จุดสุดท้ายการเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์


การเดินทางเริ่มขึ้นในเช้าวันที่ 23 ตุลาคม 2551 เวลา 08.00 น. ทางทีมงานของสาระดี (กันตนา) ได้เดินทางไปรับครอบครัว ป้าพร ที่ ซ.ลาดพร้าว 87 ในการเดินทางในครั้งนี้ ก็จะมีลูกสาวป้าพรอีก 2 คนที่ทำการเดินทางร่วมไปด้วยและหลานที่เกิดจากลูกสาวคนโตอีก 2 คน แล้วหลังจากนั้น ทางทีมงานก็มารับทีมอิสรชนที่สมาคม ในครั้งนี้ก็มี Case ที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครพื้นที่ เดินทางที่จะกลับบ้านที่มหาสารคามตามเราไปด้วย เพื่อจะกลับบ้านไปเยี่ยมญาติที่จากกันมาเกือบ 10 ปี

จุดสุดท้ายการเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์

                ตลอดเวลาถ้าใครได้ติดตามการทำงานของทางสมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน จะทราบว่า ในช่วง 2-3 เดือนมานี้ ทางสมาคมได้ติดตามสืบหาญาติของ Case ที่สนามหลวงได้เจอญาติ ได้กลับบ้าน ซึ่งในครั้งนี้Case ป้าพรก็ได้กลับมาเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์ อีกครั้งในรอบเกือบยี่สิบกว่าปีที่เป็นคนเลือนลอย  ทางสมาคมกำหนดการเดินทางออกมาในเช้างันที่ 23 ตุลาคม 2551 โดยในการเดินทางในครั้งนี้ ทางสาระดี (กันตนา) ก็เป็นเจ้าภาพในการสนับสนุนการเดินทาง เพื่อติดตามการทำงานในบทสรุปของการทำงานใน Case ป้าพร ที่ให้เขาได้กลับมาเป็นคนไทยที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง

                การเดินทางเริ่มขึ้นในเช้าวันที่ 23 ตุลาคม 2551 เวลา 08.00 น. ทางทีมงานของสาระดี (กันตนา) ได้เดินทางไปรับครอบครัว ป้าพร ที่ ซ.ลาดพร้าว 87 ในการเดินทางในครั้งนี้ ก็จะมีลูกสาวป้าพรอีก 2 คนที่ทำการเดินทางร่วมไปด้วยและหลานที่เกิดจากลูกสาวคนโตอีก 2 คน  แล้วหลังจากนั้น ทางทีมงานก็มารับทีมอิสรชนที่สมาคม ในครั้งนี้ก็มี Case ที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครพื้นที่ เดินทางที่จะกลับบ้านที่มหาสารคามตามเราไปด้วย เพื่อจะกลับบ้านไปเยี่ยมญาติที่จากกันมาเกือบ 10 ปี

                เมื่อคณะพร้อมเดินทางการเดินทางจึงเริ่มขึ้นมุ่งสู่ บุรีรัมย์ การเดินทางมาถึงที่บ้าน โนนศิลา ต.ถลุงเหล็ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์  ซึ่งเป็นบ้านพี่ชายคนโตของ ป้าพร ภาพแรกที่พี่น้องที่ไม่เจอกันร่วมยี่สิบกว่าปี คือภาพที่ป้าพรไปกราบเท้าพี่ชาย และกอดกันด้วยความคิดถึง เมื่อพักผ่อนกันสักครู่ หลานสาวของป้าพรที่เป็นลูกพี่ชายที่ป้าพรเคยเลี้ยงดูมา ก็พาป้าพรไปดูบ้านที่ป้าพรจากมา เป็นบ้านที่ป้าพรเคยอยู่กับครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง และบ้านที่มีรอยอดีตที่มีทั้งสุข ทุกข์ และความเจ็บปวดที่โดยทำร้ายจนต้องหนี้อกมาเป็นตนสนามหลวง ยอมทิ้งทุกอย่างที่ตนเองมี เพราะจากการพูดคุยกับคนในหมู่บ้านกับญาติ หรือคนที่รู้จักป้าพร พูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า ครอบครัวป้าพรเป็นครอบครัวใหญ่ที่ร่ำรวยที่สุดในตำบล แต่ด้วยที่ว่าป้าพรเป็นลูกเลี้ยง เพราะทางครอบครัวป้าพรมีลูกชายทั้งหมด 6 คน ไม่มีลูกสาวเลยจึงเอาป้าพรมาเลี้ยง แต่ด้วยความร่ำรวยคนสมัยก่อนที่ห่วงสมบุติ คิดว่า “เรือล่มในหนองแล้วทองจะไปไหน” จึงทำการจัดการแต่งงานให้ป้าพรแต่งงานกับลูกชายคนเล็กของตนที่เรียนสูงที่สุด แต่สุดท้ายก็หย่า และมีการกระทำที่เจ็บปวดมากกว่านั้น จนทำให้ป้าพรต้องทิ้งลูกชายวัย 6 เดือน และทิ้งทุกอย่างที่มีอนาคต กลายมาเป็นการเดินทางที่ไม่มีจุดหมาย และสุดท้ายมาจบเป็นตนสนามหลวง และจากการกระทำที่ถูกทำร้ายมาตั้งแต่เด็ก ก็เป็นอะไรที่ฝั่งใจโดยตัวป้าพรเองก็ไม่ได้ตั้งใจ การกระทำหลาย ๆ อย่างจึงมาลงที่ลูกสาวสองคน เช่น ถูกตีเด็ก ๆ อย่างไรก็เมื่อมีลูกเองความรู้สึก หรืออะไรที่อยู่ในจิตใต้สำนึก และพอมีลูกเองการกระทำอะไรที่ฝั่งลึกจึง

มาลงที่ลูก และลูกเมื่อมีลูกก็จะลงต่อ ๆ ไปเรื่อย ถ้าไม่ได้รับการฟื้นฟู ซึ่งเป็นปัญหาที่เป็นลูกโซ่

                ภาพแรกที่ ป้าพร เดินลงจากรถ ไม่หันไปมองบ้านที่ตนเองเคยอยู่และจากมา ภาพที่เราเห็นคือความรู้สึกที่เมื่อแกมองไป ภาพเก่า ๆ ที่แกเคยได้รับ มันพุขึ้นมา จึงทำให้แกไม่อยากหันไปมองบ้านหลังนั้น จากนั้นก็พาไปเยี่ยมกระดูกพ่อแม่ ไปไหว้ บอกกล่าวว่าตนเองกลับสู่บ้าน ไปกล่าวคำขอโทษ ถึงแม้ว่าการจากไปจะด้วยเหตุผลอะไร แต่ด้วยความที่เป็นพ่อเป็นแม่ ยังไงเขาก็เป็นพ่อเป็นแม่ที่ให้ชีวิตมา จากนั้นทางทีมงานก็พาตามเอกสาร เพื่อเตรียมการเอกสาร เพื่อไปทำบัตร โดยขั้นแรกไปหาครูที่เคยสอนป้าพรมาจนป้าพรเรียนจบ ป.7 แต่ที่น่าประทับใจและเป็นสิ่งที่เป็นคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะทุกคนในหมู่บ้านจำป้าพรได้ ถึงแม้ว่า ป้าพร จะจากไปแล้วเกือบ ยี่สิบกว่าปี ทุกคนบอกว่า ป้าพรเป็นคนสวยที่หนึ่งในตำบล และอยู่ในตระกูลที่รวยที่สุดในตำบล แต่เกิดอะไรขึ้นที่แก่ทิ้งทุกอย่างไป ยังเป็นคำถามที่ทีมงานมาวิเคราะห์ร่วมกันหลาย ๆ แต่คำตอบที่รู้ดีที่สุด คือตัวป้าพร ถึงแม้ว่าเราจะรู้สาเหตุที่แก่ถูกกระทำ ถูกบังคับให้แต่งงานกับพี่ชายตนเอง แต่ยังมีอะไรที่เป็นจุดเจ็บปวดที่เป็นชนวนให้แกจากไป โดยเป็นความลับที่แกไม่อยากเล่าให้ใครฟังสักคน ไม่อยากจดจำ

                เมื่อได้พบอาจารย์ที่สอนแกมา และโชคดีที่ไปในจังหวะที่มีงานบุญ ทำให้ป้าพร ได้เจอญาติ ได้เจอ เพื่อน รอยยิ้มและภาพความสุข ความเอื้ออาทรในอดีตได้กลับมาอีกครั้ง ความสุขที่อยากกลับมาใช้ชีวิตและตายที่บ้านเกิดได้กลับมาอีกครั้ง ในครั้งนี้ก็มาเจอครูเพื่อให้ครูยืนยันว่าป้าพร มีตัวตน เคยเรียนที่นี้ เพื่อเอาเอกสาร ทะเบียนนักเรียนไปยืนยันว่ามีตัวตน โดยนัดกับอาจารย์ที่โรงเรียน ในวันรุ่งขึ้น 09.00 น. จากนั้นทางทีมงานก็เดินทางกลับมาพักผ่อนในเมือง โดยปล่อยให้ป้าพรได้พักกลับพี่ชาย เพื่อพูดคุยกัน หลังจากที่จากไปเกือบ ยี่สิบกว่าปี

                รุ่งเช้าในวันที่ 24 ตุลาคม 2551 ทางทีมงานได้พา ป้าพรไป ถ่ายรูป ไปเอาเอกสารทะเบียน นักเรียนที่โรงเรียน และไปที่อำเภอ ถึงอำเภอประมาณ เวลา 10.00 น. กำนันที่เป็นเจ้าพนักงานปกครองท้องถิ่น ในต.ถลุงเหล็กที่ไป เซ็น ยืนยันว่า ป้าพร เป็นตัวจริง ไปยืนเอกสารการทำงานให้ จากนั้นไปค้นเอกสาร ทะเบียนบ้านป้าพรที่ตกหล่น ในปี 2499 เจอโดยง่ายเหมือนมีแรงบันดาลใจช่วย แต่เอกสารมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยทำให้ต้องหาบุคคลมายืนยัน มีการสอบปากคำจากคนรอบด้าน ข้าราชการ กำนัน คนในครอบครัว เพื่อน ซึ่งในความเป็นจริงต้องใช้เวลาเกือบ 3-6 เดือน แต่ป้าพรใช้เวลา เพียงหนึ่งวัน ตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 18.00 น. ทำให้เห็นภาพของข้าราชการที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อให้บุคคลนี้มีความเป็นตัวตน แรงเสริมจากทีมงานสื่อ และทีมอิสรชน คนในหมู่บ้าน ข้าราชการครู กำนัน ที่พร้อมให้ความช่วย เพราะทุกวินาที ผ่านไปด้วยความลุ้นระทึกเพราะทางทีมงานมีเวลาเพียงวันเดียว เพราะมีงานรออยู่อีกมากมาย แต่ด้วยการข้อร้อง อยากทำภารกิจให้ เสร็จสมบูรณ์ แต่ในครั้งนี้จะไม่สมบูรณ์ไปได้ ถ้าไม่ได้ความร่วมมือ ความมีสปิริต ของข้าราชการฝ่ายทะเบียนของอำเภอบุรีรัมย์ ความให้ความร่วมมืออยู่ด้วยกันจนวินาทีสุดท้าย ของทุก ๆ ฝ่าย จนวันนี้ เป็นวันที่คืน ความเป็นคนไทยที่สมบูรณ์แบบให้กับป้าพรกลับมาอีกครั้ง ความดีใจ ความปลื้มใจ ของทุก ๆฝ่าย หลังจากนั้นทางทีมงานก็เดินทางกลับมาถึงจุดหมายที่สมาคม เวลา 02.00 น. ส่วนป้าพรก็ขออยู่กับครอบครัว ก่อนที่มาเริ่มอาชีพใหม่ ในซ.  ลาดพร้าว 71 กับสามีคนใหม่ที่อาจจะเป็นคนสุดท้ายที่ใช้ชีวิตร่วมกันในบั้นปลายชีวิต โดยพี่ชายคนโตจะเป็นคนมาส่งและจะมาดูความเป็นอยู่ของน้องสาวของตนเอง หรือไม่ ป้าพร ก็จะปักหลักอยู่ที่ บุรีรัมย์ จนถึงบั้นปลาย วาระสุดท้ายแห่งชีวิต ของแก นี้คือภารกิจที่จบลงอย่างสมบูรณ์ในการคืนความเป็นคนไทยที่สมบูรณ์ให้กลับสู่คนหนึ่งคน โดยความร่วมมือของหลาย ๆ ฝ่าย 

หมายเลขบันทึก: 218930เขียนเมื่อ 26 ตุลาคม 2008 19:27 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 02:59 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี