ดูแลด้วยหัวใจ... เสมือนคนป่วยเป็นญาติ

จากกิจกรรมดีๆ ที่รพ.แกลง ทำให้ได้ฟังเรื่องราวดีๆ ของบุคลากรสาธารณสุขมากมายค่ะ เรื่องเล่าจากพยาบาลห้องฉุกเฉิน ท่านหนึ่ง เล่าให้ฟังถึงความภาคภูมิใจในวิชาชีพ ดังต่อไปนี้ค่ะ

วันหนึ่งเวลาเช้าตรู่ ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยขอ ว 7 ช่วยเหลือ เมื่อได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ ทุกคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ จะรีบขึ้นรถ Ambulance ทันที ขณะนั้น เราไม่สามารถประเมินอาการผู้ป่วยได้เหมือนดั่งตาเห็น ทุกคนจะประจำพร้อม จุดเกิดเหตุที่สะพานนายายอาม ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่าง จันทบุรีกับอ.แกลง ทางผู้พบเหตุตัดสินใจส่งที่รพ.แกลงทั้งๆที่ไกลกว่า เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการอบรมกู้ชีพได้ตามรถจากรพ.ไปรับ ตกลงกันว่าจะรับส่งกันระหว่างทาง โดยให้ทางนั้นขับรถออกมาส่งและทางรพ.จะนำรถออกไปรับอีกทอดหนึ่ง ทราบข้อมูลว่าเป็นผู้ป่วยชายไทยวัยรุ่น ขี่มอเตอร์ไซด์ชนท้ายรถพ่วง มีแผลที่หน้าและกระโหลกศีรษะแตก เมื่อรถ ambulance ออกมาได้สักครู่หนึ่ง ได้มีวิทยุสื่อสารมาจาก รพ.แกลงให้กลับรพ. เพราะไม่ใช่เขตพื้นที่รพ.แกลง ในใจคิดว่าจะไม่กลับ เพราะได้ข้อมูลมาว่าผู้ป่วยอาการไม่ดี

เมื่อมาถึงที่หมาย พบผู้ป่วยชาย ใส่ชุดนักเรียนมีแผลที่หน้า กะโหลกศีรษะถูกผ่าออกจากหน้าผาก ถึงจมูก คางผ่ากลางออกเป็นสองซีก ด้วยประสบการณ์จึงตัดสินใจใส่ถุงมือ และใช้สองมือจับใบหน้าให้ชิดกันไว้ เอามือประคองไว้ตลอดเวลา  เมื่อขึ้นมาที่รถได้ทำการดูดเสมหะและเปิดทางเดินหายใจ เพื่อจะให้ออกซิเจนเข้าสู่ผู้ป่วยได้ มีเลือดพุ่งออกมาตลอดเวลา จนชุดพยาบาลสีขาวเปื้อนเป็นลายจุดแดง เหมือนดรัมเมเชี่ยน.. จากนั้นเราจึงส่งวิทยุถึงห้องฉุกเฉิน ให้เตรียมเครื่องมือให้พร้อม แต่ก็มีเสียงบางคนพูดว่า ไม่อยากให้เอามาเพราะท่าทางจะไม่รอด.... แต่เราก็ต้องพามา รพ.ให้ได้ เมื่อมาถึงรพ. มีอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแต่ใส่ท่อช่วยหายใจไม่ได้เพราะ กะโหลกศีรษะ ถูกแบ่งออกเป็น 2 ซีก ส่วนทางพ่อของน้องผู้บาดเจ็บได้ถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้ามาด้านในห้องฉุกเฉิน.. ได้ยินเสียงพยาบาลบ่นว่า...ไม่รอดแน่..  ขณะนั้นเรารู้สึกว่าใจเราหล่น หมดความหวัง แต่เมื่อนึกถึงความรู้สึกของพ่อ ของญาติ แล้วจึงตัดสินใจว่า ต้องทำอะไรสักอย่าง จึงนำเชือกไนลอนที่ใหญ่ที่สุด เข็มร้อยไนลอน จัดการเย็บร้อยตั้งแต่หน้าผากถึงคาง ด้วยความรีบเร่งเกิดเข็มตำมือ แต่ ณ เวลานั้นเราไม่รู้สึกเจ็บ คิดอย่างเดียวว่าทำอย่างไรให้คางประคบกัน นึกในใจให้ใส่ท่อช่วยหายใจได้ หลังจากนั้นจึงตามแพทย์มาใส่ท่อช่วยหายใจ เรารู้สึกมีความหวัง....  ผู้ป่วยเริ่มรู้สึกตัว จึงไปคุยกับพ่อ ได้ข้อมูลว่าน้องเป็นลูกชายคนเดียว มีฐานะพอสมควร หลังจากนั้น ญาติจึงขอส่งตัวไปรพ.เอกชน ต่อมาน้องมีอาการคงที่ เราได้คุยกับพ่อ บีบมือพ่อไว้แล้วบอกว่าน้องจะปลอดภัยค่ะ จะดูแลให้ดีที่สุด ตอนนี้น้องมีความหวังแล้ว ตอนนี้น้องคงอยากพบพ่อมาก อนุญาตให้คุณพ่อไปหาน้องได้ แต่พ่อต้องอย่าร้องไห้ฟูมฟายให้น้องตกใจ และจะให้พ่อนั่งรถพยาบาลไปกับน้องด้วย หลังจากนั้น สายตาของพ่อดูมีกำลังใจขึ้นมาทันที เรียกชื่อ ลูก และพูดกับลูกว่า...พ่ออยู่นี่นะลูก ลูกตายไม่ได้นะ ลูกก็ลืมตาราวกับว่ารับรู้และพยายามจะ สื่อสารกับพ่อ หลังจากนั้นเมื่อเราจะออกรถเพื่อส่งต่อ พ่อหันมายิ้มและไหว้ขอบคุณเรา เรารู้สึกภูมิใจ และดีใจที่ได้ช่วยครอบครัวหนึ่ง หลังจากนั้นเราติดตามข่าว น้องอยู่ ICU 7 วัน และสามารถกลับบ้านได้ นี่เป็นที่สุดของความภูมิใจในวิชาชีพพยาบาลค่ะ

เมื่อได้ฟังพี่พยาบาลเล่าจบ พอลล่าได้กอดให้กำลังใจพี่เขา เห็นพี่เขาน้ำตาซึม เราก็เกือบจะร้องไห้ไปด้วยค่ะ ซึ้งๆๆๆค่ะ พยาบาลไทย สู้ๆๆๆๆ