"เราจะช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ หรือเด็กที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ให้เป็นผู้มีความสุภาพทั้งกาย วาจาได้อย่างไร" เพราะเป็นคุณลักษณะข้อหนึ่งของคุณธรรมพื้นฐาน 9 ประการ
วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2551 ได้นั่งพักผ่อนอยู่ที่ริมสระน้ำของมหาวิทยาลัย....เป็นความบังเอิญได้พบกับสถานการณ์จริงอีกรูปแบบหนึ่ง คือการบันทึกถ่ายทำภาพยนต์สารคดีเกี่ยวกับเด็กติดเกม ของนักศึกษาสาขาเทคโนโลยี มีผู้กำกับการแสดง ช่างภาพ ช่างกล้องและทีมงาน อาจารย์ และกลุ่มนักเรียนชายหญิง ประมาณระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นนับได้ 30 กว่าคน นักเรียนอยู่ในชุดพลศึกษาสวมกางเกงวอร์มขายาว เสื้อมีตราโรงเรียน ส่วนนักเรียนหญิงนอกเครื่องแบบ
ทันทีที่ได้เห็น เด็ก ๆ ก็มีความสุขขึ้นมานิด ๆ เพราะเด็กเหล่านี้เป็นเด็กในวัยเล่าเรียน (บางครั้งก็แอบช่วยเด็ก ๆ สร้างฝันและเพราะความรักเด็กเป็นทุน เด็ก ๆ ทุกคนไม่ว่าจะมาจากไหน ชาติใดจะน่ารักทุกคน) ภาพที่เห็น ทำให้นึกถึงลูกศิษย์ที่อยู่บ้านนอก บ้านป่า บนเขา ห่างไกลความเจริญ และรู้สึกอิจฉาเด็กเหล่านี้ที่เป็นผู้มีบุญวาสนาเกิดมาเป็นคนในเมืองกรุง คงเป็นลูกผู้มีอันจะกิน แต่ละคนมีโทรศัพท์มือถือ มีเกม มีเครื่องเล่นไอที เสื้อผ้าที่สวมใส่ บุคลิกท่าทางคงได้กินอิ่มนอนหลับ คงไม่ได้ไปรับจ้างใช้แรงงานเป็นกรรมกรในท้องไร่ท้องนาเหมือนเด็ก ๆ ของเราที่เป็นเด็กยากจน ขาดแคลนและขาดโอกาสไปแทบทุกอย่าง และอยากจะรู้ว่าเป็นเด็กเหล่านี้มาจากโรงเรียนใด ด้วยความสนใจจึงนั่งเฝ้าดูและสังเกตว่าเขาจะทำกิจกรรมอะไรต่อไป ภายหลังได้ทราบว่าเด็ก ๆ มาร่วมกิจกรรมการบันทึกถ่ายทำละคนสั้นสารคดีเรื่องเด็กติดเกม
เพียงไม่นานความอิจฉาประกอบกับความชื่นชมได้ลดลงทีละน้อยและหายไปในที่สุด กลับมีความภาคภูมิใจเข้ามาแทนที่ความอิจฉานั้น เพราะว่าเด็กเหล่านี้เริ่มส่งเสียงเอะอะ โวยวาย เรียกสรรพนามไม่สุภาพ ด่าว่ากันด้วยถ้อยคำหยาบคาย เหมือนไม่ได้ผ่านสถานศึกษามาก่อนเลย ในขณะที่ผู้กำกับบอกให้ทำอะไร ๆ จะใช้กิริยาไม่สำรวม ตะโกนต่อรอง พูดจาไม่มีหางเสียง ไม่มีการกล่าวขอโทษ หรือแม้แต่เจอผู้ใหญ่ครั้งแรกก็ไม่ยกมือไหว้ เตะถีบ หยอกล้อกัน แม้จะพยายามยอมรับว่าเป็นธรรมชาติและวัยของเด็กรุ่นนี้ก็ตาม นอกจากนี้เด็กเหล่านี้ไม่มีความเกรงใจหรือเคารพผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่รอบ ๆ ไม่รักษาชื่อเสียงของโรงเรียน
บังเอิญอาจารย์ของมหาวิทยาลัย.... 2 ท่าน ได้มานั่งโต๊ะเดียวกันกับเรา จึงได้ถือโอกาสสนทนาแสดงความคิดเห็นต่อเด็กกลุ่มนี้ และถือโอกาสแนะนำตัวเองว่าเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนบ้านนอก ต่างจังหวัด และสอนเด็กระดับเดียวกันนี้ด้วย นักเรียนของเราไม่พูดจาหยาบคาย มีสัมมาคารวะ รู้จักรักษาชื่อเสียงของโรงเรียน และไม่ตะโกนโวยวายเช่นนี้ แม้แต่การใช้สรรพนามที่สุภาพกับเพื่อนๆ และตัวเองไม่นิยมใช้ภาษาสมัยพ่อขุนรามฯ
อาจารย์ท่านหนึ่งได้ถามนักเรียนชายคนหนึ่งว่ามาจากโรงเรียนไหน คำตอบก็คือภาษาห้วน ๆ ไม่มีหางเสียงว่า "โรงเรียนห.....น...." ทั้งนี้มิบังอาจตำหนิครู อาจารย์ของโรงเรียนแห่งนี้ หรือพ่อแม่ ผู้ปกครองของเด็ก เพียงแต่ต้องการให้สังคมได้รับรู้ โดยเฉพาะครู อาจารย์ว่า "เราจะช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ หรือเด็กที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ให้เป็นผู้มีความสุภาพทั้งกาย วาจาได้อย่างไร" เพราะเป็นคุณลักษณะข้อหนึ่งของคุณธรรมพื้นฐาน 9 ประการ

สวัสดีครับ
มาไม่ทัน พี่โย่งอีกแล้ว แงๆๆๆๆ
เป็นเรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญที่ต้องช่วยกันมากๆค่ะ สังคมไทยต้องการการเยียวยา ยาใจคนจน... อิอิ
คิดว่าจะเป็นคนแรก
ตามครูโย่งและคุณพอลล่ามาคะ
มาดูเด้กติดเกมสืและข้อคิด
เด็กนักเรียนในเมืองก็แบบนี้แหละครูคิม
ยิ่งตอนนั่งฟังเขาคุยกันตอนขึ้นสองแถว รับไม่ได้
เจริญพร โยมครูคิม
เด็กยุคนี้คำว่า คุณธรรมพื้นฐาน
ไม่มีอยู่ในสมองเสียแล้วโยมครู
เจริญพร
คุณครูคิมเด็กบ้านนอกก็เริ่มทำตัวอย่างที่เห็นในทีวี ละครมากขึ้นนะ ยิ่งมิวสิกเพลงฮิต ที่มีตัวหนอน...นะ จบเพลงก็ด่ากันให้เด็กเห็นมากๆ ทำไมเห็นล่ะ ก็เพราะเพลงเพราะ น่าฟัง แต่ฟังไปพร้อมมิวสิกวีดีโอประกอบ รับไม่ได้เหมือนกันค่ะ..
อาจเป็นเพราะสังคมของที่นั่นด้วยละมั้งคะ
สภาพแวดล้อมของเขาเต็มไปด้วยกิริยาอย่างนั้น
จึงนำพาให้พฤติกรรมของพวกเขาเป็นไปด้วย
จริงๆหนูว่าก็มีทุกที่แหละค่ะ อยู่ที่สภาพแวดล้อมมากกว่าว่าดีแค่ไหน
รวมถึงคนรอบข้างที่พวกเขาอยู่ร่วมด้วยค่ะ...
คืนนี้ฝันดีนะคะครู...
เข้ามาเยี่ยมค่ะ ในฐานะที่เป็นครูเหมือนกัน เด็กที่โรงเรียนก็เป็นอย่างนี้นะคะ ติดเกมส์ พูดจาหยาบคาย แต่ส่วนน้อยนะคะที่เป็นอย่างนี้ ไม่ใช่ไม่ตักเตือนเด็กนะคะ แต่ก็ไม่รู้จะแก้ยังไงเหมือนกัน ใครพอมีวิธีดีๆ ก็แนะนำด้วยแล้วค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
เพราะว่าครูถือครองจรรยาเคร่ง
แต่หากครูเป็นยักษ์เป็นนักเลง
โลกคงเคว้งหมุนคว้างไร้ทางเดิน
สังคมมัวมืดมิดอวิชชา
บ่อน้ำแห่งปัญญาย่อมตื้นเขิน
เชื่ออธรรมแพร่พันธุ์กันจำเริญ
ระทมเทินทับโลกไฟโศกลาม
แต่เพราะครูคือครูผู้หาญกล้า
สร้างปัญญาให้ผองชนทนหาบหาม
ศิษย์ไม่รู้ครูไม่ละพยายาม
เฝ้าติดตามติดต่อมิท้อเลย
เมื่อหนึ่งมือครูมี “ความเมตตา”
และมือหนึ่ง “กรุณา” ไม่นิ่งเฉย
“มุทิตา” พร้อมเพียบเกินเปรียบเปรย
“อุเบกขา” งอกเงยในใจงาม
ดอกไม้สุขย่อมเบ่งบานบนลานโศก
แลรอยยิ้มบนโลกจักหลากหลาม
ดวงแก้วแห่งปัญญายิ่งวาววาม
ส่องประกายประกาศนามคำว่า “ครู”
ครูคือผู้สร้างทางสวรรค์
ด้วยสร้างสรรค์สมศักดิ์ศรีที่เลิศหรู
มีคุณธรรมนำหน้าภาพตราตรู
ชนเชิดชู “ครูดีศรีแผ่นดิน
พี่ชาย ชยพร แอคะรัจน์
+ หวัดดีค่ะครูคิม...ครูต้นแบบของอ๋อย...
+ อืม...เคยสอนเด็กที่พานิชย์ค่ะ...
+ บางที่ก็ซับซ้อนกว่าที่เราเห็นนะค่ะ...
+ เด็กบางคน...เลือกจะพูดกับเพื่อนค่ะ...
+ แต่กับผู้ใหญ่..เขาก็ไม่พูด...
+ เพราะนึกย้อนกลับไป...ตอนตัวเองเรียนหนังสือมัธยม...
+ อิ อิ..ก็พูดกันเกือบทั้งห้องนะค่ะ...
+ แต่พอโต..มีงานมีการทำ..ก็ไม่มีนะค่ะที่พูดแบบนั้น...
+ นึกไกลไปถึงคำพังเพยที่ว่า " สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล"..
+ มานั่ง ๆ นึกว่าปัจจุบันจะใช้ได้ไหม...เพราะมีหลายคนที่พูดเพราะ..แต่ใจและพฤติกรรมไม่เพราะตามวาจา...
+ อ๋อยมองว่านั่นเป็นวัยของเขาค่ะ..มีหลายคนที่ตอนวัยรุ่นไม่ได้แสดงออก...แต่มาแสดงออกตอนเป็นผู้ใหญ่...ซึ่งมีแต่พังกับพังค่ะ...
+ แต่เด็กที่เกเร หรือใช้วัยได้เหมาะสม..ถ้าหลุดพ้นวัยรุ่นมาได้...จะพบกับความเติมเต็มค่ะ...
+ อันนี้สรุปมาจากประสบการณ์ที่พบมานะค่ะ...
+ ยังไงอ๋อยยืนยันค่ะว่า...เรื่องของวัยรุ่นซับซ้อนตามเมืองที่เขาอยู่ค่ะ...ถ้าเมืองที่อยู่ซับซ้อนมาก...พฤติกรรมเด็กก็ซับซ้อนเช่นกันค่ะ...
+ แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เป็นมาจากสันดาน..แต่เป็นไปตามวัยมากกว่าค่ะ...
+ พอผ่านช่วงนี้ไป...ทุกอย่างจะกลับมาสู่ปกติค่ะ....
สวัสดีค่ะคุณ ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee คนมีความสามารถ
พี่คิมพูด..เรียกนักเรียนว่า น้องทุกคนนะคะ (น้องโย่ง)
พอโตเป็นระดับมัธยมก็จะเรียก .. คุณ (คุณโย่ง)
เช้า ๆ ..สวัสดีค่ะ...คิดถึงน้อง...จัง (กอดกันหน่อย กอดกันนิด หอมแก้ม)
เดิมเด็กที่โรงเรียนไหว้ไม่อ่อนหวาน พูดก็ไม่ไพเราะ..แต่..ฝึก บอก อบรม ยกย่อง ชมเชย ยกตัวอย่างที่ดีงาม..
เด็ก ๆจะเรียกเพื่อว่า...คุณ..(นำหน้า)
ขอขอบคุณนะคะที่มาจุดประกายให้มีเรื่องเล่า....จากเด็กและครูบ้านนอก..โปรดรอนะคะ
สวัสดีค่ะครูคิม
เคยได้ยินเด็กบางคนเรียก "ครู..ครู" ไม่มีครูครับ ครูขา แล้วรู้สึกขัดใจมาก ถ้ามาเรียกครูวรางค์ภรณ์ จะบอกเขาว่าถ้าเรียกครูอย่างนี้ ครูจะไม่พูดด้วยนะคะ..เพราะครูไม่เคยสอนให้พวกหนูพูดกับผู้ใหญ่อย่างนี้...เจอบ่อยค่ะ เขาก็จะขอโทษและเรียกใหม่ โดยอ้างเหตุผลว่าติดมาจากคนโน้น คนนี้...แต่ถึงอย่างไร ก็เชื่ออยู่อย่างหนึ่งนะคะว่าเด็กก็คือเด็ก เขายังต้องการการชี้แนะสิ่งที่ถูก ที่ควรจากผู้ใหญ่ทุกคน...ขอให้มีความสุขกับการเป็นครูนะคะ ครูคิมของเด็ก ๆ
คุณครูคิมคะ อ่านมองอย่างครูของคุณครูคิมแล้ว ทำให้นึกถึงเด็กที่โรงเรียนของตนเองบ้าง หรือว่าทุกวันนี้เด็กไทยจะเป็นเช่นนี้หนอ...อนิจจาอนาคตของชาติ
พี่ชาย ชยพร แอคะรัจน์
สวัสดีค่ะน้องpaula ที่ปรึกษา~natadee คนน่ารักค่ะ
แบบนี้...ทำให้พี่คิม..
มีงานเข้า เหมือนชาวบ้านเขาด้วยแล้วนี่
ต้องเล่าซะแล้ว...ค่ะ
เรื่องคล้าย ๆ กันค่ะ
สวัสดีค่ะคุณประกาย เพื่อนที่แสนดีค่ะ
คนแรกหรือคนหลังก็มีความหมายสำหรับครูคิมเสมอนะคะ
เด็กนักเรียนในเมืองหรือบ้านนอก แต่ควรฝึกให้เขามีมโนสำนึก
ในการรักษาชื่อเสียงของโรงเรียนพ่อแม่ วงศ์ตระกูล
การใช้วาจาภาษาวัยรุ่นบ้างก็ไม่เป็นเรื่องเสียหาย แต่ควรรู้จักเลือกที่เลือกทาง
ขอขอบคุณค่ะ นอนฝันดีนะคะ
นมัสการเจ้าค่ะพระคุณเจ้าพระปลัด
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะคะ การอบรมสั่งสอนต้องใช้เวลา
และที่สำคัญต้องมีแบบอย่างให้เห็นด้วย เจ้าค่ะ
น้องชายคนพลัดถิ่น ที่แสนดีและน่ารักเสมอค่ะ
อ่านคำกลอน สอนใจ ได้สติ
ดุจดั่งที่ คนพลัดถิ่น ถวิลฝาก
เป็นครูดี มีเมตตา ตระหนักมาก
เป็นครูจาก ใจงาม ตามจรรยา (บรรณ)
ขอขอบคุณ น้องชายดี ที่น่ารัก
เป็นแรงผลัก แรงใจ ให้ใฝ่หา
เป็นแรงหนุน ความแกร่ง แรงพัฒนา
การศึกษา เด็กไทย ให้มีคุณธรรม