก็สุดยอดค่ะ...เพราะดูจากโย่งนี่ไง...มีน้ำใจ แบ่งปัน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีกำลังใจให้ผู้อื่น...ที่สำคัญหน้าตาดีอีกต่างหาก อิ อิ..ดูทุกกิจกรรมที่ โย่งกลับบ้าน...นั่นแหละสิ่งที่พ่อ แม่ และโย่งร่วมกันทำนั่นแหละ คือ การส่งเสริม EQ ชั้นเยี่ยมที่สุด....
+ ถ้าพี่มีโอกาสเจอพ่อ แม่ ของโย่ง...พี่อ๋อยจะบอกท่านว่าท่านเลี้ยงลูกได้ดีมาก ๆ ...ภูมิใจแทนท่านเป็นที่สุด...
+ ถ้าเมื่อไหร่โย่งมีลูกอย่าลืมนึกถึงสิ่งที่ พ่อ แม่ ปฏิบัติกับโย่งนะจ๊ะ...ลูกโย่งจะได้เป็น คนดี มีสุข และเก่ง ยิ่งกว่าโย่ง...
อิ อิ...ความหวังของชาติ...
+
สวัสดีค่ะ...ท่านคุณตา ผอ.ประจักษ์....
+ อ๋อยว่าที่ท่านตาและพ่อแม่ของน้องม่อนเลี้ยงนั้นก็เยี่ยมแล้วค่ะ....
+ ถ้ายังไงอ๋อยจะหาซื้อหนังสือเล่มนี้ส่งไปให้นะค่ะ...ไม่แน่ใจว่ายังพิมพ์ขายอีกไหมเพราะอ๋อยซื้อมานานหลายปีแล้วค่ะ...ถ้าไม่พิมพ์ขายก็จะถ่ายเอกสารส่งไปให้ค่ะ...เป็นหนังสือที่ท่าน ศ.ดร.นายแพทย์วิทยา นาควัชระ เขียนไว้ดีมากค่ะ...เห็นเป็นรูปธรรม บทแรกท่านจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง (กรณีศึกษา) ซึ่งเป็นข่าวครึกโครมในบ้านเรา
- กรณีที่ 1 : เมื่อพ่อถูกลูกด่า "ไอ้สมองควาย"
- กรณีที่ 2 : ลูกติดยาและฆ่าเพื่อน
- กรณีที่ 3 : ลูกตีหัวแม่
- กรณีที่ 4 : ฆาตรกรรมแบบคน IQ สูง EQ ต่ำ (เสริม สาครราษฏร์)
แล้ววิเคราะห์ให้เห็นว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นค่ะ...เชื่อไหมค่ะว่าปมเหตุมาจากพ่อแม่รังแกฉันทั้งนั้นเลยค่ะ...แบบว่าพ่อแม่หวังดีแต่หวังดีแบบผิด ๆ หวังดีแบบไม่เท่าทันนะค่ะ...
+ จุ๊บ ๆ น้องม่อนสุดหล่อด้วยค่ะ...
+
สวัสดีค่ะครูพี่ต้อย....
+ ไปร่วมการปลูกป่ามาแล้วค่ะ...ประทับใจมากค่ะ....
+ การเลี้ยงลูกสมัยนี้ไม่ง่ายเหมือนสมัยเรา ๆ ค่ะ...เพราะอะไร ๆ ก้มายั่วยุถึงบ้าน...ดังนั้นการสอนให้เขามีภูมิคุ้มกันทางความคิด(คิดดี ทำดี ) นี่ยากพอควรค่ะ...
+ เด็กสมัยนี้ต้องร้องขอ ขอร้องให้ไป ร.ร.ให้ไปเรียนหนังสือ...แต่สมัยเรา..เราร้องขอ ขอร้อง พ่อแม่ให้เราเรียน...
+ เห็นไหมท่านพี่กลับกันเลยค่ะ...
+ มาแล้วไม่ยอมบอกกันบ้างเลยนะค่ะ..ว่าเลี้ยงลูกอย่างไร...ถึงได้ ดี มีสุข และเก่งแบบนั้น(แบบพี่ปลาและคนอื่น ๆ)...ท่านพี่น่าจะนำมาบอกกล่าวกันนะค่ะ...อยากรู้บ้างงะท่านพี่...จะได้เอาเป็นแบบอย่างบ้าง....
สวัสดีครับคุณครูอ๋อย แอมแปร์
นึกอยากมีหลานเป็นของตัวเองขึ้นมาแล้วซิ จะได้เล่นกินพุงขาวเด็ก
ขอบคุณความรู้สึกอบอุ๋น คคออ(ครอบครัวอบอุ่น)ครับ