ปัจจัยที่ผมลองแยกออกมาเป็นข้อๆเพื่อตอบโจทย์ที่ตัวเองตั้งขึ้นมาเป็น ส่วนหนึ่งที่ผ่านประสบการณ์การทำงานของผมเอง ผมเข้าใจว่าทุกคนต่างมีบริบท มีฐานความรู้และประสบการณ์ที่ต่างกัน คำตอบต่อโจทย์นี้น่าจะมีคำตอบที่หลากหลาย

ปกติเวลาอยู่บนเครื่องบิน หรือนั่งรถโดยสารที่มีโอกาสได้อยู่กับตัวเองความคิดมักจะพร่างพรู สิ่งที่ผมทำได้ตอนนั้นก็คือมีสมุดโน๊ตเล็กๆไว้จดความคิด ไว้กันลืม บางครั้งก็ได้โมเดลงานบางประเด็นออกมาจนครบ บางครั้งประเด็นที่เคยนั่งขบคิดมานาน ความคิดไม่เคยแตก แต่หากมีเวลานั่งนิ่งๆทบทวน ความคิดก็จัดระบบเกิดผลผลิตของความคิดออกมาน่าอัศจรรย์

ผมเปิดสมุดเล่มเล็กหน้ากระเป๋าคอมพิวเตอร์ เปิดดูทีละเห็นร่อยรอยความคิดเต็มไปหมด บางครั้งก็ดูเป็นความคิดฟุ้งๆ บางครั้งก็เป็นความคิดที่ดูเข้าที รู้สึกแบบ “คิดได้ไง” ทำนองนี้

หน้าล่าสุด ผมเปิดไปพบประโยคที่ผมเขียนไว้ไม่นานมานี้ ผมเขียนไว้ว่า “ทำไมงานดีๆจึงล้มเหลวในสายตาผู้ชม”ผมหยุดความคิดไว้ที่ประโยคนี้นานพอสมควร ผมพยายามย้อนความคิดไปว่า ผมเขียนประโยคนี้ แล้วคิดถึงเรื่องอะไร และในสถานการณ์ที่คิด ผมกำลังทำอะไร ...

พยายามครุ่นคิดแต่คิดไม่ออก แต่ก็ช่างเถอะครับ ประโยคนี้ทำให้ผมคิดต่อได้หลายๆประเด็นด้วยกัน

ผมหยิบปากกามานั่งขีดเชื่อมโยงความคิดตนเอง ตอบคำถาม “ทำไม” ให้ได้ และผมคิดเลยไปถึง “งานที่ดี” น่าจะหมายถึงงานแบบใด หากงานดีๆที่ล้มเหลว น่าจะมีจากสาเหตุใดบ้าง เป็นที่มาของคำตอบว่า “ทำไม” และผู้ชมในที่นี้คือใคร? เมื่อตัวละคร กรรม กริยาชัดเจนผมก็เริ่มวิเคราะห์ โดยดึงเอาจากฐานประสบการณ์การทำงานของผมและจากที่ผมได้เรียนรู้

ทำไมงานดีๆจึงล้มเหลวในสายตาผู้ชม

คำว่า “งานที่ดี” คืองานที่ให้ประโยชน์ไม่ว่าจะในระดับไหน ต่อผู้ทำ ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยอ้อม โดยสรุปก็คืองานที่มีคุณค่า มีผลผลิตที่ตอบสนองการแก้ไขปัญหานั่นเอง

“ล้มเหลว” คือ ผลลัพธ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือภาพลักษณ์ที่ถูกมอง ถูกตัดสินจากผู้ได้รับผลกระทบจากงานในแต่ละระดับ หากตัดสินว่า “ล้มเหลว” คืองานชิ้นนี้ไม่สามารถตอบสนองการแก้ไขปัญหาหรือไม่สามารถตอบโจทย์ที่ต้องการได้ เรียกภาษาลูกทุ่งว่า “ไปไม่ถึงดวงดาว”

“ผู้ชม” น่าจะหมายถึง คนวงนอก หรือวงในก็ได้ที่เฝ้าติดตามผลของงาน และเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับงานชิ้นนี้

ภาพเล่าเรื่อง :

"การสนทนาด้วยความสนใจ ใคร่รู้ ให้ความเอาใจใส่กับเรื่องเล็กเรื่องน้อย ภายใต้บรรยากาศแห่งมิตรภาพเป็นองค์ประกอบของการสร้างองค์ความรู้ จากความรู้ฝังลึก"

 

---------------------------------------------------------------------------------

ทำไมงานดีๆจึงล้มเหลวในสายตาผู้ชม

ผมลองวิเคราะห์ออกมาเป็นข้อๆดังนี้

-          ขาดการจัดการ “คน”หมายถึง ขาดการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ การมอบหมายงานที่เหมาะสมกับความสามารถ ภาระงานสอดคล้องกับบริบทของสถานการณ์ของคนทำงาน ตลอดจนการให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์ การดูแลทั้งทางกายและจิตใจร่วมกันไปด้วย และคนในที่นี่ จะหมายความไปถึง “ผู้นำ” และ “สมาชิก” ในองค์กรด้วยศักยภาพที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาองค์กรเกิดผลผลิตของงานที่ดีนั้น ต้องมีคุณสมบัติดังนี้  มีกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ  กระบวนทัศน์ทัศน์ในการมองปัญหา และลักษณะความเป็นผู้นำ รวมไปถึงความรักความผูกพันต่อองค์กรด้วย

-          ขาดการจัดการ “ความรู้”  งานดีๆหลายงานมักจะไม่มีพลังในการแก้ไขปัญหา ถึงแม้กระบวนการการทำงานที่ดี ได้คนที่เก่งมาทำงาน มีงบประมาณที่เพียงพอ มีปัจจัยต่างๆที่เอื้อให้งานนั้นประสบความสำเร็จโดยง่าย แต่เราพบว่าผลผลิตที่ออกมากลับไม่มีพลังพอในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ไม่สามารถขับเคลื่อนตามเป้าประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อย้อนวิเคราะห์ดูพบว่า เราขาดการจัดการความรู้ในองค์กร ความรู้ที่ถูกสร้างขึ้นจากกระบวนการทำงาน ความรู้ที่เกิดจากผลของงาน กลับไม่ได้ถูกนำมารวบรวมให้เกิดเป็นพลังร่วม แต่ถูกผลักเข้าไปเป็น ความรู้แฝง ( Tacit knowledge) และเมื่อคนทำงานที่มีความรู้เหล่านี้ออกไปจากงาน หมายถึงความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวบุคคลก็หายไปจากองค์กรไปด้วย

-          ขาด “จังหวะ” และ “โอกาส” ที่ดี ประสิทธิภาพของงานที่มีพลังขึ้นอยู่กับ “จังหวะ” หมายถึงการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา จำเป็นต้องดูจังหวะที่เหมาะสม เหมือนเรารอคอยที่จะถ่ายรูปยามพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ แสงแรกเป็นจังหวะนาทีทองที่เราต้องกดชัตเตอร์ เพราะสีของฟ้าที่ได้ จะเป็นสีเฉพาะเวลานั้น หากเวลาล่วงเลยไปแม้แต่เพียงนาที ภาพของท้องฟ้าก็เปลี่ยนไป ดังนั้นงานที่ดีจึงต้องอาศัยจังหวะที่ดีด้วย

-          ขาดการนำเสนอผลงาน เราพบเสมอว่างานที่ดี แต่นำเสนอไม่เป็นหรือไม่ถูกเสนอ งานดีๆชิ้นนั้นก็ถูกลดคุณค่าลงไปอย่างน่าเสียดาย การนำเสนอที่ดีทำให้งานถูกนำไปใช้ต่อ ทำให้เกิดการคิดต่อเนื่อง เกิดการแลกเปลี่ยนต่อในวงกว้าง เป็นการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้กับสังคม งานที่ดีแต่ล้มเหลวส่วนหนึ่งเพราะไม่ให้ความสำคัญประเด็นนี้ ส่วนการนำเสนอที่ดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบและเทคนิคต่างๆ ที่เราควรต้องให้ความสำคัญเช่นกัน อาทิ การสร้างบรรยากาศ,การนำเสนอที่สอดคล้องกับสถานการณ์,การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆในการนำเสนอ,นวัตกรรมการนำเสนอที่เร้าความสนใจ

-          ขาดทิศทาง และยุทธศาสตร์ในการทำงาน ข้อนี้ขอกล่าวเป็นข้อสุดท้ายเพราะงานที่ดี ต้องมีข้อนี้อยู่แล้ว  แต่สิ่งที่พบในการทำงานเสมอคือ ไม่ได้ทำงานตามยุทธศาสตร์ แต่ทำงานตามเวลาและวัฒนธรรมองค์กรที่ไร้พลังจนคุ้นชิน  กระบวนการทำงานแบบนี้ไม่เอื้อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และปิดตายความคิด ทำงานให้หมดเวลาไปตามกรอบระยะเวลา

ปัจจัยที่ผมลองแยกออกมาเป็นข้อๆเพื่อตอบโจทย์ที่ตัวเองตั้งขึ้นมาเป็น ส่วนหนึ่งที่ผ่านประสบการณ์การทำงานของผมเอง ผมเข้าใจว่าทุกคนต่างมีบริบท มีฐานความรู้และประสบการณ์ที่ต่างกัน  คำตอบต่อโจทย์นี้น่าจะมีคำตอบที่หลากหลาย ทั้งนี้ การรู้ปัจจัยสาเหตุ เป็นการAfter Action review ( AAR.) อย่างหนึ่ง ที่ทำให้เราไม่พลาดในเรื่องเดียวกันในครั้งที่สอง

เรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องครับ