theme ของการรณรงค์ในปีนี้ คือ Do you know your risk? หรือในภาคภาษาไทยว่า เสี่ยงแค่ไหนหัวใจคุณ?

วันอาทิตย์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายนของทุกๆ ปี เป็นวันที่หนึ่งร้อยกว่าประเทศทั่วโลกที่เป็นสมาชิกสมาพันธ์หัวใจโลก (http://www.world-heart-federation.org/what-we-do/world-heart-day/) จัดกิจกรรมรณรงค์ วันหัวใจโลก ขึ้นพร้อมกันโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความตระหนักให้กับสาธารณชนและส่งเสริมมาตรการการป้องกันเพื่อลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

 

ปี 2551 นี้ วันหัวใจโลก ตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน โดย theme ของการรณรงค์ในปีนี้ คือ Do you know your risk? หรือในภาคภาษาไทยว่า เสี่ยงแค่ไหนหัวใจคุณ? เพื่อมุ่งให้ประชาชนรู้จักและเข้าใจปัจจัยเสี่ยงของตนเองและสามารถจัดการดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค รับผิดชอบจัดกิจกรรมรณรงค์ของส่วนกลาง ปีนี้ไปจัดกิจกรรมกันที่ JJ Mall สวนจตุจักร รูปแบบกิจกรรมประกอบด้วย

  • การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • การเล่นเกมส์ประเมินความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด เน้นการเรียนรู้และจัดการตนเองเรื่อง “น้ำหนักเกิน-อ้วน-รอบเอวเกินมาตรฐาน”รูปแบบเกมส์จะเป็นการให้ผู้เล่นประเมินรูปร่างของตนเองว่าเป็นอย่างไร (สมส่วน-อ้วนแบบลูกแอปเปิล-อ้วนแบบลูกแพร์) จากนั้นให้ไปต่อที่ฐานค่าดรรชนีมวลกาย และวัดเส้นรอบเอว เพื่อเรียนรู้โอกาสเสี่ยงของตนเอง
  • บริการตรวจวัดความดันโลหิต
  • กิจกรรมสาระบันเทิงบนเวที โดยการให้ความรู้-ถาม-ตอบปัญหาชิงรางวัล สลับการแสดง โดยเชิญกลุ่มนักร้องขวัญใจวัยรุ่น วง Nice to meet you และดาราสาว จั๊กจั่น-อคัมสิริ มาเป็น presenter ช่วยดึงดูดความสนใจจากกลุ่มวัยรุ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก เพราะปีนี้ในลานกิจกรรมผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กสาววัยรุ่น มานั่งจับจองเก้าอื้หน้าเวทีตั้งแต่ยังไม่เปิดงาน และนั่งรออยู่อย่างเหนียวแน่นไม่ยอมละทิ้งเก้าอี้ไปไหนเลย ผู้เขียนเห็นว่ากุศโลบายนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะไม่ว่าเด็กๆ เขาจะมาร่วมกิจกรรมด้วยวัตถุประสงค์หลักอะไรก็ตาม แต่ในระหว่างที่นั่งรอเขาได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องราวความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจฯไปแบบตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง โดยเฉพาะเมื่อดารา-นักร้องขวัญใจของพวกเขามาเชิญชวนให้ดูแลสุขภาพ กินผักผลไม้มากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เขาก็น่าจะได้ความรู้เป็นทุนสำรองไว้ใช้ในการป้องกันตนเองบ้างไม่มากก็น้อย

 

ในภาพรวมสังเกตว่ามีประชาชนที่เดิน shopping ผ่านไปผ่านมาให้ความสนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมมากพอสมควร จนทำให้บริเวณพื้นที่จัดงานดูคับแคบไป

  • การให้บริการตรวจวัดความดันโลหิตมีคนต่อคิวรอรับบริการแถวยาว สังเกตจากรูปร่างหน้าตาแล้วส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงานตอนกลางขึ้นไป
  • ส่วนกิจกรรมตามฐานเกมส์ กลุ่มผู้เข้าร่วมจะคละกันไปมีทั้งเด็ก วัยรุ่น หนุ่มสาว วัยกลางคน ไปจนถึงสูงอายุ ผู้เขียนสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งมายืนดูการเล่นเกมส์ซักพักก็เดินหายไป แล้วจูงผู้ชายสูงอายุรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์กลับเข้ามา ได้ยินเสียงขยั้นขยอให้พ่อเข้าไปเล่นเกมส์คงจะอยากรู้ว่าพ่อเสี่ยงต่อโรคหัวใจฯแค่ไหน แล้วก็จูงมือกันไปที่ฐานเกมส์... เป็นภาพที่น่ารักดี :>
  • ส่วนกิจกรรมสาระบันเทิงบนเวที มีการแสดงดนตรีของนักร้องรับเชิญ การแสดงออกกำลังกายและร่ายรำของเด็กๆ สลับด้วยการให้ความรู้และการตอบคำถามชิงรางวัล กลุ่มที่นั่งร่วมกิจกรรมอยู่ส่วนใหญ่อย่างที่บอกแล้วคือกลุ่มเด็กวัยรุ่น อีกส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มแม่-ลูก (ไม่รู้พ่อหายไปไหน) เด็กๆ และวัยรุ่นสนุกสนานกับการแย่งกันออกไปตอบคำถาม พวกผู้ใหญ่มีสอง-สามคนที่ออกไปร่วมตอบคำถาม คงเป็นเพราะอยากเสียสละให้กับเด็กๆ หรือไม่ก็เพราะความไวไม่ทันเด็ก...

ถ้าผู้เขียนเข้าใจไม่ผิด กิจกรรมรณรงค์ วันหัวใจโลก จัดอยู่ในประเภทโครงการรณรงค์ตามปีปฏิทินของ กรมควบคุมโรค ที่จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยมีการถ่ายทอดนโยบายให้หน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ทั่วประเทศร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ วันหัวใจโลก ด้วยเช่นกัน

 

ผู้เขียนลองแอบคิดดูว่าถ้าเรามี เวที ให้หน่วยงานในพื้นที่ต่างๆ เหล่านั้นได้เข้ามา แลกเปลี่ยน แบ่งปัน เล่าสู่กันฟัง ว่าภายใต้ theme เดียวกันนี้ แต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดซึ่งมีความคล้ายคลึงกันบ้าง แตกต่างกันบ้างในเชิงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ มีการออกแบบกิจกรรมรณรงค์เหมือนหรือต่างกันอย่างไร จัดให้มีกิจกรรมอะไรบ้าง ได้ผลเป็นอย่างไร ประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจมากน้อยแค่ไหน ก็น่าจะทำให้เราเห็นภาพของรูปแบบกิจกรรมรณรงค์วันหัวใจโลกที่หลากหลาย ซึ่ง เวที ในความหมายของผู้เขียนในที่นี้คือ เวทีที่เป็น พื้นที่เสมือน แบบ B2B (Blog to Blog) โดยการบันทึกเรื่องราวแลกเปลี่ยนกันผ่าน weblog ซึ่งไม่ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณเพิ่มขึ้น แต่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวจากหลากหลายพื้นที่มาเล่าสู่กันฟังได้อย่างรวดเร็ว นอกจากจะทำให้เราได้ เรียนรู้ เรื่องราวจากกันและกัน ซึ่งในระยะยาวสามารถพัฒนาไปสู่การสร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันบนที่เสมือนได้แล้ว บันทึกใน blog เหล่านี้ ยังสามารถจัดเก็บรวบรวมไว้เป็นข้อมูลสำหรับนำไปประยุกต์เป็นสรุปผลงานทั้งในระดับบุคคลและหน่วยงานได้อีกด้วย

 

ปลาทูแม่กลอง

29 กันยายน 2551