เมื่อฉันรู้ไปหมด จึงงดฟังใคร

 

        ในการประชุมสัมมนา หรือ การประชุมเพื่อพิจารณา  ผมพบว่าหลายคนมักไม่ค่อยจะฟังกัน  หรือ ฟังแต่ไม่ได้ยิน   จึงทำให้การประชุมในหลาย ๆ  ครั้ง  แทบที่จะพูดได้ว่า “ล้มเหลว”

        สาเหตุของการไม่ฟัง พอดีผมไปอ่านเจอจากหนังสือของ ดร.เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์  ท่านวิเคราะห์เอาไว้ดังนี้ครับ

        1. ท่าทีแห่งความหยิ่ง  เป็นบุคคลที่คิดว่าตนรู้มากที่สุด เก่งกาจที่สุด เชี่ยวชาญที่สุด ดีพร้อมที่สุดกว่าใครๆ จึงไม่จำเป็นต้องฟังใคร

        2. ท่าทีแห่งการปิดรับความรู้ เกิดจากความแข็งกระด้างของจิตใจเป็นสำคัญ เป็นท่าทีที่ยึดมั่นในความเชื่อของตนเองอย่างเหนียวแน่น โดยไม่สนใจที่จะเปิดรับข้อมูลความจริงที่มีอยู่

       3. ท่าทีแห่งการไม่เห็นคุณค่าความรู้ มีทัศนะว่าความรู้คือยาขม จึงพยายามพาตัวออกห่างจากความรู้ ในขณะเดียวกัน ก็ผลักดันตัวเองเข้าหาขนมหวาน คือ ความสนุกสนานบันเทิง

       4. ท่าทีแห่งความมีอคติ   อันเกิดจากวัฒนธรรมและประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละบุคคล เป็นอุปสรรคที่ทำให้ไม่รับฟัง  เช่น คนอายุมาก จะไม่ฟังคนอายุน้อย

        5. ท่าทีแห่งความละเลยไม่เอาใจใส่ มักจะเป็นคนที่มองข้ามความสำคัญของการฟัง ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะฟัง เป็นผู้ที่พึงพอใจในความไม่รู้หรือความรู้เท่าที่มีอยู่ของตนเอง

       6. ท่าทีแห่งความเกลียดชัง ความอิจฉา และ ความไม่พึงพอใจ   เมื่อบุคคลใดเพาะความเกลียดชังหรือความไม่พึงพอใจไว้ในจิตใจ ก็เหมือนเพาะมะเร็งร้ายที่จะลุกลามกัดกินความคิด เป็นกำแพงที่ปิดกั้นการรับฟัง

       7. ท่าทีแห่งความกลัวและวิตกกังวัล ความกลัว คือ ห้องอันมืดมิดที่เพาะความคิดแง่ลบให้งอกงาม ความวิตกกังวลจึงเป็นปัจจัยที่มีผลลบต่อการรับฟัง

         ดังนั้น  ก่อนฟังทุกครั้ง   เราคงจะต้องหันกลับมาตรวจสอบตัวเองกันสักนิด ด้วยท่าทีแห่ง “การไม่ฟัง” ทั้ง 7 ประการ ตามที่ได้กล่าวมา

 

                      ขอบคุณครับ