พัฒนาคนพัฒนาชาติ

 

คนเป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนา คนในชาติเป็นคนดี มีความรู้ และมีร่างกายแข็งแรง ชาตินั้นย่อมดี  คนในชาติเป็นคนไม่ดี คนชั่ว (ชาติชั่ว)

การพัฒนาคน คือการพัฒนามนุษย์ ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ ทั้งสามสิ่งนี้ต้องควบคู่กันไปจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งมิได้

เพื่อพัฒนาคนแล้ว คน คน คน ก็จะพัฒนาชาติต่อไป (พัฒนาคนพัฒนาชาติ)

 

การศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา  การศึกษาเป็นตัวนำทางในการพัฒนาของชาติ  ชาติใดขาดการศึกษาย่อม ถึงคราวอับจน  ชาติใดมีการศึกษาดี ย่อมเจริญรุ่งเรือ

 

แต่ในปัจุบัน ท่านๆที่เรียนจบออกมาแล้ว  ไม่รู้จะไปพัฒนาส่วนใดของชาติ หรือไม่มีส่วนที่จะให้พัฒนา เลยต้องมาทำการวิจัยฝุ่นซะมากมายเกลื่อนกลาดเมืองไทย

ลองสังเกตดูว่า การพัฒนาจะกระจุกตัวอยู่แต่ในเมืองหลวง หรือตามเมืองที่ใหญ่ๆ ผู้คนจึงแห่ เข้าไปแสวงหา สถานศึกษา สถานที่ทำงาน ทั่งที่เดินทางไปตายเอาดาบหน้า จนตามเมืองต่างๆแออัด

และอีกกรณีหนึ่งลองดูว่า ถ้าหากว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนจังหวัดใด หรือภาคใด จังหวัดนั้น ย่อมเจริญรุ่งเรืองอย่างผิดหูผิดตา  (เมืองในฝัน)

ขอย้อนกลับตรงที่รากฐานของการพัฒนาอยู่ที่การศึกษา และลองพิจรณาดูว่า สถานศึกษา หลายๆแห่ง ทำไมผู้ปกครองจึงอยากให้บุตร เข้าเรียนโรงเรียนนั้นโรงเรียนนี้ ถ้าสอบเข้าไม่ได้แต่เป็นครอบครัวที่มีฐานะหน่อย (เงินใต้โต๊ะ) และคนสอบไม่ได้ที่เหลือก็เข้าโรงเรียนเกรดรองๆลงมาลดหลั่นกันตามสถานะ

อีกมุมหนึ่ง เรียนฟรี  อยู่ฟรี กินฟรี หรือโรงเรียนตามชุมชน ตามหมู่บ้าน ก็ยังมีเด็กตามชนบทร่ำเรียนกันอยู่ไม่ขาด

แต่เมื่อเปรียบเทียบจากผลสอบ ระดับชาติ ก็แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

ถ้าถามว่า ได้เรียนหนังสือมั้ย

ตอบว่า ได้เรียนเหมือนกัน หลักสูตร แกนกลางเดียวกัน

คุณภาพเหมือนกันมั้ย

ตอบว่า ไม่เหมือน

ทำไมจึงไม่เหมือน

ความจำกัดในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น งบประมาณที่แสนน้อยนิด  โรงเรียนแทบจะไม่มีครูสอน

แล้วจะหาคุณภาพจากที่ไหน

เมื่อจบหลักสูตร ได้เกียรติบัตรเหมือนกัน

แต่ความรู้ต่างกัน

แล้วไฉนจึงเป็นเช่นนั้นเล่า

เหตุใดระบบการศึกษาไทยถึงต้องกระจุกตัวอยู่แต่ในเมืองก็ไม่รู้

และแล้วชาติจะพัฒนาอย่างไร