เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนจาริกปฏิบัติศาสนกิจในฐานะพระธรรมทูตอยู่ที่มหานครนิวยอร์คสหรัฐอเมริกา วันหนึ่งหลังจบการเสวนาธรรม สตรีสูงอายุคนหนึ่งขอโอกาสเข้ามานั่งคุยกับผู้เขียนระหว่างการสนทนา ผู้เขียนสังเกตเห็นว่าน้ำตาเธอคลอหน่วย เมื่อสอบถามถึงสาเหตุเธอจึงตอบว่าที่น้ำตาคลอหน่วย เพราะรู้สึกดีใจที่ได้มาฟังธรรม แต่พร้อมกันนั้นก็เสียใจจนสะเทือนใจ ที่สะเทือนใจก็เพราะเธอรู้สึกว่า ตนเองได้พบกับธรรมะเมื่ออายุมากแล้ว จึงรู้สึกเสียดายวันเวลาที่ผ่านมาเธอเล่าว่า "ชีวิตของคนเราก็เหมือนกับเส้นด้ายที่ถูกดึงออกมาจากหลอดด้ายทีละนิดๆขณะที่ดึงด้ายออกมาจากหลอดด้ายนั้นบางทีเราก็รู้สึกกระหยิ่มว่ายังมีด้ายเหลืออยู่อีกมากมายจึงชะล่าใจจึงดึงด้ายออกมาใช้อย่างฟุ่มเฟือย เพื่อที่จะพบว่าแท้ที่จริงแล้วมีด้ายอยู่เพียงนิดเดียวเย็บผ้าได้เพียงนิดหน่อยก็หมดหากแต่ที่เราเห็นว่า ยังคงมีด้ายเหลืออยู่เยอะแยะนั่นเป็นเพราะว่า แกนด้ายมันใหญ่ต่างหาก…แกนด้ายมันหลอกตาให้เราพลอยชะล่าใจ..."
พลันที่เธอเล่าจบ ผู้เขียนก็รู้สึกสว่างโพลงขึ้นมาในใจ ผู้หญิงคนนี้ เธอไม่ได้มาฟังเทศน์เสียแล้ว แต่เธอมาเทศน์ต่างหาก เธอกำลังเทศน์เรื่อง "ความสำคัญของเวลา" และ "คุณค่าของชีวิต"
เคยได้ยินคำพูดในทำนองนี้บ่อยๆ ว่า
เรามีเวลา๒๔ชั่วโมงต่อหนึ่งวันเท่ากัน ทว่าเราได้ประโยชน์จากเวลาไม่เคยเท่ากัน
สำหรับบางคนเวลา๒๔ชั่วโมงช่างแสนสั้น แต่สำหรับบางคน๒๔ ชั่วโมงช่างเป็นเวลายาวนานเหลือแสน
ผู้หญิงคนนี้เธอบอกว่า เธอเสียดายที่มีเวลาเหลืออีกไม่มากอยากจะปฏิบัติธรรมให้ถึงที่สุดก็เกรงว่าเวลาจะมีไม่พอ ผู้เขียนจึงบอกว่า การปฏิบัติธรรมนั้นไม่สำคัญที่เวลาแต่สำคัญที่ "ปัญญา" สำหรับคนมีปัญญากล้าแข็งอย่าว่าเป็นวันเลยบางทีนาทีเดียวก็บรรลุธรรมได้
สำหรับคนเขลาต่อให้ภาวนาทั้งชีวิตบางทีก็ยังไม่เห็นผลคนที่อยู่ในวัยสนธยาจึงไม่ควรน้อยใจว่าเรามีเวลาไม่พอแต่ควรจะบอกตัวเองว่าเรายัง "พอมีเวลา" ต่างหากแต่คนที่คิดว่าเรายัง"พอมีเวลา" ก็ต้องระวังด้วยเหมือนกัน เพราะบางทีการคิดด้วยท่าทีที่เป็นบวกอย่างนี้ก็ทำให้ประมาท และเป็นเหตุให้พลาดโอกาสที่จะเร่งรัดทำสิ่งดีๆ ดังนั้น นอกจากจะคิดว่ายังพอมีเวลาแล้วก็ควรจะคิดเพิ่มอีกอย่างหนึ่งว่า"วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต" ด้วย เพราะหากเราคิดว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต เราจะเริ่มคิดถึงสิ่งที่ต้องทำแข่งกับเวลา และนั่นจะทำให้เวลา กลายเป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดของชีวิตได้ในทุกๆวัน
เราเคยได้ยินพระท่านสอนอยู่บ่อยๆ ว่าการฆ่าสัตว์เป็นบาปแต่ผู้เขียนอยากบอกว่า การฆ่าเวลาต่าง หากที่เป็นบาปมหันต์ยิ่งกว่า เพราะเมื่อคุณฆ่าสัตว์หากสำนึกได้ คุณก็อาจจะไปหาสัตว์มาปล่อยเอาบุญ แต่หากคุณฆ่าเวลาด้วยวิธีใดก็ตามถึงแม้คุณจะสำนึกผิดกลับมาเห็นคุณค่าของเวลา ทว่าก็ไม่สามารถย้อนเวลาที่ผ่านไปแล้วให้หวนคืนกลับมาได้อีกเราทุกคนต่างก็มีเวลาที่ไม่อาจรีไซเคิลไม่ว่าคุณจะมีเงินมหาศาลสักกี่ล้านล้านดอลล่าร์ก็ตามที สำหรับเวลานั้นผ่านแล้วผ่านเลยนิรันดร์
ครั้งหนึ่งลีโอตอลสตอยเคยเขียนปริศนาธรรมไว้ว่า "ใครคือ คนสำคัญที่สุดงานใดคืองานที่สำคัญที่สุด เวลาใดคือเวลาที่ดีที่สุด" ตอลสตอยตั้งคำถามนี้ผ่านเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งและในที่สุดก็เฉลยว่า
"คนสำคัญที่สุดก็คือ คนที่อยู่เบื้องหน้าเรา
งานสำคัญที่สุดก็คืองานที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนี้
เวลาที่ดีที่สุดก็คือเวลาปัจจุบันขณะ"
ทำไมคนที่อยู่เบื้องหน้าเราจึงสำคัญที่สุดคำตอบก็คืออาจเป็นไปได้ว่าในชั่วชีวิตอันแสนสั้นนี้เรากับเขาอาจมีโอกาสพบกันได้เพียงครั้งเดียวดังนั้นเราจึงควรทำให้การพบกันทุกครั้งเป็นเหมือนการเฉลิมฉลองอันแสนวิเศษที่ต่างฝ่ายต่างควรสร้างความทรงจำแสนงามไว้ให้แก่กันและกันตลอดไป เราต้องไม่ลืมว่ามนุษย์นั้นรู้เกลียดยาวนานกว่ารู้รักหากการพบกันครั้งแรกนำมาซึ่งความรัก
และหากเป็นการพบกันเพียงครั้งเดียวของชีวิตในอนันตจักรวาลนั่นก็นับว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดแล้วสำหรับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน
ทำไมงานที่เรากำลังทำอยู่ขณะนี้จึงเป็นงานสำคัญที่สุดคำตอบก็คือเพราะทันทีที่คุณปล่อยให้งานหลุดจากมือคุณไปงานก็จะกลายเป็นของสาธารณ์หากคุณทำงานดีมันก็คืออนุสาวรีย์แห่งชีวิต
และหากคุณทำงานไม่ดีมันก็คือความอัปรีย์แห่งชีวิตตอนแรกคุณเป็นผู้สร้างงานแต่เมื่อปล่อยงานหลุดจากมือไปแล้ว งานมันจะเป็นผู้ย้อนกลับมาสร้างคุณ
ทำไมเวลาที่ดีที่สุดจึงควรเป็นปัจจุบันขณะคำตอบก็คือเพราะเวลาทุกวินาทีจะไหลผ่านชีวิตเราเพียงครั้งเดียวไม่ว่าคุณจะหวงแหนเวลาขนาดไหนมีเงินมากเพียงไรก็ไม่มีใครสามารถรื้อฟื้นเวลาที่ล่วงไปแล้วให้คืนกลับมาได้ทุกครั้งที่เวลาไหลผ่านเราไปหากเราไม่ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ชีวิตของคุณก็พร่องไปแล้วจากปวงประโยชน์มากมายที่คุณควรได้จากห้วงเวลาเวลาไม่มีตัวตนแต่หากเรามีปัญญาก็สามารถสร้างคุณค่าที่เป็นรูปธรรมจากเวลาได้อเนกอนันต์
คน - - แม้มีตัวตนเห็นกันอยู่ชัดๆแต่หากปฏิบัติไม่ถูกต่อเวลาถึงมีตัวตนเป็นคนอยู่แท้ๆแต่ชีวิตก็อาจว่างเปล่ายิ่งกว่าเวลาทุกวันนี้ เราทุกคนกำลังสาวด้ายแห่งเวลาในชีวิตออกมาใช้กันอยู่ทุกขณะจิตเคยคิดกันบ้างหรือไม่ว่าเส้นด้ายแห่งเวลาในชีวิตของเราเหลือกันอยู่สักกี่มากน้อยเราถนัดแต่สาวด้ายออกมาใช้ หรือว่าเราใช้เส้นดายแห่งเวลาอย่างมีคุณค่าที่สุดแล้ว?
ว.วชิรเมธี
ตอนแรกคุณเป็นผู้สร้างงานแต่เมื่อปล่อยงานหลุดจากมือไปแล้ว งานมันจะเป็นผู้ย้อนกลับมาสร้างคุณ
.....สาธุ.....
ขอบคุณ สาวนุ้ย มากครับ ฝากสาวนุ้ย ประชาสัมพันธ์กิจกรรมจิตอาสา ที่ปายด้วยนะครับ
จิตอาสา gotoknow : มอบน้ำใจสู่ผู้ขาดแคลนบนดอยสูง ไปปายด้วยกันไหมครับ?
"คนสำคัญที่สุดก็คือ คนที่อยู่เบื้องหน้าเรา
งานสำคัญที่สุดก็คืองานที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนี้
เวลาที่ดีที่สุดก็คือเวลาปัจจุบันขณะ"
คนบ้านแค่ แค่ มาให้กำลังใจ สาวคนแค่ แค่
ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ แต่คนเรามักไม่รู้ว่าอะไรสำคัญสำหรับเรา แม้มันจะอยู่ใกล้ ๆเราตลอดเวลาก็ตาม เราจะไข่วคว้จากที่อื่น ตลอดเวลาจนหมดแรงแล้วถึงจะมองเห็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่อยู่ใกล้ ๆ (พ่อแม่ไง)
ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆค่ะ
ได้อ่านบันทึกดีๆแล้วชื่นใจครับ
มาอ่านแบบสบาย ๆ ได้มุมคิดดีนะนี่
วันเวลาของชีวิต...
น้อยนิดแต่มหาศาล
เราต่างมักเตือนตัวเองว่า ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ความจริงก็รุดเร่งไปข้างหน้าอย่างบ้าบิ่น ผมเองก็อยู่ในภาวะเช่นนั้นบ่อยครั้งเหลือทน
...
มีความสุขมาก ๆ นะครับ
สวัสดีค่ะน้องปู พี่ห่างหายไม่ได้มาแวะบล็อกน้องนานมากๆเลย พอมาดูก็ชื่นใจว่าที่จริงน้องปูก็ไมได้หายไปไหน ยังคงมีเรื่องราวดีๆมาฝากกันสม่ำเสมอ แต่พี่เองต่างหากไม่ได้มาแวะ อิ อิ มัวใช้เวลาฟุ่มเฟือยอยู่
วันเวลาล่วงเลยไป
ที่ผ่านมา สร้างคุณค่าอะไรบ้าง
วันนี้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์บ้าง
....
ปีเก่า กำลังจะผ่านไป
ปีใหม่ กำลังจะผ่านมา
...
ขอบพระคุณ ทุกๆ ท่าน
สำหรับ กำลังใจ และ
มิตรภาพ บนโลกใบนี้ค่ะ
...
"Merry x'mas" คร่า....คิดถึงๆๆๆนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
น้องเลขาฯ ก้อย คนงาม
....
ให้น้องสมหวังดั่งใจปรารถนานะคะ